กระดูกไก่ขาว
กระดูกไก่ขาว เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่พบในประเทศไทยและประเทศเขตร้อนของเอเชีย มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า กระดูกขาว และ ปีกไก่ขาว นิยมใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน โดยเฉพาะ ใบกระดูกไก่ขาว ซึ่งมีการนำมาใช้เกี่ยวกับอาการปวดเมื่อย อาการอักเสบ และการแก้พิษตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืชชนิดนี้เพิ่มขึ้น โดยพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่น่าสนใจ แต่หลักฐานทางคลินิกเฉพาะ กระดูกไก่ขาว ยังมีจำกัด จึงควรแยกข้อมูลจาก กระดูกไก่ดำ ซึ่งอาจเป็นพืชชนิดเดียวกันแต่มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาและองค์ประกอบทางเคมีบางประการแตกต่างกัน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กระดูกไก่ขาว, กระดูกขาว
- ชื่อท้องถิ่น : ปีกไก่ขาว (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
- ชื่อสามัญ : Willow-leaved justicia, Asian water-willow
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบัน : Justicia gendarussa Burm.f.
- ชื่อพ้องที่พบในเอกสาร : Gendarussa vulgaris Nees, Justicia gandarussa L.f. และชื่อพ้องอื่น ๆ
- วงศ์ : Acanthaceae
- ประเภทพืช : ไม้พุ่มขนาดเล็กหรือไม้พุ่มกึ่งไม้เนื้อแข็ง
- ลักษณะเด่นของกระดูกไก่ขาว : ลำต้นและใบมีสีเขียว แตกต่างจากกระดูกไก่ดำที่มักมีลำต้นสีม่วงดำหรือม่วงเข้ม
หมายเหตุ : ชื่อ “กระดูกไก่ขาว” และ “กระดูกไก่ดำ” มีความสับสนในการใช้ชื่อพื้นบ้านและการจำแนกพืช จึงควรตรวจสอบด้วยชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านมาก ลำต้นตั้งตรง โดยทั่วไปสูงประมาณ 1–1.5 เมตร และอาจสูงได้มากกว่านี้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ลำต้นอ่อนมีสีเขียวถึงม่วงอ่อน ขณะที่ข้อมูลของกระดูกไก่ขาวในประเทศไทยระบุว่าลำต้นและใบมีสีเขียว
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามแบบสลับตั้งฉาก รูปใบแคบรูปหอกหรือรูปรีแคบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบเกลี้ยง ใบมีสีเขียว
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกมีขนาดเล็กถึงปานกลาง กลีบดอกมีสีขาวและอาจมีริ้วหรือแต้มสีม่วงด้านใน
- ผล : เป็นผลแห้งแตกแบบแคปซูล รูปกระบองหรือรูปรี เมื่อแก่สามารถแตกและปล่อยเมล็ดได้
- เมล็ด : มีขนาดเล็ก และมีลักษณะผิวเป็นร่างแหตามที่มีรายงานทางพฤกษศาสตร์

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย โดยพบตั้งแต่อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงบางพื้นที่ของจีนตอนใต้และหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชีย
- การกระจายพันธุ์ : พบใน อินเดีย บังกลาเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และพื้นที่อื่นในเขตร้อนของเอเชีย
- สามารถพบได้ตามพื้นที่ชื้น ริมลำธาร ชายป่า ป่าธรรมชาติ และพื้นที่ที่มีการปลูกเป็นไม้ประดับหรือแนวรั้ว
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม : เจริญได้ดีในภูมิอากาศร้อนชื้น ต้องการน้ำในระดับปานกลาง และสามารถเจริญได้ในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรหรือมีร่มเงาบางส่วน
- ดิน : ควรใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุเพียงพอ และไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขังเป็นเวลานาน
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : สามารถเพาะจากเมล็ดได้ แต่เมล็ดมีข้อจำกัดด้านความมีชีวิตและการงอก จึงควรใช้เมล็ดใหม่และเพาะในวัสดุที่มีความชื้นเหมาะสม
- การปักชำ : เป็นอีกวิธีที่ใช้ในการขยายพันธุ์ โดยใช้กิ่งที่สมบูรณ์ ปักในวัสดุเพาะที่โปร่งและมีความชื้นสม่ำเสมอ งานด้านการขยายพันธุ์ระบุว่าการปักชำและการเพาะเมล็ดเป็นวิธีดั้งเดิมของพืชชนิดนี้
- การดูแล : ควรรักษาความชื้นให้เหมาะสม กำจัดวัชพืช และตัดแต่งกิ่งเพื่อให้แตกกิ่งใหม่และเก็บใบได้สะดวก
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ : เป็นส่วนที่มีการกล่าวถึงและใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านมากที่สุด
- ต้นและส่วนเหนือดิน : มีการนำไปศึกษาทางเภสัชวิทยาและพฤกษเคมี แต่ข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิมแตกต่างกันตามท้องถิ่น
- ในการศึกษาสมัยใหม่ควรระบุ ชนิดพืช ส่วนที่ใช้ และวิธีสกัด ให้ชัดเจน เนื่องจากองค์ประกอบทางเคมีอาจแตกต่างกันตามส่วนของพืชและกระบวนการสกัด
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญา
- แก้พิษสัตว์กัดต่อย : ใบสดนำมาตำและใช้ตามวิธีพื้นบ้านสำหรับบรรเทาพิษจากสัตว์กัดต่อย
- แก้พิษงู : มีการใช้ใบในตำรับพื้นบ้านเกี่ยวกับพิษงู
- บรรเทาอาการปวดเมื่อย : ใช้ใบในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดเมื่อย
- บรรเทาอาการเคล็ดขัดยอกและปวดข้อ : เป็นหนึ่งในกลุ่มการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านของพืชชนิดนี้
ตามตำรายาไทย
- ใบกระดูกไก่ขาว มีการระบุในตำราและเอกสารเภสัชกรรมไทยว่าเป็นสมุนไพรที่มี รสเมาเบื่อ และใช้เกี่ยวกับ พิษสัตว์ขบกัด แก้พิษงู แก้ร้อนใน และขับพิษภายใน
- ในทางเภสัชกรรมไทยมีการกล่าวถึง กระดูกไก่ทั้ง 2 คือกระดูกไก่ดำและกระดูกไก่ขาว โดยควรตรวจสอบชนิดพืชให้ถูกต้องก่อนใช้ เพราะชื่อพื้นบ้านอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการระบุวัตถุดิบ
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- แก้พิษงูและพิษแมลงสัตว์กัดต่อย : ใช้ใบสดตำละเอียดและนำมาใช้ตามตำรับพื้นบ้าน
- บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ : ใช้ใบสดหรือเตรียมเป็นยาภายนอกตามวิธีพื้นบ้าน
- บรรเทาอาการฟกช้ำและเคล็ดขัดยอก : มีรายงานการใช้ใบของ J. gendarussa ในภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในตำรับยา
- มีการนำ กระดูกไก่ขาว ไปใช้เป็นส่วนประกอบในองค์ความรู้เกี่ยวกับ ยารักษาพิษ และตำรับพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดและการอักเสบ
- การใช้ในตำรับยาไทยควรอ้างอิง ตำรับและแหล่งที่มาของวัตถุดิบโดยตรง เนื่องจากชื่อกระดูกไก่ขาวอาจถูกใช้ปะปนกับกระดูกไก่ดำในเอกสารบางแหล่ง
วิธีใช้
- ใช้ภายนอกตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : ใบสดนำมาตำให้ละเอียด แล้วใช้พอกบริเวณที่ต้องการตามตำรับพื้นบ้าน
- ใช้เป็นยาต้ม : มีรายงานภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับการนำใบมาต้มเป็นน้ำสมุนไพร
- ใช้ร่วมกับสุราในตำรับพื้นบ้าน : มีการบันทึกการนำใบสดตำผสมสุราแล้วคั้นน้ำใช้ตามภูมิปัญญาเดิมสำหรับอาการเกี่ยวกับพิษสัตว์กัดต่อย
หมายเหตุ : วิธีใช้ข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและเอกสารดั้งเดิม ไม่ควรนำวิธีใช้พื้นบ้านสำหรับพิษงูหรือพิษรุนแรงมาใช้แทนการรักษาฉุกเฉินโดยบุคลากรทางการแพทย์
สาระสำคัญ
สาระสำคัญของ กระดูกไก่ขาว (Justicia gendarussa) อยู่ที่สารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม โดยการศึกษาในประเทศไทยพบว่า กระดูกไก่ขาวมีแอลคาลอยด์ แทนนิน ฟลาโวนอยด์ และซาโปนิน จากการคัดกรองเบื้องต้น และมีความแตกต่างจากตัวอย่างกระดูกไก่ดำในองค์ประกอบบางกลุ่ม โดยเฉพาะการตรวจพบฟลาโวนอยด์และซาโปนินในตัวอย่างกระดูกไก่ขาว
งานวิจัยเกี่ยวกับ J. gendarussa โดยรวมยังรายงานสารกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ ฟีนอลิก แอลคาลอยด์ ไตรเทอร์พีนอยด์ สเตอรอล กรดไขมัน และสารลิกแนน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ
องค์ประกอบทางเคมี
- ฟลาโวนอยด์ : มีรายงานสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ เช่น apigenin, kaempferol, quercetin และ flavonoid glycosides
- Gendarusins : เป็นกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ที่มีรายงานใน J. gendarussa
- แอลคาลอยด์ : ตรวจพบในส่วนต่าง ๆ ของพืช และควรให้ความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ
- แทนนิน : ตรวจพบจากการคัดกรองพฤกษเคมี
- ซาโปนิน : การศึกษากระดูกไก่ขาวในประเทศไทยพบผลบวกในการคัดกรอง
- สารฟีนอลิก : เป็นกลุ่มสารที่มีความสัมพันธ์กับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- ไตรเทอร์พีนอยด์และสเตอรอล : มีรายงานในพืชชนิดนี้
- Arylnaphthalene lignans : ได้แก่ patentiflorin A, justiprocumin A และ justiprocumin B โดยเฉพาะ patentiflorin A ได้รับความสนใจจากฤทธิ์ต้าน HIV ในระดับห้องปฏิบัติการ
หมายเหตุ : ปริมาณและองค์ประกอบของสารสำคัญอาจเปลี่ยนแปลงตามสายพันธุ์ ส่วนของพืช อายุพืช แหล่งปลูก ฤดูกาล และตัวทำละลายที่ใช้สกัด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยของ กระดูกไก่ขาวและ Justicia gendarussa มีทั้งการศึกษาด้านพฤกษเคมี การทดลองในหลอดทดลอง การทดลองในสัตว์ และการศึกษาทางคลินิกบางส่วน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางคลินิกจำนวนหนึ่งใช้วัตถุดิบที่เรียกว่า กระดูกไก่ดำ (J. gendarussa) จึงไม่ควรนำผลมาอ้างว่าเป็นหลักฐานเฉพาะของกระดูกไก่ขาวโดยตรง
การศึกษาในประเทศไทยที่เปรียบเทียบกระดูกไก่ขาวกับกระดูกไก่ดำพบความแตกต่างของสารพฤกษเคมีเบื้องต้น และพบว่า เอทานอล 95% และเมทานอล 95% ให้ผลการสกัดสารสำคัญใกล้เคียงกันในการทดลองดังกล่าว
ในระดับเซลล์ มีการแยก patentiflorin A จากส่วนรากและลำต้นของ J. gendarussa และพบฤทธิ์ยับยั้ง HIV-1 รวมถึงสายพันธุ์ที่ดื้อต่อยาบางชนิด ผลดังกล่าวเป็นหลักฐานระดับห้องปฏิบัติการและยังไม่ใช่หลักฐานว่าการรับประทานกระดูกไก่ขาวสามารถรักษา HIV ในมนุษย์ได้
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับภูมิปัญญาและการใช้ดั้งเดิม : มีข้อมูลการใช้ในไทยและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง
- ระดับพฤกษเคมี : มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่าพืชชนิดนี้มีสารออกฤทธิ์หลายกลุ่ม
- ระดับหลอดทดลอง : มีหลักฐานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ และฤทธิ์ต้าน HIV ของสารหรือสารสกัดบางชนิด
- ระดับสัตว์ทดลอง : มีการศึกษาฤทธิ์แก้ปวด ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ
- ระดับมนุษย์ : มีการศึกษาทางคลินิกของผลิตภัณฑ์จาก J. gendarussa โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก แต่หลักฐานดังกล่าวส่วนใหญ่เป็น กระดูกไก่ดำ หรือไม่ได้จำแนกเป็นกระดูกไก่ขาวอย่างชัดเจน
- ข้อสรุป : หลักฐานสำหรับ กระดูกไก่ขาวโดยเฉพาะ ยังอยู่ในระดับเบื้องต้นถึงก่อนคลินิก จึงยังไม่ควรสรุปเป็นยารักษาโรค
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีการศึกษาในสัตว์ทดลองและแบบจำลองการอักเสบที่สนับสนุนศักยภาพของสารสกัด J. gendarussa ในการลดกระบวนการอักเสบ
- ฤทธิ์แก้ปวด : มีรายงานฤทธิ์ลดความเจ็บปวดจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์มีส่วนเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่พบในงานวิจัย
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีรายงานฤทธิ์ต่อเชื้อจุลชีพบางชนิดในระดับห้องปฏิบัติการ
- ฤทธิ์ต้านเบาหวาน : งานทบทวนล่าสุดรายงานหลักฐานจากการทดลองในสัตว์และการศึกษาระดับโมเลกุล แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพื่อยืนยันประสิทธิผล
- ฤทธิ์ต้าน HIV : สาร patentiflorin A แสดงฤทธิ์ยับยั้ง HIV-1 ในระดับห้องปฏิบัติการ และมีศักยภาพเป็นสารตั้งต้นสำหรับการพัฒนายา แต่ไม่ใช่หลักฐานว่าการใช้สมุนไพรทั้งต้นสามารถรักษา HIV ได้
- ฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกันและฤทธิ์อื่น ๆ : มีรายงานในงานทบทวนหลายฉบับ แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นข้อมูลระดับก่อนคลินิก
ความปลอดภัย
ข้อมูลด้านความปลอดภัยของ กระดูกไก่ขาวโดยตรง ยังมีจำกัด โดยเฉพาะข้อมูลการใช้ระยะยาวในมนุษย์ งานวิจัยเกี่ยวกับ J. gendarussa บางส่วนมีการประเมินความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง และมีการศึกษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอกในมนุษย์ แต่ไม่ควรนำผลดังกล่าวมาเหมารวมกับการรับประทานใบกระดูกไก่ขาวสดหรือสารสกัดเข้มข้น
หมายเหตุ : การใช้พืชที่มีสารออกฤทธิ์หลายชนิดในปริมาณสูงหรือเป็นสารสกัดเข้มข้นอาจมีความเสี่ยงแตกต่างจากการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
ข้อห้ามใช้
- ห้ามใช้กระดูกไก่ขาวแทนการรักษาพิษงู หรือพิษจากสัตว์ร้ายแรง เพราะภาวะดังกล่าวต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ สารสกัดเข้มข้นหรือการรับประทานในขนาดสูง หากไม่มีข้อมูลขนาดใช้ที่ผ่านการประเมินความปลอดภัย
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบยาหรือสารสกัดเข้มข้น เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกระดูกไก่ขาวกับยาชนิดใดโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก J. gendarussa มีสารออกฤทธิ์หลายกลุ่มและมีการศึกษาฤทธิ์ต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย จึงควรใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้สารสกัดเข้มข้นร่วมกับยา โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาประจำหรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ
หมายเหตุ : ไม่ควรใช้สมุนไพรชนิดนี้เพื่อทดแทนยาที่แพทย์สั่ง และควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากมีการใช้สารสกัดกระดูกไก่ขาวร่วมกับยา
การใช้ในผลิตภัณฑ์
มีการศึกษานำ Justicia gendarussa ไปพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก เช่น สเปรย์สมุนไพรสำหรับอาการปวดและการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน โดยการทดลองแบบสุ่มและปกปิดสองฝ่ายในประเทศไทยพบว่าสเปรย์ J. gendarussa มีผลต่ออาการปวดและบวมไม่แตกต่างจากสเปรย์ diclofenac ในการศึกษาดังกล่าว และพบการระคายเคืองผิวหนังในบางราย
หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ทางคลินิกที่มีหลักฐานดังกล่าวระบุเป็น กระดูกไก่ดำ หรือ J. gendarussa โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นกระดูกไก่ขาวโดยเฉพาะ จึงควรระบุชนิดวัตถุดิบให้ชัดเจนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ ควรเก็บจากต้นที่แข็งแรง ปลอดจากเชื้อรา แมลง และสารเคมีตกค้าง
- หากต้องการใช้เป็นวัตถุดิบแห้ง ควรทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความชื้นและป้องกันเชื้อรา
- เก็บใน ภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันแสง ความร้อน และความชื้น
- ควรติดฉลากระบุ ชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนของพืช แหล่งที่มา วันที่เก็บ และวันที่ทำแห้ง เพื่อช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับ
- วัตถุดิบที่มีกลิ่นผิดปกติ เปลี่ยนสี มีเชื้อรา หรือมีความชื้นสูงไม่ควรนำมาใช้
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กระดูกไก่ขาวเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ใน ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านของไทย โดยเฉพาะการใช้ใบเกี่ยวกับ พิษสัตว์กัดต่อย พิษงู อาการปวดเมื่อย และการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีชื่อและวิธีใช้แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
ในเอกสารเภสัชกรรมไทยยังพบการกล่าวถึงกระดูกไก่ขาวร่วมกับกระดูกไก่ดำในกลุ่ม กระดูกไก่ทั้ง 2 และมีการระบุรสยาและสรรพคุณในแนวทางการแพทย์แผนไทย
ประวัติและวัฒนธรรม
กระดูกไก่ขาวเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพืชสมุนไพรในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประวัติการใช้เป็นยาพื้นบ้านมายาวนาน ในบางประเทศยังมีการปลูกเป็น ไม้ประดับและแนวรั้วมีชีวิต เนื่องจากเป็นไม้พุ่มที่แตกกิ่งง่ายและเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อน
ชื่อพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับ “กระดูก” สะท้อนการนำพืชไปใช้ในภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับ อาการปวดข้อ กระดูก และกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ชื่อดังกล่าวไม่ควรใช้เป็นหลักฐานว่าพืชสามารถรักษากระดูกหักหรือโรคกระดูกได้โดยตรง
สถานะการอนุรักษ์
Justicia gendarussa มีการกระจายพันธุ์กว้างในเอเชียเขตร้อน และฐานข้อมูล Plants of the World Online ระบุว่าพืชชนิดนี้ ยังไม่อยู่ในกลุ่มที่ถูกคุกคาม โดยมีการพบทั้งในธรรมชาติและพื้นที่เพาะปลูก
การอนุรักษ์ควรเน้น การปลูกทดแทน การเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน และการรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเก็บจากธรรมชาติมากกว่าการเพาะปลูก
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง (Phylum/Division) : Tracheophyta
- กลุ่มพืชดอก (Clade) : Angiosperms
- กลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่แท้ (Clade) : Eudicots
- อันดับ (Order) : Lamiales
- วงศ์ (Family) : Acanthaceae
- วงศ์ย่อย (Subfamily) : Acanthoideae
- เผ่า (Tribe) : Justicieae
- สกุล (Genus) : Justicia
- ชนิด (Species) : Justicia gendarussa Burm.f.
ชื่อพ้องที่สำคัญ : Gendarussa vulgaris Nees และ Justicia gandarussa L.f. ซึ่งฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่จัดเป็นชื่อพ้องของ Justicia gendarussa
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ของ กระดูกไก่ขาว ควรดำเนินการโดยใช้หลายลักษณะประกอบกัน ได้แก่
- ลักษณะมหภาค : ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบแคบรูปหอก ปลายใบแหลม ผิวใบเกลี้ยง
- ลักษณะดอก : ดอกสีขาว มีริ้วหรือแต้มสีม่วงภายใน และออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ
- ลักษณะผล : ผลแห้งแตกแบบแคปซูล
- ลักษณะทางจุลทรรศน์ : สามารถตรวจสอบโครงสร้างใบ ก้านใบ เส้นกลางใบ และเนื้อเยื่อเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการจำแนกชนิด
- การตรวจสอบทางพฤกษเคมี : ใช้ chromatographic fingerprint และสารบ่งชี้ที่เหมาะสมเพื่อควบคุมคุณภาพ
- การเก็บตัวอย่างอ้างอิง : ควรจัดทำตัวอย่างพรรณไม้แห้งหรือ herbarium specimen เพื่อยืนยันชนิดพืชก่อนใช้เป็นวัตถุดิบ
การตรวจสอบมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากการศึกษาของไทยพบว่า กระดูกไก่ขาวและกระดูกไก่ดำมีลักษณะและองค์ประกอบพฤกษเคมีบางส่วนแตกต่างกัน แม้มีการระบุชื่อวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
คำเตือนทางการแพทย์
กระดูกไก่ขาวไม่ควรถูกนำเสนอว่าเป็นยารักษาโรคโดยตรง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง ส่วนงานวิจัยในมนุษย์ที่มีอยู่ส่วนหนึ่งเป็นการศึกษาผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอกจาก J. gendarussa และมักระบุเป็นกระดูกไก่ดำ จึงไม่สามารถสรุปผลแทนกระดูกไก่ขาวได้ทั้งหมด
โดยเฉพาะ พิษงู พิษสัตว์กัดต่อย กระดูกหัก การบาดเจ็บรุนแรง หรืออาการแพ้รุนแรง ควรได้รับการรักษาจากสถานพยาบาลทันที ไม่ควรใช้สมุนไพรแทนการรักษามาตรฐาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ลีประโคน, อ., ชิณวงศ์, ด., เจ๊กแตงพะเนาว์, พ., นาคเสน, ก., ตะเคียนซก, ช., แก้วบุบผา, ด., สุขวงษ์, ภ., & เทียบคำ, ช. (2569). การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา องค์ประกอบพฤกษเคมีเบื้องต้น และการสกัดที่เหมาะสมของสมุนไพรต้นกระดูกไก่ขาวและต้นกระดูกไก่ดำ. วารสารวิทยาศาสตร์ คชสาส์น.
- Pitiporn, S., Musigavong, N., Chitkritsadakul, S., Kattalee, U., Pengpon, T., & Kwankhao, P. (2022). Efficacy and safety of Justicia gendarussa Burm.f. medicated spray and topical diclofenac spray for the treatment of mild to moderate soft tissue injury: A randomized double-blinded controlled trial. Journal of Thai Traditional and Alternative Medicine, 20(2).
- ว่องจิรกิตติ์, ส., & โภเคิน, น. (2022). Effectiveness of Justicia gendarussa Burm.f. [Kraduk Kai Dam] spray in reducing pain in the neck-shoulder muscles. Journal of Thai Traditional and Alternative Medicine, 20(1).
- องค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมไทย. (ม.ป.ป.). คณาเภสัช เล่มที่ 1: จุลพิกัด.
- Plants of the World Online. (2026). Justicia gendarussa Burm.f. Royal Botanic Gardens, Kew.
- National Center for Biotechnology Information. (2026). Justicia gendarussa Taxonomy Browser. National Library of Medicine.
- Ratih, G. A. M., Imawati, M. F., Nugroho, R. R., Purwanti, D. I., Wongso, S., Prajogo, B., & Indrayanto, G. (2019). Phytochemicals of gandarusa (Justicia gendarussa) and its preparations. Natural Product Communications. https://doi.org/10.1177/1934578X19851406
- Wang, D.-Y., et al. (2017). Potent inhibitor of drug-resistant HIV-1 strains identified from the medicinal plant Justicia gendarussa. Journal of Natural Products, 80(6), 1798–1807. https://doi.org/10.1021/acs.jnatprod.7b00004
- Kavitha, S. K., Viji, V., Kripa, K., & Helen, A. (2011). Protective effect of Justicia gendarussa Burm.f. on carrageenan-induced inflammation. Journal of Natural Medicines, 65(3–4), 471–479.
- Paval, J., Kaitheri, S. K., Potu, B. K., Govindan, S., Kumar, R. S., Narayanan, S. N., & Moorkoth, S. (2009). Anti-arthritic potential of the plant Justicia gendarussa Burm.f. Clinics, 64(4), 357–362.
- Review on pharmacology activities of Justicia gendarussa Burm.f. (2024). Phytomedicine Plus, 10, 100339. https://doi.org/10.1016/j.prmcm.2023.100339
- World Flora Online. (2026). Justicia gendarussa Burm.f. World Flora Online.
