พืชจำพวกหัว-เหง้า

พืชจำพวกหัว – เหง้า

พืชจำพวกหัว–เหง้า เป็นกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีส่วนของหัว เหง้า หรือแง่งอยู่ใต้ดิน โดยส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุกที่สามารถแตกหน่อและเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง พืชบางชนิดจะเหี่ยวแห้งและหยุดการเจริญเติบโต ก่อนจะแตกหน่อขึ้นมาใหม่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอีกครั้ง

ลักษณะของหัวโดยทั่วไปมักมีรูปร่างค่อนข้างกลม หากเป็นหัวที่ยาวก็ยังมีลักษณะกลมเป็นหลัก ส่วน เหง้า อาจมีรูปร่างแตกต่างกัน เช่น แบน เป็นปุ่ม เป็นแง่ง หรือเป็นทรงยาวรี ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช

ตัวอย่างพืชที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาด เหง้าข่า แง่งขิง แง่งไพล และแง่งกระชาย โดยในแต่ละท้องถิ่นอาจนิยมเรียกส่วนเหล่านี้รวม ๆ กันว่า “หัว” หรือ “เหง้า”

เนื้อหาต่อไปนี้รวบรวมพืชจำพวกหัว–เหง้า พร้อมลักษณะ ส่วนที่ใช้ รสยา และสรรพคุณตามข้อมูลในตำรายาไทยที่ปรากฏในต้นฉบับ

กระชาย

กระชายเป็นไม้ล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ กระชายเหลือง กระชายดำ และกระชายแดง โดยในตำรายานิยมใช้กระชายเหลือง

  • หัว — รสเผ็ดร้อน ขม และหอม มีสรรพคุณตามตำรายาไทย ได้แก่ แก้ปากเปื่อย ปากแตกเป็นแผล ขับระดูขาว แก้ใจสั่น แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด และบำรุงกำลัง
  • แง่งหรือรากใหญ่ที่ติดกับหัว — รสเผ็ดร้อน ขมเล็กน้อย ใช้แก้กามตายด้าน ช่วยให้จิตใจกระชุ่มกระชวย และมีคุณสมบัติคล้ายโสมจีนตามตำรายาไทย

กระชายผีมด หรือหัวร้อยรู

กระชายผีมด หรือหัวร้อยรู ไม่ใช่ไม้ลงหัว แต่เป็นพืชจำพวกกล้วยไม้ โดยบริเวณข้อและลำต้นจะมีลักษณะโป่งเป็นหัว

  • หัว — รสเย็นและเบื่อ ใช้บำรุงหัวใจ ขับชีพจร ขับพยาธิในท้อง แก้พิษในข้อกระดูก และแก้เม็ดประดง

กระดาดทั้ง 2

กระดาดเป็นไม้ลงหัว มี 2 ชนิด คือ กระดาดแดง และ กระดาดขาว

  • หัว — รสเมาขื่น ใช้หุงกับน้ำมันสำหรับใส่แผล กัดฝ้าแผล และกัดหนอง รวมถึงใช้รับประทานแก้เถาดานในท้อง และช่วยกัดเมือกมันในท้องตามตำรายาไทย

กระแตไต่ไม้

กระแตไต่ไม้มีลักษณะคล้ายกล้วยไม้ และมักเกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่

  • หัว — รสจืดเบื่อ ใช้ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้เบาหวาน เบื่อพยาธิ แก้ไตพิการ และแก้แผลผุพอง

กะทือ

กะทือเป็นไม้ลงหัวในกลุ่มเดียวกับขิง มีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชในตำรายาไทย

  • หัวและเหง้า — รสขมขื่นเล็กน้อย ใช้บำรุงน้ำนมสตรี แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิด ขับผายลม ขับปัสสาวะ และช่วยขับน้ำย่อยอาหารลงสู่ลำไส้ นอกจากนี้หัวกะทือหมกไฟฝนกับน้ำปูนใส ใช้รับประทานแก้ปวดเบ่ง แก้บิด แก้เสมหะเป็นพิษ แก้แน่นหน้าอก และกล่อมอาจม
  • ราก — รสขมขื่นเล็กน้อย ใช้แก้ไข้ตัวเย็นแต่รู้สึกร้อนภายใน
  • ต้น — รสขมขื่น ใช้แก้เบื่ออาหารและช่วยให้เจริญอาหาร
  • ใบ — รสขมขื่นเล็กน้อย ใช้ขับเลือดเน่าในมดลูกและขับน้ำคาวปลาหลังคลอด
  • ดอก — รสขมขื่น ใช้แก้ไข้เรื้อรัง ไข้จับสั่น ผอมเหลือง และไข้ตัวเย็น

กะทือป่า

กะทือป่าเป็นไม้ลงหัว มีลักษณะและการใช้ใกล้เคียงกับกะทือ

  • หัวและเหง้า — รสขมขื่นเล็กน้อย ใช้บำรุงน้ำนมสตรี แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิด ขับผายลม ขับปัสสาวะ และช่วยขับน้ำย่อยอาหารลงลำไส้ หัวกะทือป่าหมกไฟฝนกับน้ำปูนใส ใช้แก้ปวดเบ่ง แก้บิด แก้เสมหะเป็นพิษ แก้แน่นหน้าอก และกล่อมอาจม
  • ราก — รสขมขื่นเล็กน้อย ใช้แก้ไข้ตัวเย็นแต่ร้อนใน

กระเทียม

กระเทียมเป็นไม้ลงหัวต้นเล็ก ส่วนที่ใช้เป็นหลักคือหัว

  • หัว — รสร้อนฉุน ใช้แก้ไอ แก้โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน แผลเน่าและเนื้อร้าย บำรุงธาตุ ขับโลหิตระดู และแก้โรคประสาท นอกจากนี้น้ำคั้นจากหัวใช้หยอดหูเพื่อแก้ปวดหูและหูอื้อ

กลอย

กลอยเป็นไม้ลงหัว

  • หัว — รสขื่นคัน ใช้กัดเถาดานที่เป็นก้อนแข็งอยู่ในท้อง และเมื่อหุงกับน้ำมันสามารถใช้ทาแผลเพื่อกัดหนองและฝ้า

กระวาน

กระวานเป็นไม้ที่มีเหง้าหรือหน่อคล้ายข่า มี 2 ชนิด คือ กระวานขาวและกระวานดำ โดยมีสรรพคุณเหมือนกัน

  • ใบ — รสเผ็ดเล็กน้อยและมีกลิ่นหอม ใช้ขับลมให้ผายเรอ ขับเสมหะ และแก้ไข้เซื่องซึม
  • ดอก — รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย ใช้แก้เจ็บตา ตาแฉะ และตามัว
  • ลูก — รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย ใช้ขับเสมหะ โลหิต และลม

ขมิ้นชัน

ขมิ้นชันเป็นไม้ลงหัว

  • หัว — รสฝาดเอียน ใช้แก้ไข้เพื่อดี อาการคลั่งเพ้อ แก้ไข้เรื้อรังผอมเหลือง โรคผิวหนัง แก้เสมหะและโลหิต แก้ท้องร่วง และสมานแผล

ขมิ้นอ้อย

ขมิ้นอ้อยเป็นไม้ลงหัว

  • หัว — รสฝาดเฝื่อน ใช้แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว สมานลำไส้ แก้กระดูกขาว ขับปัสสาวะ และตำพอกแก้ฟกบวมอักเสบ
  • ใบ — รสเฝื่อน ใช้ขับปัสสาวะและแก้บวมช้ำ

ข่าใหญ่ (ข่าหลวง)

ข่าใหญ่ หรือข่าหลวง เป็นพืชลงหัวจำพวกกระวาน มีโคนต้นและหัวสีขาว

  • เหง้าและหัว — รสเผ็ดร้อนขม ใช้แก้ปวดท้อง จุกเสียดแน่น ขับลม แก้ฟกบวม แก้พิษ แก้บิดตกโลหิต แก้ลมป่วง และแก้เกลื้อน นอกจากนี้ตำผสมกับเกลือและมะขามเปียก ใช้สำหรับสตรีหลังคลอดเพื่อขับเลือดและน้ำคาวปลา
  • ใบ — รสเผ็ดร้อน ใช้ฆ่าพยาธิ แก้กลาก และต้มน้ำอาบเพื่อแก้ปวดเมื่อยตามข้อ
  • ดอก — รสเผ็ดร้อน ใช้ทาแก้เกลื้อนและกลาก
  • ผล — รสเผ็ดร้อนฉุน ใช้ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง คลื่นเหียน อาเจียน ท้องอืดเฟ้อ และแก้บิดทั้งชนิดมีตัวและไม่มีตัว
  • ตัวอ่อนหรือหน่อ — รสเผ็ดร้อนหวานเล็กน้อย ใช้แก้ลมแน่นหน้าอก บำรุงเตโชธาตุ และช่วยย่อยอาหาร
  • ต้นแก่ — รสเผ็ดร้อนซ่า ตำผสมน้ำมันมะพร้าวใช้ทาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และลมตะคริว
  • ราก — รสเผ็ดร้อนปร่า ใช้แก้เลือดเดินไม่สะดวก แก้เหน็บชา และแก้เสมหะและโลหิต

ข่าตาแดง

ข่าตาแดงมีลักษณะคล้ายข่าใหญ่ แต่มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย โคนต้นและหน่อที่ขึ้นใหม่มีสีแดง และมีรสจัดกว่าข่าหลวง

  • เหง้าและหัว — รสเผ็ดร้อนขม ใช้แก้ปวดท้อง จุกเสียดแน่น ขับลม แก้ฟกบวม แก้พิษ แก้บิดตกโลหิต แก้ลมป่วง และแก้เกลื้อน
  • ใบ — รสเผ็ดร้อน ใช้ฆ่าพยาธิและแก้กลาก รวมถึงต้มน้ำอาบแก้ปวดเมื่อยตามข้อ
  • ดอก — รสเผ็ดร้อน ใช้ทาแก้เกลื้อนและกลาก
  • ผล — รสเผ็ดร้อนฉุน ใช้ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง คลื่นเหียน อาเจียน ท้องอืดเฟ้อ และแก้บิด
  • ต้นอ่อนหรือหน่อ — รสเผ็ดร้อนหวานเล็กน้อย ใช้แก้ลมแน่นหน้าอก บำรุงเตโชธาตุ และช่วยย่อยอาหาร
  • ต้นแก่ — รสเผ็ดร้อนซ่า ตำผสมน้ำมันมะพร้าวใช้ทาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และลมตะคริว
  • ราก — รสเผ็ดร้อนปร่า ใช้แก้เลือดเดินไม่สะดวก แก้เหน็บชา และแก้เสมหะและโลหิต

ข่าลิง (ข่าเล็ก ข่าน้อย)

ข่าลิงมีลักษณะคล้ายข่าใหญ่ แต่มีขนาดเล็กกว่าประมาณเท่าตัว

  • หัวและเหง้า — รสเผ็ดร้อนซ่า ใช้แก้กามโรค แก้จุกเสียด และแน่นเฟ้อ
  • ต้น — รสเผ็ดร้อนซ่า ใช้แก้ฝีดาษ ฝีทราย ฝีเส้น และฝีฝักบัว
  • ใบ — รสเผ็ดร้อน ใช้แก้เกลื้อนทั้งชนิดเล็กและใหญ่ และฆ่าพยาธิ
  • ดอกและผล — รสเผ็ดร้อนขมซ่า ใช้ขับพยาธิลำไส้และฆ่าพยาธิภายนอก
  • ราก — รสเผ็ดร้อนหอม ใช้แก้พิษฝีภายในและภายนอก

ข่าน้ำ (ดาหลา)

ข่าน้ำ หรือดาหลา มีต้นและใบคล้ายข่า แต่มีขนาดเล็กกว่า และต้นเอนคล้ายกะทือ

  • หัวและเหง้า — รสเผ็ดร้อนเฝื่อน ใช้แก้เม็ดประดงและผื่นคันตามผิวหนัง
  • ต้น หน่ออ่อน และดอก — รสเผ็ดร้อนซ่า ใช้แก้เสมหะในคอ แก้ลมแน่นหน้าอก บำรุงเตโชธาตุ และแก้เลือดออกตามไรฟัน

ข้าวเย็นใต้

ข้าวเย็นใต้เป็นไม้เลื้อยลงหัว เนื้อในหัวมีสีขาว

  • หัวและราก — รสกร่อย หวาน และมันเล็กน้อย ใช้แก้กามโรค น้ำเหลืองเสีย พุพอง และขับปัสสาวะ
  • ใบ — รสขื่น ใช้แก้ปากบวมและอักเสบ
  • ดอก — รสขื่นเบื่อ ใช้แก้โรคผิวหนังและคุดทะราด
  • ผล — รสขื่นจัด ใช้ลนไฟนาบลูกอัณฑะเพื่อแก้อัณฑะอุ้งตามตำรายาไทย

ข้าวเย็นเหนือ

ข้าวเย็นเหนือเป็นไม้เถาลงหัว เนื้อในหัวมีสีเหลือง

  • หัวและราก — รสกร่อย หวาน และมันเล็กน้อย ใช้แก้กามโรค แก้เส้นเอ็นพิการ แก้น้ำเหลืองเสีย พุพอง ผื่นคัน และแก้ปัสสาวะ
  • ต้น — รสจืดเย็น ใช้แก้ไข้เรื้อรังและไข้ตัวร้อน
  • ใบ — รสจืดเย็น ใช้แก้ไข้เหนือและไข้สันนิบาต
  • ผล — รสขื่นจัด ใช้แก้ลมริดสีดวง

ขิงแคลง (ขิงป่า)

ขิงแคลง หรือขิงป่า เป็นไม้ลงหัวหรือลงแง่ง แต่มีขนาดเล็กกว่าขิงบ้าน

  • เหง้า — รสหวานเผ็ดร้อน ใช้แก้ไข้ แก้ลมพรรดึก แก้ลมพานไส้ แก้แน่น แก้เสียดแทง แก้นอนไม่หลับ และแก้คลื่นเหียนอาเจียน

ขิงบ้าน

ขิงบ้านเป็นไม้ลงหัวที่มีลักษณะเป็นแง่งหรือเหง้า

  • เหง้า — รสหวานเผ็ดร้อน ใช้ขับลม แก้ปวดท้อง แก้จุกเสียด และช่วยเจริญอากาศธาตุ
  • ต้น — รสเผ็ดร้อน ใช้ขับลมให้ผายเรอ
  • ใบ — รสเผ็ดร้อน ใช้บำรุงกำเดา
  • ดอก — รสเผ็ดร้อน ใช้แก้โรคประสาทซึ่งทำให้ใจขุ่นมัว
  • ราก — รสหวานเผ็ดร้อน ใช้ขับเสมหะในลำคอและช่วยเจริญอาหาร

เข้าค่า

เข้าค่าเป็นไม้ต้นลงหัว

  • หัว — รสร้อน ใช้แก้ฟกบวม แก้พยาธิ และแก้คุดทะราด
  • ยาง — รสร้อนจัด มีฤทธิ์กัดน้ำลาย แต่เป็นพิษต่อร่างกาย

คล้า หรือ คลุ้ม

คล้า หรือคลุ้ม เป็นไม้ลงหัวหรือเหง้า ลักษณะเป็นกอคล้ายข่า

  • หัว — รสเย็นเบื่อ ใช้แก้ไข้สูง ไข้พิษ ไข้กาฬ และพิษไข้ตัวร้อน รวมถึงแก้ไข้เหนือ ปอดบวม ร้อนในกระหายน้ำ ไข้รากสาด ไข้หัด สุกใส ดำแดง และฝีดาษ

คูน

คูนเป็นไม้ลงหัว ลักษณะต้นคล้ายบอน

  • หัว — รสเผ็ดขื่นคัน ใช้แก้ก้อนเถาดานในท้อง สุมเป็นเถ้าถ่านผสมยาเพื่อแก้พิษไข้ตัวร้อน แก้ไข้เซื่องซึม และแก้พิษตานซางเด็ก นอกจากนี้หุงกับน้ำมันใช้ทาบาดแผลเพื่อกัดฝ้าและกัดหนอง

ง่อนตาหงาย

ง่อนตาหงายเป็นไม้ต้นขนาดเล็กที่ลงหัว

  • หัว — รสเย็น ใช้ถอนพิษจากการเบื่อเมา และถอนพิษไข้ตัวร้อนหรือไข้จับสั่น

ดองดึง

ดองดึงเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กที่ลงหัว

  • หัว — รสร้อนเมา ใช้แก้โรคเรื้อน คุดทะราด แก้ปวดข้อหรือรูมาติซั่ม แก้กามโรค และแก้พิษสัตว์กัดต่อย

เต่าเกียด

เต่าเกียดเป็นไม้พุ่มลงหัว

  • หัว — รสเย็นหอมฉุย ใช้แก้ตับปอดพิการ ชักตับ กัดฟอกเสมหะ และแก้ไอ

ถั่วพู

ถั่วพูเป็นไม้เถาเลื้อยชนิดลงหัว

  • หัว — รสหวานชุ่ม ใช้ชูกำลัง บำรุงครรภ์ แก้อ่อนเพลีย และบำรุงดวงใจให้ชุ่มชื่น

ท้าวยายม่อม

ท้าวยายม่อมเป็นไม้ชนิดลงหัว หัวสามารถนำมาทำเป็นแป้ง เรียกว่า แป้งท้าวยายม่อม

  • หัว — ใช้ทำแป้งท้าวยายม่อม มีรสมัน เมื่อนำไปผสมน้ำตาลกรวดให้คนไข้รับประทาน ใช้บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ และช่วยให้จิตใจชุ่มชื่น

บุก

บุกเป็นไม้ล้มลุกลงหัว

  • หัว — รสเบื่อเมาคัน ใช้กัดเถาคาน กัดเสมหะ และเมื่อหุงกับน้ำมันใช้ทาแผลเพื่อกัดฝ้าและกัดหนอง

บัวน้ำ หรือ บัวสาย

บัวน้ำหรือบัวสายเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ และมีทั้งหัวและเหง้า จึงนำมาจัดไว้ในกลุ่มพืชจำพวกหัว–เหง้า

ชนิดที่กล่าวถึง ได้แก่

  1. บัวขม — สายเล็ก ดอกสีขาว
  2. บัวกินสาย — สายขนาดกลาง ดอกสีขาวแกมชมพู
  3. บัวสัตตบุษย์ — สายใหญ่ ดอกสีขาวปลอด
  4. บัวสัตตบรรณ — สายใหญ่ ดอกสีแดงและสีชมพู
  5. บัวจงกลนี — สายใหญ่ ดอกสีชมพู
  6. บัวเผื่อน — สายขนาดกลาง ดอกสีซีดขาว
  7. บัวผัน — สายเล็ก ดอกสีคราม หากดอกเป็นสีม่วงหรือสีชมพู สายและดอกจะมีขนาดใหญ่

บัวทั้ง 7 ชนิดมีการใช้ส่วนต่าง ๆ ตามตำรายาไทย ดังนี้

  • ดอก — รสฝาด หอม และเย็น ใช้บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น บำรุงกำลัง และแก้ไข้ตัวร้อน
  • เมล็ดคั่ว — รสขมหอม ใช้บำรุงกำลังและเจริญอาหาร
  • หัว — รสหอมมัน ใช้บำรุงร่างกาย ชูกำลัง และบำรุงครรภ์

บัวบกป่า

บัวบกป่า หรือบัวสันโดษ เป็นไม้ลงหัว

  • หัว — รสเบื่อขมเล็กน้อย ใช้แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุ เจริญอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ และแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

บัวหลวง

บัวหลวงเป็นไม้จำพวกเหง้า มี 4 ชนิด ได้แก่

  1. บัวหลวงแดง — ดอกสีแดง
  2. บัวหลวงขาว — ดอกสีขาว
  3. บัวสัตตบงกชแดง — ดอกสีแดงซ้อน
  4. บัวสัตตบงกชขาว — ดอกสีขาวซ้อน

ทั้ง 4 ชนิดมีคุณสมบัติทางยาตามตำรายาไทยในลักษณะเดียวกัน

  • เหง้า — รสหวานมันเล็กน้อย ใช้บำรุงกำลัง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้เสมหะ แก้ไข้เพื่อดี แก้อาเจียน และแก้ไข้ตัวร้อน
  • ดอก — รสฝาดหอม ใช้บำรุงครรภ์ แก้ไข้ และช่วยให้เกิดลมแบ่งคลอดบุตรได้ง่าย
  • เกสร — รสฝาดหอม ใช้แก้ไข้ รากสาด หรือไข้ท้องเสีย ชูกำลัง ทำให้ชื่นใจ และบำรุงครรภ์
  • ฝัก — รสฝาด ใช้แก้ท้องเสีย แก้พิษเห็ดเมา และขับรกให้ออกเร็วเวลาคลอดบุตร
  • เปลือกเมล็ด — รสฝาด ใช้แก้ท้องร่วงและสมานแผล
  • เมล็ด — รสหวานมัน ใช้บำรุงกำลัง บำรุงไขข้อ และช่วยให้กระชุ่มกระชวย
  • ดีบัว — รสขม ใช้ขยายหลอดเลือดในหัวใจ แก้กระหายหลังจากอาเจียนเป็นโลหิต และแก้น้ำกามเคลื่อนขณะหลับ
  • ใบอ่อน — มีวิตามินซี รสฝาดเปรี้ยว ใช้บำรุงร่างกายให้ชุ่มชื่น
  • ใบแก่ — รสฝาดเปรี้ยวเล็กน้อย ใช้แก้ไข้และบำรุงเลือด

ปรงบ้าน

ปรงบ้านเป็นไม้พุ่มลงหัว

  • หัว — รสเย็นเบื่อ ฝนกับน้ำปูนใสใช้ทาแก้ลำลาบเพลิง งูสวัด เริม และดับพิษปวดแสบปวดร้อน

ปรงป่า

ปรงป่าเป็นไม้ลงหัวขนาดใหญ่

  • หัว — รสฝาดเย็น ฝนกับสุราใช้ทาแก้ฟกบวม สมานแผล แก้แผลเรื้อรัง และแผลกลาย

เปราะหอมขาว

เปราะหอมขาวเป็นไม้ลงหัวชนิดเดียวกับเปราะหอมแดง

  • หัวและใบ — รสร้อนหอม ใช้ขับลมในลำไส้ให้ผายเรอ แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ และทำยาสุมขม่อมเด็กเพื่อแก้หวัด กำเดา ซางชัก และลมซาง
  • ต้น — รสหอมติดร้อน ใช้ขับเลือดเน่าของสตรีหลังคลอดบุตร
  • ดอก — รสหอมฉุย ใช้แก้เด็กนอนสะดุ้งผวา ร้องไห้ตาค้าง และชักตาเหลือก

เปราะหอมแดง

เปราะหอมแดงเป็นไม้ลงหัวจำพวกมหากาฬ

  • หัว — รสหอมเผ็ดเล็กน้อย ใช้ขับเลือด ขับหนอง แก้ไอ แก้ลมพิษ และแก้ผื่นคัน
  • ต้น — รสหอมเผ็ดเล็กน้อย ใช้แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ
  • ใบ — รสร้อนและมีกลิ่นหอม ใช้แก้เกลื้อนวงใหญ่
  • ดอก — รสหอมติดร้อน ใช้แก้โรคตาอักเสบและตาแฉะ

พุทธรักษาดอกแดง

พุทธรักษาดอกแดงเป็นไม้ล้มลุกลงหัว

  • หัว — รสเย็นขื่น ใช้บำรุงปอด แก้อาเจียน และแก้ไอเป็นโลหิต

ไพล

ไพลเป็นไม้ลงหัว และมีการใช้หลายส่วนในตำรายาไทย

  • หัว — รสฝาด ขื่น เอียน ใช้ตำคั้นผสมเกลือสะตุรับประทานเพื่อถ่ายพิษบิดและขับลมในลำไส้ รวมถึงใช้ขับประจำเดือนสตรี ฝนทาแก้เคล็ด บวม ยอก และผสมกับน้ำมันเบนซินใช้ทาแก้เหน็บชาชนิดบวมสมานแผล
  • ใบ — รสขื่นเอียน ใช้แก้ครั่นเนื้อครั่นตัวและแก้ปวดเมื่อย
  • ต้น — รสฝาดขื่นเอียน ใช้แก้อุจจาระพิการและธาตุพิการ
  • ดอก — รสขื่น ใช้แก้ช้ำในและช่วยกระจายเลือดที่เป็นก้อน
  • ราก — รสเบื่อเอียน ใช้แก้เลือดกำเดาออกทางปากหรือทางจมูก และแก้อาเจียนเป็นโลหิต

มหากาฬ (ว่านมหากาฬ)

มหากาฬ หรือว่านมหากาฬ เป็นไม้ลงหัว

  • หัว — รสเย็น ใช้ดับพิษกาฬ ดับพิษร้อน แก้พิษไข้เซื่องซึม แก้กระสับกระส่าย และแก้พิษอักเสบ
  • ใบ — รสเย็น ใช้ตำพอกเพื่อถอนพิษฝี และแก้อักเสบหรืออาการปวดแสบปวดร้อน

มหาสดง

มหาสดงเป็นไม้กอลงหัว

  • หัว — รสเย็น ใช้แก้ไข้ แก้พิษร้อน แก้พิษหัวกาฬ แก้ตัวร้อน และขับปัสสาวะ

ยั้ง

ยั้งเป็นไม้เถาเลื้อยลงหัว

  • หัว — รสหวานมัน ใช้ดับพิษ แก้เส้นเอ็นพิการ แก้กามโรค แก้น้ำเหลืองเสีย และแก้โรคเข้าข้อ

เร็ดหนู

เร็ดหนูเป็นไม้ต้นขนาดเล็กที่ลงหัว

  • หัวและราก — รสร้อนเล็กน้อย ใช้บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้อ่อนเพลีย และแก้กามตายด้าน

ลำพันแดง หรือ ลำพันข้าว

ลำพันแดง หรือลำพันข้าว เป็นไม้ลงเหง้าที่พบอยู่ริมทะเล

  • เหง้า — รสเค็มกร่อย ใช้ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด และแก้โลหิตระดูที่ทำให้เกิดพิษจนคลั่งเพ้อ

หวานตะมอย

หวานตะมอยไม่ใช่ไม้ลงหัว แต่เป็นพืชจำพวกกล้วยไม้

  • ใบ — รสเย็น ใช้แก้มือเท้าเย็น บำรุงหัวใจ ช่วยให้ชีพจรเต้นเร็ว แก้ไข้กาฬกระทุ้งพิษ ดับพิษร้อน และขับพยาธิ

สิงหโมรา

สิงหโมราเป็นไม้กอลงเหง้า ลำต้นมีหนามสีแดง

  • เหง้า ก้าน และใบ — รสขมร้อน ใช้บำรุงโลหิต ช่วยย่อยอาหาร และขับน้ำคาวปลาหลังคลอดบุตร

โสม

โสมเป็นไม้เถาลงหัว มีทั้ง โสมจีนและโสมอเมริกา โดยโสมจีนเรียกว่า “จินเส็ง” และตามข้อมูลต้นฉบับระบุว่าต้องมีอายุประมาณ 7–8 ปีจึงจะนำมาใช้ได้

  • หัวและราก — รสขมมัน ใช้บำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า และบำรุงโลหิต

โหรา

โหราเป็นไม้ต้นขนาดเล็กที่ลงหัว ส่วนมากนำเข้ามาจากประเทศจีน และในประเทศไทยมีอยู่บ้างแต่ไม่มาก

  • หัว — รสเมาเบื่อ ใช้ขับเสมหะ แก้หอบหืด แก้โรคผิวหนัง เรื้อน มะเร็ง และคุดทะราด

อุตพิด

อุตพิดเป็นไม้กอลงหัว

  • หัว — รสขื่นคัน ใช้แก้ไอ ขับปัสสาวะ กัดล้างเสมหะ แก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้ริดสีดวงจมูก และแก้โรคท้องมาน

สรุปพืชจำพวกหัว–เหง้า

พืชจำพวกหัว–เหง้าเป็นกลุ่มพืชที่มีความหลากหลายทั้งด้านรูปร่าง ลักษณะการเจริญเติบโต และส่วนที่นำมาใช้ในตำรายาไทย ตั้งแต่หัว เหง้า แง่ง ราก ใบ ดอก ผล ไปจนถึงเมล็ด โดยแต่ละชนิดมีรสยาและสรรพคุณแตกต่างกัน

กลุ่มที่พบได้คุ้นเคย เช่น กระชาย กระเทียม ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ข่า ขิง ไพล บัวหลวง และเปราะหอม ขณะที่บางชนิดมีลักษณะเฉพาะและอาจพบในท้องถิ่นหรือในตำรายาโบราณเป็นหลัก

ข้อมูลสรรพคุณในบทความนี้เป็นการเรียบเรียงจากข้อมูลต้นฉบับตามตำรายาไทย จึงควรศึกษาชนิดของสมุนไพร ส่วนที่ใช้ วิธีเตรียมยา และข้อควรระวังให้ถูกต้องก่อนนำไปใช้จริง

จุลพิกัด

จุลพิกัด

จุลพิกัด จุลพิกัด คือ จำกัดตัวยาน้อยอย่าง หรือพิกัดที่เรียกชื่อตรงตามตัวยา มักจะเป็นตัวยาอย่างเดียวกัน หรือส่วนมากมีตัวยาเพียง 2 อย่างเท่านั้น แต่เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน ต่างกันที่ขนาด ต่างกันที่สี ต่างกันที่รส ต่างกันที่ชนิด (เพศผู้ – เพศเมีย) ต่างกันจากถิ่นที่เกิด ตัวอย่างเช่น พวกที่ต่างกันที่ขนาด 1 กระพังโหมทั้ง 2 คือ กระพังโหมน้อย กระพังโหมใหญ่ 2 ข่าทั้ง 2 คือ ข่าเล็ก ข่าใหญ่ 3 ตับเต่าทั้ง 2 คือ ตับเต่าน้อย ตับเต่าใหญ่ 5 เปล้าทั้ง 2 คือ เปล้าน้อย เปล้าใหญ่ 5 เร่วทั้ง 2 คือ เร่วน้อย เร่วใหญ่ 6 ส้มกุ้งทั้ง 2 คือ ส้มกุ้งน้อย...Continue reading→

พิกัดยา 2 สิ่ง

พิกัดยา 2 สิ่ง 1)  พิกัดทเวคันธา  (ทเวสุคนธ์)  คือ  จำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิ่นหอม 2 อย่างคือ รากบุนนาค ขับลมในลำไส้ รากมะซาง แก้โลหิต  แก้กำเดา 2)  พิกัดทเวติคันธา คือ  จำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิ่นหอม  3  อย่างในยา 2 สิ่ง คือ ดอกบุนนาค บำรุงโลหิตแก้กลิ่นเหม็นสาบสางในร่างกาย แก่นบุนนาค แก้รัตตะปิตตะโรค รากบุนนาค ขับลมในลำไส้ ดอกมะซาง ทำใจให้ชุ่มชื่นชูกำลัง แก่นมะซาง แก้คุดทะราด  แก้เสมหะ  แก้ไข้สัมประชวร รากมะซาง แก้โลหิต แก้กำเดาContinue reading→

พิกัดยา 3 สิ่ง

พิกัดยา  3  สิ่ง คือ การจำกัดจำนวนตัวยา 3 อย่าง 1)  พิกัดตรีผลา คือ จำกัดจำนวนผลไม้ 3 อย่าง คือ ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้อม สรรพคุณ  แก้ปิตตะวาตะ  สมหะในกองธาตุ  ฤดู  อายุ  และกองสมุฏฐาน 2)  พิกัดตรีกฏุก  คือ จำกัดจำนวนตัวยาที่มีรสเผ็ดร้อน  3  อย่าง คือ เหง้าขิงแห้ง เมล็ดพริกไทย ดอกดีปลี สรรพคุณ แก้วาตะเสมหะ ปิดตะวาตะในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมุฏฐาน 3)   พิกัดตรีสาร  คือ จำนวนตัวยาที่ให้คุณในฤดูหนาว  3  อย่าง คือ รากเจตมูลเพลิง เถาสะค้าน รากช้าพลู สรรพคุณ แก้วาตะเสมหะ ปิดตะวาตะในกองธาตุ ฤดู อายุ  และกองสมุฏฐาน...Continue reading→

พิกัดยา 4 สิ่ง

พิกัดยา 4 สิ่ง

พิกัดยา  4  สิ่ง 1)  พิกัดจตุกาลธาตุ   คือ  จำนวนตัวยาแก้ธาตุตามเวลา  4  อย่าง  คือ หัวว่านน้ำ รากเจตมูลเพลิง รากแคแตร รากนมสวรรค์ สรรพคุณ  แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด แก้เสมหะ แก้โลหิตในท้อง ขับลมในท้อง แก้ไข้ 2) พิกัดจตุทิพคันธา  คือ  จำนวนยาที่มีกลิ่นหอมดังกลิ่นทิพย์  4  อย่าง คือ รากมะกล่ำเครือ รากชะเอมเทศ ดอกพิกุล เหง้าขิงแครง สรรพคุณ  บำรุงธาตุ  บำรุงหัวใจ  แก้เสมหะ  แก้ลมปั่นป่วน  แก้พรรดึก 3) พิกัดจตุผลาธิตะ  คือ  จำนวนผลไม้ให้คุณ  4  อย่าง คือ ลูกสมอไทย ลูกสมอภิเภก ลูกมะขามป้อม ลูกสมอเทศ สรรพคุณ  ถ่ายไข้  ถ่ายลมแก้โรคตา  บำรุงธาตุ  ผายธาตุ ...Continue reading→

พิกัดยา 5 สิ่ง

พิกัดยา  5  สิ่ง 1) พิกัดเบญจกูล  คือ  จำกัดจำนวนตระกูลยา (เครื่องยา) ที่มีรสร้อน 5 อย่าง คือ ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง สรรพคุณ  กระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ บำรุงกองธาตุทั้ง 4 2)  พิกัดเบญจอมฤต  คือ  จำกัดตัวยาดังน้ำทิพย์ 5 อย่าง คือ น้ำนมสด น้ำนมส้ม น้ำอ้อย น้ำผึ้ง น้ำมันเนย สรรพคุณ   บำรุงกำลัง  บำรุงธาตุไฟ  ขับลมให้แล่น ทั่วกาย  แก้ไข้ตรีโทษ  ผายธาตุ  แก้กำเดาและลม  กระจายเสมหะ 3)  พิกัดเบญจผลธาตุ  คือ  จำกักจำนวนตัวยาที่แก้ผลธาตุได้  5  อย่าง คือ หัวกกลังกา หัวเต่าเกียด หัวแห้วหมู หัวหญ้าชันกาด...Continue reading→

พิกัดยา 7 สิ่ง

พิกัดยา  7  สิ่ง 1) พิกัดสัตตะเขา  คือ  กำหนดจำนวนเขาสัตว์  7  อย่าง  คือ เขาวัว เขาควาย เขากระทิง เขากวาง เขาแพะ เขาแกะ เขาเลียงผา สรรพคุณ  ดับพิษ ถอนพิษ ถอนพิษผิดสำแดง แก้พิษไข้ร้อน ไข้พิษไข้กาฬ 2) พิกัดสัตตะปะระเหมะ คือ จำกัดจำนวนตัวยาแก้เมือกมัน  เสมหะมีกลิ่น 7 อย่าง คือ ต้นตำแยตัวผู้ ต้นตำแยตัวเมีย ต้นก้นปิด ลูกกระวาน โกฐกระดูก ลูกรักเทศ ตรีผลาวะสัง สรรพคุณ  ชำระมลทินโทษให้ตก  แก้อุจจาระธาตุลามก  ชำระเมือกมันในลำไส้ แก้ปะระเมหะ  20 ประการ 3) พิกัดสัตตะโลหะ  คือ  จำกัดจำนวนตัวยาที่มีชื่อเป็นทอง  7  อย่าง คือ รากทองกวาว รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน...Continue reading→

พิกัดยา 9 สิ่ง

พิกัดยา 9 สิ่ง 1)  พิกัดเนาวหอย  คือ  จำกัดจำนวนหอย 9 อย่าง คือ เปลือกหอยกาบ เปลือกหอยขม เปลือกหอยแครง เปลือกหอยนางรม เปลือกหอยพิมพการัง เปลือกหอยตาวัว เปลือกหอยจุ๊บแจง เปลือกหอยมุก เลือกหอยสังข์ สรรพคุณ  ขับลมในลำไส้  และล้างลำไส้ แก้โรคกระษัย  แก้ไตพิการ  ขับนิ่ว  ขับปัสสาวะ บำรุงกระดูก 2)  พิกัดเนาวเขี้ยว  คือ  จำกัดจำนวนเขี้ยวสัตว์ 9 อย่าง คือ เขี้ยวหมูป่า เขี้ยวหมาป่า เขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ เขี้ยวช้าง (งาช้าง) เขี้ยวแรด เขี้ยวเลียงผา เขี้ยวจระเข้ไข้กาฬ เขี้ยวปลาพะยูน สรรพคุณ  รสจืด  คาวเย็น  ใช้ดับพิษในกระดูก  ในข้อในเส้นเอ็น  รวมถึงการบวมภายนอก  แก้พิษร้อน  ถอนพิษไข้  ดับพิษ  แก้ไข้พิษ  ไข้กาฬตักศิลา...Continue reading→

พิกัดยา  10  สิ่ง

พิกัดยา  10  สิ่ง 1) พิกัดทศกุลาผล  คือ  กำหนดจำนวนยาเป็นตระกูล  10  อย่าง คือ ลูกผักชีทั้ง 2    (ผักชีล้อม – ผักชีลา) ลูกเร่วทั้ง   2    (เร่วน้อย – เร่วใหญ่) ชะเอมทั้ง  2     (ชะเอมไทย – ชะเอมเทศ) ลำพันทั้ง   2    (ลำพันแดง – ลำพันขาว) อบเชยทั้ง  2    (อบเชยไทย – อบเชยเทศ) สรรพคุณ แก้ไข้เพื่อดีและเสหะ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงปอด แก้รัตตะปิตตะโรค  แก้ลมอัมพฤกษ์อัมพาต  บำรุงกำลัง  แก้ไข้  บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น 2)  พิกัดทศมูลใหญ่  คือ  กำหนดจำนวนรากไม้ 10 อย่าง คือ (รวมเบญจมูลน้อย และเบญจมูลใหญ่เข้าด้วยกัน) หญ้าเกล็ดหอยน้อย หญ้าเกล็ดหอยใหญ่...Continue reading→

พิกัดพิเศษ

พิกัดพิเศษ

พิกัดพิเศษ 1)  พิกัดโกฐพิเศษ  คือ  กำหนดจำนวนโกฐพิเศษ  3  อย่าง คือ โกฐกะกลิ้ง โกฐกักกรา โกฐน้ำเต้า สรรพคุณ  แก้โรคในปากในคอ ขับพยาธิ แก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้ไข้ในกองอติสาร  ขับลมในลำไส้ แก้หนองใน ขับระดูร้าย แก้ริดสีดวงทวาร 2)  พิกัดเทียนพิเศษ คือ กำหนดจำนวนเทียนพิเศษ 3 อย่าง คือ เทียนลวด หรือ เทียนหลอด เทียนขม เทียนแกลบ สรรพคุณ  แก้ลม  เสมกะดีละคนกัน  แก้พิษโลหิต  แก้ดีพิการ  แก้ลมขึ้นเบื้องสูง  ทำให้หูอื้อตาลาย  แก้ไข้  แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว  แก้ลม 3)  พิกัดบัวพิเศษ  คือ  จำกัดจำนวนดอกบัวพิเศษ  6  อย่าง คือ บัวหลวงแดง บัวหลวงขาว บัวสัตตบงกชแดง บัวสัตตบงกชขาว บัวเผื่อน บัวขม...Continue reading→

มหาพิกัดตรี (ยา 3 สิ่ง)

มหาพิกัดตรี (ยา 3 สิ่ง)

มหาพิกัดตรี (ยา  3  สิ่ง) มหทพิกัดตรีผลา ตรีผลาเป็นพิกัดยาในคิมหันตฤดู (ฤดูร้อน) ถ้าจะใช้แก้ในสมุฏฐานต่างๆ จะใช้ส่วนของตัวยาในพิกัดแตกต่างกัน  ดังนี้ 1) มหาพิกัดตรีผลา ถ้าจะแก้เสมหะสมุฏฐาน มีส่วนและตัวยาดังนี้ ลูกสมอภิเภก              8        ส่วน     (ปิตตะ) ลูกสมอไทย               4        ส่วน     (วาตะ) ลูกมะขามป้อม            12      ส่วน     (เสมหะ) 2) มหาพิกัดตรีผลา ถ้าจะแก้ปิตตะสมุฏฐาน มีส่วนและตัวยาดังนี้ ลูกสมอภิเภก              12      ส่วน     (ปิตต) ลูกสมอไทย               8        ส่วน     (วาตะ) ลูกมะขามป้อม            4        ส่วน     (เสมหะ) 3) มหาพิกัดตรีผลา ถ้าจะแก้วาตะสมุฏฐาน มีส่วและตัวยาดังนี้ ลูกสมอภิเภก              4        ส่วน     (ปิตต) ลูกสมอไทย               12      ส่วน     (วาตะ) ลูกมะขามป้อม            8        ส่วน     (เสมหะ)...Continue reading→

Scroll to top