กัญชาเทศ

กัญชาเทศ

กัญชาเทศ

กัญชาเทศ เป็นสมุนไพรในวงศ์ Lamiaceae (วงศ์กะเพรา) มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในตำรายาไทยว่า Leonurus sibiricus L. เป็นพืชล้มลุกที่พบในประเทศไทยและมีประวัติการใช้ใน ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน โดยเฉพาะในตำรับยาสตรีและการดูแลอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ของสตรี ทั้งยังมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาเกี่ยวกับสารสำคัญ เช่น leonurine, stachydrine, flavonoids และ phenolic compounds อย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ : กัญชาเทศไม่ใช่กัญชา (Cannabis sativa L.) แม้ชื่อภาษาไทยจะมีคำว่า “กัญชา” เหมือนกัน แต่เป็นพืชคนละชนิดและอยู่คนละสกุล

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : กัญชาเทศ
  • ชื่อท้องถิ่น : ซ้าซา, ส่าน้ำ, ผักหนอกช้าง, กัญชาจีน, เอี้ยะบ่อเช่า และอี้หมูฉ่าว
  • ชื่อสามัญ : Siberian motherwort, Motherwort, Lion’s tail, Honeyweed, Greasy-bush
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Leonurus sibiricus L.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ตามอนุกรมวิธานปัจจุบัน : Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li โดย Leonurus sibiricus L. เป็นชื่อพ้องที่ยังพบใช้อย่างแพร่หลายในเอกสารด้านสมุนไพรและเภสัชกรรม
  • วงศ์ : Lamiaceae
  • ชื่อเครื่องยา : Leonuri Sibirici Folium สำหรับใบกัญชาเทศตามรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
  • ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ และในภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการใช้ทั้งต้น เมล็ด และราก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นพืชล้มลุก อายุประมาณ 1–2 ปี ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่ง ลำต้นเป็นเหลี่ยมและมีขนละเอียดปกคลุม ความสูงโดยทั่วไปประมาณ 0.6–1.8 เมตร
  • ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ใบช่วงล่างมีขอบหยักไม่ลึก ส่วนใบด้านบนมักหยักลึกเป็นแฉก 3–7 แฉก รูปใบรีถึงรูปหอก ปลายใบแหลม
  • ดอก : ดอกออกเป็นกระจุกแน่นตามซอกใบ ดอกมีสีชมพู ม่วงอมชมพู หรือม่วงแดง กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดและปลายแยกเป็น 2 ปาก
  • ผล : เป็นผลแห้งขนาดเล็ก ไม่แตกเมื่อแก่ ภายในมีเมล็ด โดยผลมีลักษณะเป็นสัน
  • ลักษณะเด่นสำหรับตรวจสอบเอกลักษณ์ : ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนและต่อมขนจำนวนมาก ใบออกตรงข้าม และดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในบริเวณเอเชียตอนเหนือและตอนกลาง โดยเฉพาะไซบีเรีย มองโกเลีย และจีน ตามฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์สากล
  • การกระจายพันธุ์ : พบในหลายพื้นที่ของเอเชีย และมีการนำไปปลูกหรือแพร่กระจายในบางพื้นที่ของทวีปอเมริกาและภูมิภาคอื่น
  • ในประเทศไทย : พบเป็นพืชที่ขึ้นตามพื้นที่รกร้างและบริเวณที่อยู่อาศัยบางแห่ง โดยมีรายงานการเก็บตัวอย่างวัตถุดิบสมุนไพรจากหลายพื้นที่ของประเทศไทย

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ : นิยมขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด
  • สภาพแวดล้อม : เจริญได้ดีในพื้นที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ ดินระบายน้ำได้ดี และมีความชื้นเหมาะสม
  • การปลูกเพื่อใช้เป็นสมุนไพร : ควรเลือกเมล็ดหรือต้นพันธุ์ที่มีการตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ และควบคุมการใช้สารเคมีและการปนเปื้อนของโลหะหนัก สารกำจัดศัตรูพืช และจุลินทรีย์
  • การเก็บวัตถุดิบ : หากต้องการใช้เป็นเครื่องยาควรเก็บในระยะที่มีสารสำคัญเหมาะสมและนำไปทำให้แห้งอย่างถูกสุขลักษณะ

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ใบ : เป็นส่วนที่ระบุไว้ในรายการยาแผนไทยแห่งชาติในชื่อ Leonuri Sibirici Folium
  • ส่วนเหนือดิน : มีการศึกษาด้านเภสัชเวทและการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ
  • ทั้งต้น : พบการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่
  • เมล็ดและราก : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่ควรแยกให้ชัดเจนจากข้อมูลการใช้ใบซึ่งเป็นส่วนที่มีการกำหนดเป็นเครื่องยาในรายการยาแผนไทยแห่งชาติ

สรรพคุณทางสมุนไพร

ตาม ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการใช้พื้นบ้าน มีการกล่าวถึงกัญชาเทศในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • ขับประจำเดือน และใช้ในตำรับยาสตรีสำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน
  • บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ตามการใช้แบบดั้งเดิม
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ขับลมและบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
  • บำรุงกำลังและบำรุงหัวใจ ตามตำรับพื้นบ้านบางแห่ง
  • แก้ไข้และอาการปวดศีรษะ ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • ใช้ดูแลอาการหลังคลอด ในตำรับยาสตรีบางแนวทาง
  • ใช้ภายนอกสำหรับอาการทางผิวหนัง ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน

มีงานวิจัยในประเทศไทยพบว่า สารสกัดกัญชาเทศสามารถกระตุ้นการหดตัวของมดลูกหนูทดลอง จึงสอดคล้องกับการใช้ดั้งเดิมในตำรับยาสตรีบางประเภท แต่ผลดังกล่าวเป็นหลักฐานระดับก่อนคลินิก ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์

วิธีใช้

  • ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : นำใบหรือส่วนของพืชที่กำหนดในตำรับมาต้มเป็นน้ำสมุนไพรหรือยาต้ม
  • ในตำรับยาสตรี : ใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาไทยบางชนิด โดยการเตรียมและขนาดใช้ขึ้นอยู่กับตำรับและผู้ประกอบวิชาชีพ
  • การใช้ภายนอก : มีรายงานภูมิปัญญาการนำส่วนของพืชมาใช้กับอาการทางผิวหนังบางชนิด
  • การใช้เป็นเครื่องยา : ควรใช้วัตถุดิบที่ผ่านการตรวจสอบเอกลักษณ์และมาตรฐานคุณภาพ
หมายเหตุ : ไม่ควรนำวิธีใช้จากภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้แทนการรักษาทางการแพทย์โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่รับประทานยาหลายชนิด

ในบัญชียาจากสมุนไพร

กัญชาเทศมีชื่ออยู่ในรายการยาแผนไทยแห่งชาติ โดยระบุส่วนที่ใช้เป็น ใบ และใช้ชื่อเครื่องยาว่า Leonuri Sibirici Folium ซึ่งตรงกับ Leonurus sibiricus L. นอกจากนี้ มีรายงานทางวิชาการว่า กัญชาเทศเป็นส่วนประกอบสำคัญของตำรับประสะพริ้งโพธิ์ทอง (Prapchompoothaweep remedy) ซึ่งอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านยาแผนไทย และมีการศึกษาทางคลินิกของตำรับดังกล่าวในอาการหวัดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

สาระสำคัญ

สาระสำคัญที่ได้รับความสนใจในการศึกษากัญชาเทศ ได้แก่ สารกลุ่มอัลคาลอยด์ ไดเทอร์พีน ฟลาโวนอยด์ กรดฟีนอลิก ไกลโคไซด์ และสเตอรอล โดย leonurine เป็นสารสำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการศึกษามาตรฐานวัตถุดิบกัญชาเทศในประเทศไทย

องค์ประกอบทางเคมี

มีรายงานการพบสารสำคัญหลายกลุ่ม ได้แก่

  • อัลคาลอยด์ : leonurine, stachydrine และสารอนุพันธ์อื่น ๆ
  • ไดเทอร์พีนชนิด labdane : sibiricinones, leojaponin, isoleoheterin และ leosibiric acids
  • ไดเทอร์พีนแลกโตน : leonotinin, leonotin, dubiin และ nepetaefuran
  • ฟลาโวนอยด์ : genkwanin, rutin และสารกลุ่ม flavonoids อื่น ๆ
  • สารฟีนอลิก : chlorogenic acid และ caffeic acid
  • iridoid glycosides : acetylharpagide และ ajugoside
  • phenylpropanoid glycosides : lavandulifolioside และ verbascoside
  • phytosterols : β-sitosterol และ β-sitosterol glucoside

การศึกษาวัตถุดิบกัญชาเทศจากประเทศไทย 15 ตัวอย่างพบปริมาณ leonurine ประมาณ 0.79–4.23 มิลลิกรัมต่อกรัมของน้ำหนักแห้ง ค่าเฉลี่ย 2.38 ± 1.10 มิลลิกรัมต่อกรัม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของปริมาณสารสำคัญระหว่างแหล่งวัตถุดิบ

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยเกี่ยวกับ Leonurus sibiricus ครอบคลุมทั้งการศึกษาทางเคมี เภสัชวิทยา เภสัชเวท และพิษวิทยา โดยพบศักยภาพของสารสกัดหรือสารบริสุทธิ์ในหลายด้าน เช่น

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ
  • ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • ฤทธิ์ต่อการหดตัวของมดลูก
  • ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดในแบบจำลองทดลอง
  • ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง
  • ฤทธิ์ปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับอนุมูลอิสระ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจำนวนมากยังเป็น การศึกษาในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่สามารถสรุปประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์ได้อย่างเด็ดขาด

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ระดับเภสัชเวทและเคมี : มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะทางจุลทรรศน์ องค์ประกอบทางเคมี และการตรวจวิเคราะห์ leonurine ในวัตถุดิบกัญชาเทศ
  • ระดับหลอดทดลอง : มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ต่อเซลล์บางชนิด
  • ระดับสัตว์ทดลอง : มีข้อมูลเกี่ยวกับการหดตัวของมดลูก ฤทธิ์ทางเมแทบอลิซึม และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน
  • ระดับการศึกษาในมนุษย์ : หลักฐานโดยตรงสำหรับกัญชาเทศเดี่ยว ๆ ยังมีจำกัด ขณะที่ข้อมูลทางคลินิกที่มีมักเกี่ยวข้องกับ ตำรับยาที่มีกัญชาเทศเป็นส่วนประกอบ มากกว่าการใช้กัญชาเทศเดี่ยว ๆ

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

การศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดและสารสำคัญจากกัญชาเทศมีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายรูปแบบ โดยเฉพาะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ นอกจากนี้ leonurine ยังได้รับความสนใจจากการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดและระบบประสาท งานวิจัยในประเทศไทยเกี่ยวกับสารสกัดกัญชาเทศในตำรับยาสตรีพบว่าสามารถ กระตุ้นการหดตัวของมดลูกหนูทดลอง โดยกัญชาเทศมีความถี่ของการหดตัวสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสมุนไพรบางชนิดที่นำมาทดสอบร่วมกัน

ความปลอดภัย

ข้อมูลความปลอดภัยของกัญชาเทศยังควรพิจารณาตาม ส่วนของพืช ปริมาณ วิธีสกัด และระยะเวลาการใช้ เนื่องจากผลการทดลองในสัตว์บางงานพบความแตกต่างระหว่างขนาดต่ำและขนาดสูง การศึกษาความเป็นพิษแบบกึ่งเรื้อรังในหนูที่ได้รับกัญชาเทศแห้งในขนาด 0.5, 5 และ 25 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน พบว่าในขนาดปานกลางและสูงมีสัญญาณบางประการที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานของไตและตับ จึงไม่ควรตีความว่าการใช้ในปริมาณมากเป็นเรื่องปลอดภัย

หมายเหตุ : ข้อมูลความปลอดภัยจากสัตว์ทดลองไม่สามารถใช้กำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์โดยตรง

ข้อห้ามใช้

  • หญิงตั้งครรภ์ : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ เนื่องจากมีหลักฐานจากการทดลองที่พบฤทธิ์กระตุ้นการหดตัวของมดลูก และมีข้อมูลดั้งเดิมเกี่ยวกับการใช้เพื่อกระตุ้นการไหลของประจำเดือน
  • ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติหรือมีความเสี่ยงเลือดออก : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
  • ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไต : ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะการใช้สารสกัดเข้มข้นหรือเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่กำลังรับประทานยาหลายชนิด : ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพก่อนใช้

การใช้ในอาหาร

มีภูมิปัญญาท้องถิ่นในบางพื้นที่ของประเทศไทยที่นำ กัญชาเทศหรือกัญชาแกลบ มาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารพื้นเมือง และมีรายงานจากการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดพัทลุงเกี่ยวกับการใช้พืชชนิดนี้ในอาหาร อย่างไรก็ตาม การใช้เป็นอาหารควรแยกจากการใช้เป็นยา เนื่องจาก ปริมาณและรูปแบบการบริโภคมีผลต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และผู้มีโรคประจำตัว

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • วัตถุดิบสมุนไพรแห้ง สำหรับการเตรียมเครื่องยา
  • ชาสมุนไพรและเครื่องดื่มสมุนไพร ในบางวัฒนธรรม
  • สารสกัดสมุนไพร สำหรับการศึกษาวิจัยด้านเภสัชวิทยา
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง : มีการศึกษาสารสกัดกัญชาเทศด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและการปกป้องเซลล์ผิวในระดับห้องปฏิบัติการ โดยพบความเป็นพิษต่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในระดับที่ศึกษาไม่สูง

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ควรเก็บเกี่ยว ส่วนเหนือดินหรือใบ จากต้นที่สมบูรณ์และมีการตรวจสอบชนิดพืชถูกต้อง
  • วัตถุดิบควรทำให้แห้งอย่างรวดเร็วและสะอาด เพื่อป้องกันเชื้อราและการเสื่อมสลายของสารสำคัญ
  • ควรเก็บในภาชนะที่ แห้ง สะอาด ปิดสนิท และป้องกันแสง
  • ควรหลีกเลี่ยงความชื้น ความร้อน และแมลง
  • วัตถุดิบสำหรับใช้ทางยา ควรมีการตรวจสอบ ความชื้น เถ้ารวม เถ้าที่ไม่ละลายในกรด สารสกัดที่ละลายน้ำ/แอลกอฮอล์ และสารสำคัญ leonurine ตามแนวทางควบคุมคุณภาพ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในประเทศไทยมีการใช้กัญชาเทศใน ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและตำรับยาสตรี โดยเกี่ยวข้องกับการขับประจำเดือน การบรรเทาอาการปวดประจำเดือน การขับปัสสาวะ และการดูแลสตรีหลังคลอด นอกจากนี้มีข้อมูลการใช้เป็นอาหารพื้นบ้านในบางชุมชน

ประวัติและวัฒนธรรม

กัญชาเทศมีประวัติการใช้ในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่ม Chinese motherwort ซึ่งมีการใช้เกี่ยวข้องกับสุขภาพสตรีมาเป็นเวลานาน ในประเทศไทยพบการนำกัญชาเทศมาใช้ในตำรับยาแผนไทยและตำรับยาสตรี และมีการศึกษาฤทธิ์ของพืชชนิดนี้ในตำรับยาสตรีแผนโบราณในประเทศไทย

สถานะการอนุรักษ์

ตามฐานข้อมูล Plants of the World Online (Kew) ชื่อ Leonurus sibiricus L. ได้รับการจัดอนุกรมวิธานใหม่เป็นชื่อพ้องของ Paraleonurus sibiricus และชนิดที่ยอมรับในฐานข้อมูลปัจจุบันมีถิ่นกำเนิดตั้งแต่ไซบีเรียตอนใต้ถึงจีนตอนเหนือ โดยมีการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์จาก Angiosperm Extinction Risk Predictions ว่า ไม่อยู่ในภาวะถูกคุกคาม

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร : Plantae
  • หมวด : Tracheophyta
  • ชั้น : Equisetopsida
  • ชั้นย่อย : Magnoliidae
  • อันดับ : Lamiales
  • วงศ์ : Lamiaceae
  • สกุล : Paraleonurus
  • ชนิด : Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li

ชื่อพ้องสำคัญ : Leonurus sibiricus L., Lamium sibiricum (L.) Cordem., Phlomis sibirica (L.) Medik., Panzeria sibirica Steud. และชื่อพ้องอื่น ๆ

หมายเหตุ : ในเอกสารตำรายาไทยและงานวิจัยด้านเภสัชเวทจำนวนมากยังใช้ชื่อ Leonurus sibiricus L. ดังนั้นในการจัดทำฐานข้อมูลสมุนไพรควรแสดงชื่อเดิมควบคู่กับชื่ออนุกรมวิธานปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ค้นหาสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ถูกต้อง

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบเอกลักษณ์ กัญชาเทศ สามารถพิจารณาจากลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเภสัชเวท ได้แก่

  • ลำต้น : เป็นเหลี่ยม มีสันตามแนวลำต้น
  • ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม ขอบใบหยักหรือแยกเป็นแฉก
  • ดอก : ออกเป็นกระจุกตามซอกใบ สีชมพูถึงม่วงแดง
  • ลักษณะทางจุลทรรศน์ : พบ glandular trichomes จำนวนมาก บริเวณลำต้นพบผลึกแคลเซียมออกซาเลตชนิด prism และในผงยาพบองค์ประกอบ เช่น ท่อลำเลียง เส้นใย ต่อมขน ผลึก และเม็ดแป้ง
  • การตรวจสารสำคัญ : สามารถตรวจวิเคราะห์ leonurine ด้วยเทคนิคทางโครมาโทกราฟี เช่น HPLC หรือ capillary electrophoresis เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการควบคุมคุณภาพ

คำเตือนทางการแพทย์

กัญชาเทศเป็นสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด และมีข้อมูลการทดลองว่าสารสกัดสามารถกระตุ้นการหดตัวของมดลูกได้ จึงไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือใช้เพื่อกระตุ้นการคลอดด้วยตนเอง
สรรพคุณที่กล่าวถึงจากภูมิปัญญาไทยและการแพทย์พื้นบ้านเป็นข้อมูลการใช้ดั้งเดิม ไม่ได้หมายความว่าทุกสรรพคุณได้รับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิกในมนุษย์
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดความดัน ยาลดระดับน้ำตาล หรือยาที่มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สมุนไพรกัญชาเทศ โดยเฉพาะในรูปแบบสารสกัดเข้มข้น
ไม่ควรนำกัญชาเทศไปสับสนกับกัญชา (Cannabis sativa L.) เนื่องจากเป็นพืชต่างสกุลและมีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
  2. กาญจนภู, ใจ. และคณะ. (2554). การศึกษาฤทธิ์ของสมุนไพรที่มีในตำรับยาสตรีแผนโบราณต่อการหดตัวของมดลูก. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 6(3).
  3. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. (ม.ป.ป.). กัญชาเทศ (ส่วนเหนือดิน): ศูนย์ข้อมูลสมุนไพรไทย-จีน. ศูนย์ข้อมูลสมุนไพรไทย-จีน.
  4. Suwatronnakorn, M., Issaravanich, S., Palanuvej, C., & Ruangrungsi, N. (2021). Standardization of Leonurus sibiricus L. aerial part and capillary electrophoresis quantitative analysis of its leonurine content. Journal of Ayurveda and Integrative Medicine, 12(3), 511–517.
  5. Sayed, M. A., Alam, M. A., Islam, M. S., Ali, M. T., Ullah, M. E., Shibly, A. Z., Ali, M. A., & Hasan-Olive, M. M. (2016). Leonurus sibiricus L. (honeyweed): A review of its phytochemistry and pharmacology. Asian Pacific Journal of Tropical Biomedicine, 6(12), 1076–1080.
  6. Zhang, R.-H., Liu, Z.-K., Yang, D.-S., Zhang, X.-J., Sun, H.-D., & Xiao, W.-L. (2018). Phytochemistry and pharmacology of the genus Leonurus: The herb to benefit the mothers and more. Phytochemistry, 147, 167–183.
  7. Chua, H. P., Abdullah, A., & Murugaiyah, M. (2009). Toxicological evaluation of dried kacangma herb (Leonurus sibiricus) in rats. Sains Malaysiana, 38(4), 499–509.
  8. de Oliveira, D. P., et al. (2021). Exploring the bioactivity potential of Leonotis nepetifolia: Phytochemical composition, antimicrobial and antileishmanial activities of extracts from different anatomical parts. Natural Product Research, 35(18).
  9. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li. Plants of the World Online.
  10. International Plant Names Index. (2026). Leonurus sibiricus L.
Scroll to top