วันอาทิตย์ 22 กรกฎาคม 2018
เรื่อง

บทนำ “การผดุงครรภ์”

ผู้ที่จะเป็นผดุงครรภ์ที่ดีนั้นต้องมีวิชาความรู้และความสามารถวินิจฉัยจำแนกสภาวะของหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดได้ เพื่อให้มีการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม ประกอบกับผู้นั้นต้องเป็นบุคคลที่มีอัธยาศัยอ่อนโยน มีความเมตตา และมีคุณธรรมในการให้การดูแลแก่บุคคลทุกๆคน ในทุกโอกาส การเรียนผดุงครรภ์จำเป็นต้องรู้จักอวัยวะสืบพันธุ์ว่า แต่ละอวัยวะทำหน้าที่ผสมพันธุ์ให้เกิดชีวิตขึ้นได้อย่างไร การสืบพันธุ์จึงเป็นของธรรมดาตามหน้าที่ของธรรมชาติของโลกไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ ต้องมีการผสมพันธุ์เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ ทุกคนควรจะต้องรู้จักส่วนประกอบต่างๆ ที่มีอยู่ในตัวเรารวมถึงหน้าที่ของส่วนต่างๆ นั้นๆ เช่นต้องรู้ว่า อวัยวะสืบพันธุ์ของตนนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง อยู่ตรงไหน ทำหน้าที่อย่างไร จึงเกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้มิใช่นอกจากแพทย์ ผู้เรียนรู้ และผู้สนใจศึกษาเท่านั้นจึงจะทราบได้ ผู้ผดุงครรภ์มีความจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจเรื่องอวัยวะสืบพันธุ์ ส่วนประกอบของร่างกายและการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่ง ถ้าพบคนไข้ซึ่งมีอาการผิดแปลกจากที่เคยพบก็ควรส่งแพทย์หรือโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จะให้การช่วยเหลือผู้เจ็บปวดทันการ นอกจากความรู้ในวิชาชีพการผดุงครรภ์เหล่านี้ ผู้เรียนยังต้องทราบถึงบทบาทหน้าที่ของการผดุงครรภ์ด้วย

ความหมายของการผดุงครรภ์

การผดุงครรภ์ คือ การดูแลมารดาและทารกตั้งแต่ผู้หญิงเริ่มตั้งครรภ์จนถึงคลอด เพื่อแนะนำ แก้ไข ป้องกันอาการต่างๆ ของผู้เริ่มตั้งครรภ์ซึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเกิดขึ้น การปฏิบัติต่อร่างกาย ให้ดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง รักษาผิวพรรณ และความผิดปกติ บางคนจะมีหัวนมจม หัวนมคุด ฯลฯ แนะนำให้รักษาสุขภาพจิต ให้ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่ให้กังวลต่อการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นปกติของธรรมชาติในการสืบเผ่าพันธุ์ มิใช่เป็นโรค ถ้าคนไข้มีอาการอ่อนเพลีย ให้กินยาหอมแบบไทยๆ ผดุงคครภ์ช่วยปลุกปลอบจิตใจให้ผู้ผดุงครรภ์เพลิดเพลิน แนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆ แต่งกายให้ดูสดใส สบายตา สบายใจ แนะนำอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าต่อทารกในครรภ์...

บทบาทหน้าที่ของผดุงครรภ์แผนโบราณ

ผดุงครรภ์ มีหน้าที่สำคัญในการดูแลรักษาผู้ตั้งครรภ์ ตั้งแต่แรกจนทารกเริ่มคลอด และมีหน้าที่ชี้แจงแนะนำในสิ่งต่างๆ ให้ผู้จะเป็นมารดาเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง แนะนำคู่สมรสที่ต้องการมีลูกให้มีความเข้าใจในการดำเนินชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามธรรมชาติ เพื่อจะได้มีบุตร-ธิดาที่มีคุณภาพ ปัจจุบันนี้การที่ต้องการจะมีลูกได้ตามความปรารถนาได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งที่จำกัดจำนวน หรือผู้ที่ไม่มีลูกก็สามารถให้นายแพทย์ช่วยได้หลายวิธีโดยวิทยาการที่ทันสมัยอย่างปลอดภัยและแน่นอน การจำกัดจำนวนหรือการทำหมัน แพทย์ก็สามารถทำให้ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การทำคลอด คำว่า คลอดไม่ได้นั้นไม่มี เพราะถ้าผดุงครรภ์เห็นว่า การคลอดออกไม่เป็นที่ไว้วางใจก็ให้รีบส่งต่อนายแพทย์หรือโรงพยาบาลที่จะให้การช่วยเหลือ ผู้ที่จะคลอดโดยเร็วที่สุด ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ สาขาผดุงครรภ์ จะทำการคลอดได้เฉพาะรายที่มีครรภ์ปกติ ส่วนเรื่องของการข่มท้อง การตรวจภายในช่องคลอดหรือการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ต้ม นึ่ง มาตัดสายสะดือทารก ซึ่งส่งให้เกิดอันตรายต่อมารดาและทารกได้นั้น ห้ามมิให้ปฏิบัติ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการให้การผดุงครรภ์...

จริยธรรมแห่งวิชาชีพการผดุงครรภ์

ผู้ที่จะเป็นผดุงครรภ์แบบโบราณนั้น จะต้องประกอบไปด้วยคุณธรรมประจำใจ มีความเสียสละ และมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานให้ลุล่วงไปด้วยดี มีเหตุผลในการปฏิบัติและต้องเป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารี มีอัธยาศัยอ่อนโยนสุภาพ เป็นผู้มีกาย วาจา ใจ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกโอกาส จริยธรรมของผดุงครรภ์แบบโบราณ มี 10 ประการ ดังนี้ : เมตตาจิตต่อคนไข้ ไม่โลภเห็นแก่ลาภ  ไม่โอ้อวดความรู้ ไม่หวงกีดกันความรู้ผู้อื่นที่มีความรู้ดีกว่าตน ไม่ลุแก่อำนาจและอคติ  ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่เป็นโลกธรรม 8 มีความละอายต่อบาป ไม่เป็นคนเกียจคร้าน ...

สรีระร่างกายของหญิงและชายวัยเจริญพันธุ์

การเรียนผดุงครรภ์จำเป็นต้องรู้จักระบบอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยว่าแต่ละอวัยวะทำหน้าที่ผสมพันธุ์ให้เกิดชีวิตขึ้นได้อย่างไรการสืบพันธุ์เป็นของธรรมดาตามหน้าที่ของธรรมชาติของโลกไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ต้องมีการผสมพันธุ์เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ ทุกคนควรจะต้องรู้จักส่วนประกอบของอวัยวะต่างๆที่มีอยู่ในตัวเรารวมถึงหน้าที่ของอวัยวะเหล่านั้นว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างอยู่ตรงไหนทำหน้าที่อย่างไรจึงเกิดมีชีวิตขึ้นได้สิ่งเหล่านี้นอกจากแพทย์ผู้เรียนรู้และผู้ สนใจศึกษาเท่านั้นจึงจะทราบได้ แต่ผดุงครรภ์ต้องเรียนรู้และเข้าใจเรื่องของอวัยวะสืบพันธุ์อวัยวะต่างๆของร่างกายและการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายและต้องไม่เก็บความสงสัยไว้ควรจะปรึกษาผู้ที่มีความเข้าใจ กว่าหรือถ้าพบผู้ป่วยซึ่งมีอาการที่ผิดแปลกจากที่เคยพบก็ควรส่งโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จะให้การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยทันการ 1. สรีระร่างกายของหญิงที่แตกต่างกับชาย ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของชายประกอบไปด้วยต่อมอัณฑะท่อน้ำอสุจิองคชาติและระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของหญิงประกอบไปด้วยมดลูกรังไข่ช่องคลอด อวัยวะเหล่านี้ต่างทำหน้าที่เป็นสื่อสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เมื่อมีการผสมพันธุ์แล้วก็จะเกิดเป็นมนุษย์ต่อไป ดังจะอธิบายต่อไปนี้คือ ต่อมอัณฑะของชายมีหน้าที่ผลิตน้ำอสุจิและกลั่นตัวอสุจิ(ตัวอสุจินี้เป็นตัวที่อยู่ในน้ำอสุจิของชายที่ทำให้เกิดบุตร) ซึ่งผลิตออกมาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน เรียกว่า เป็นโรงงานที่ไม่มีเวลาพักผ่อนเลยโดยธรรมชาติ แล้วส่งน้ำอสุจินี้ไปตามท่อสองสาย (เรียกตามสามัญชนว่า สายสองสลึง) แล้วไปพักอยู่ในถุงน้ำกามซึ่งติดอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะทั้งสองข้าง น้ำอสุจิซึ่งต่อมอัณฑะเป็นผู้ทำการกลั่นกรองพร้อมด้วยตัวสเปอร์มาโตซัว มีลักษณะเป็นเมือกขาวข้นออกมาครั้งหนึ่งประมาณ 3-4 ช้อนกาแฟ จะมากจะน้อยกว่านี้สุดแล้วแต่กำลังของบุคคลนั้นๆ ผู้ไม่มีตัวสเปอร์มาโตซัวเมื่ออายูครบ 16 ปีบริบูรณ์จึงจะมีตัวสเปอร์มาโตซัว จะเกิดบุตรได้ทุกเวลาจนถึงอายุ 70-80...