กระดูกไก่ดำ
กระดูกไก่ดำ เป็นไม้พุ่มสมุนไพรในวงศ์ Acanthaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบันว่า Justicia gendarussa Burm.f. จุดเด่นคือ ลำต้นและกิ่งมีสีม่วงแดงถึงดำและเป็นข้อปล้องคล้ายกระดูกไก่ จึงเป็นที่มาของชื่อพื้นเมือง นิยมใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มอาการ ปวดเมื่อย ปวดข้อ การอักเสบ ไข้ ไอ และอาการจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปัจจุบันยังมีการศึกษาด้านสารพฤกษเคมี ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอกอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย: กระดูกไก่ดำ
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Justicia gendarussa Burm.f.
- ชื่อวงศ์: Acanthaceae หรือวงศ์เหงือกปลาหมอ
- ชื่อพ้องที่สำคัญ: Gendarussa vulgaris Nees, Justicia gandarussa L.f.
- ชื่อภาษาอังกฤษ: Willow-leaved justicia, Gendarussa
- ชื่อท้องถิ่น: กระดูกดำ, ปองดำ, แสนทะแมน, เฉียงพร้า, เฉียงพร้ามอญ, เฉียงพร้าบ้าน, เฉียงพร้าม่าน, สันพร้ามอญ, ผีมอญ, สำมะงาจีน, เกี๋ยงผา และชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ ตามภูมิภาค
หมายเหตุ : ชื่อพื้นเมือง “กระดูกไก่ดำ” อาจใช้เรียกพืชต่างชนิดกันในบางท้องถิ่น จึงควรตรวจสอบลักษณะทางพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นยา โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับ “กระดูกไก่ขาว” ซึ่งมีประวัติการเรียกชื่อและการใช้ต่างกันในภูมิปัญญาไทยบางสาย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลักษณะวิสัย: เป็นไม้พุ่มหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านมาก โดยทั่วไปพบได้ประมาณ 0.9–1.5 เมตร และอาจสูงได้มากกว่านี้ตามสภาพแวดล้อม
- ลำต้น: ตั้งตรง ลำต้นและกิ่งมีข้อปล้องชัด สีแดงเข้ม ม่วงแดง ม่วงดำถึงดำ ผิวค่อนข้างเรียบและเป็นมัน ลักษณะข้อปล้องทำให้ดูคล้ายกระดูกไก่
- ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปใบหอกหรือรูปรีแคบ ปลายใบแหลม โคนใบเรียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียว เส้นกลางใบอาจมีสีแดงหรือม่วงแดง ก้านใบสั้น
- ดอก: ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอดหรือซอกใบ ดอกมีลักษณะเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบปากบนและปากล่าง สีขาว เขียวอมชมพู หรือม่วงตามลักษณะของต้นและแหล่งพันธุ์
- ผล: เป็นผลแห้งแบบแคปซูล เมื่อแก่จะแตกเพื่อปล่อยเมล็ด
- เมล็ด: มีขนาดเล็ก อยู่ภายในผลแคปซูล

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กระดูกไก่ดำมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย และพบกระจายพันธุ์ในหลายประเทศของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง ประเทศไทย อินเดีย บังกลาเทศ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และนิวกินี ปัจจุบันมีการนำไปปลูกในบางพื้นที่นอกถิ่นกำเนิดด้วย
ในประเทศไทยพบได้หลายภูมิภาค และมีการปลูกเป็นไม้สมุนไพร ไม้ประดับ หรือแนวรั้ว โดยมักพบในพื้นที่ที่มีความชื้นเพียงพอและมีร่มเงาหรือแสงแดดไม่จัดเกินไป
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม: เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศร้อนชื้น ดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี
- การให้น้ำ: ควรรักษาความชื้นของดินในระดับพอเหมาะ ไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งจัดเป็นเวลานาน
- แสง: สามารถเจริญได้ทั้งบริเวณที่ได้รับแสงและบริเวณที่มีร่มเงาบางส่วน
- การปักชำ: ใช้กิ่งที่สมบูรณ์ ตัดเป็นท่อนแล้วปักในวัสดุปลูกที่มีความชื้นเหมาะสม เป็นวิธีที่สะดวกและช่วยให้ได้ต้นใหม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงต้นแม่
- การเพาะเมล็ด: สามารถใช้เมล็ดที่สมบูรณ์เพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดี แล้วจึงย้ายปลูกเมื่อต้นแข็งแรง
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ: เป็นส่วนที่มีข้อมูลการใช้และการศึกษาทางเภสัชวิทยามากที่สุด รวมถึงมีมาตรฐานใน ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย
- ราก: มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้เกี่ยวกับการอักเสบและพิษสัตว์กัดต่อย
- ทั้งต้น: พบการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่สำหรับอาการทางผิวหนังและอาการปวดเมื่อย
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญาไทย
- ใบ: ใช้เป็นสมุนไพรสำหรับ แก้ปวดศีรษะ แก้ไข้ แก้ไอ แก้ช้ำใน และบรรเทาอาการปวดบวมตามข้อ
- ใบและราก: มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อ ถอนพิษจากสัตว์กัดต่อยและบรรเทาอาการทางผิวหนัง
- ใบ: มีการใช้เพื่อช่วย ขับปัสสาวะและลดอาการปวดเมื่อย ในตำรับพื้นบ้านบางแห่ง
ตามตำรายาไทย
กระดูกไก่ดำปรากฏในภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทยในกลุ่ม กระดูกไก่ทั้ง 2 โดยมีการระบุ ใบกระดูกไก่ดำมีรสเย็น และใช้ในแนวคิดทางเภสัชกรรมไทยเกี่ยวกับการ กระจายโลหิต แก้ร้อนใน และแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย นอกจากนี้ยังพบการใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาไทยบางตำรับที่เกี่ยวข้องกับอาการไข้และอาการปวดข้อเข่าปวดบวม
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใช้ ใบสด ตำหรือบดเพื่อพอกบริเวณที่มีอาการปวดบวม
- ใช้ใบหรือทั้งต้นต้มเป็นน้ำสำหรับ อาบหรือชำระผิวหนัง ในกรณีผดผื่นคันตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- มีรายงานการใช้ใบในตำรับพื้นบ้านเพื่อบรรเทา อาการปวดศีรษะ ไอ หืด และปวดข้อ
- ในบางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการใช้กระดูกไก่ดำเป็นสมุนไพรพื้นบ้านและเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมหรือความเชื่อของชุมชน
ในตำรับยา
กระดูกไก่ดำมีการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาพื้นบ้านและตำรับยาไทยบางชนิด โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับ อาการไข้ ปวดข้อ ปวดบวม และการกระจายโลหิต ทั้งนี้การใช้สมุนไพรเป็นตำรับควรพิจารณาชนิดพืช ส่วนที่ใช้ และสัดส่วนของตัวยาอย่างถูกต้อง
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วทุกประการ
วิธีใช้
- ใช้ภายนอก: ใบสดสามารถนำมาบดหรือตำแล้วใช้เป็นส่วนประกอบของการพอกหรือเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้เฉพาะที่ตามตำรับ
- ใช้เป็นยาต้ม: ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำใบหรือส่วนของต้นมาต้มรับประทานเพื่อบรรเทาอาการบางอย่าง เช่น ไข้ ไอ หรือปวดเมื่อย
- ใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร: มีการนำสารสกัดใบกระดูกไก่ดำไปพัฒนาเป็น สเปรย์ แผ่นแปะ บาล์ม และผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก สำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ
หมายเหตุ : ไม่ควรนำวิธีใช้จากตำรับพื้นบ้านไปกำหนดขนาดรับประทานด้วยตนเอง โดยเฉพาะสารสกัดเข้มข้น เนื่องจากขนาดยา รูปแบบสารสกัด และมาตรฐานวัตถุดิบมีผลต่อความปลอดภัย
ในบัญชียาจากสมุนไพร
กระดูกไก่ดำมีความสำคัญในระบบ ยาจากสมุนไพรของประเทศไทย โดยมี ยาสเปรย์กระดูกไก่ดำ อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรในกลุ่มยาสำหรับใช้ภายนอกเพื่อบรรเทาอาการปวด และมีการพัฒนาจากภูมิปัญญาการใช้กระดูกไก่ดำเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ ใบกระดูกไก่ดำ ยังได้รับการจัดทำเป็นข้อกำหนดมาตรฐานใน Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2025 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
สาระสำคัญ
สารสำคัญของกระดูกไก่ดำเป็นกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ สารฟีนอลิก ลิกแนน ไตรเทอร์พีน และสเตอรอยด์ โดยสารที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ gendarusin A และ gendarusin B ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของฟลาโวน และเกี่ยวข้องกับการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของพืชชนิดนี้
องค์ประกอบทางเคมี
จากการศึกษาทางพฤกษเคมี มีรายงานการพบสารหลายกลุ่ม ได้แก่
- Flavonoids: gendarusin A, gendarusin B, apigenin, kaempferol, quercetin, naringenin และ vitexin
- Phenolic compounds: สารประกอบฟีนอลิกหลายชนิด
- Alkaloids: ตรวจพบสารในกลุ่มอัลคาลอยด์
- Lignans: รวมถึง patentiflorin A
- Tannins: ตรวจพบในการคัดกรองพฤกษเคมี
- Saponins: มีรายงานในงานวิจัยบางชุด แต่ปริมาณและการตรวจพบอาจแตกต่างตามส่วนของพืชและวิธีสกัด
- Steroids และ terpenoids
- Fatty acids: เช่น linoleic acid และ oleic acid
- สารอื่น ๆ เช่น glycosides, anthocyanins และ carotenoids
หมายเหตุ : องค์ประกอบทางเคมีอาจแตกต่างกันตามแหล่งปลูก อายุพืช ส่วนที่ใช้ วิธีการเก็บเกี่ยว ตัวทำละลาย และกระบวนการสกัด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยสมัยใหม่สนับสนุนศักยภาพของกระดูกไก่ดำในหลายด้าน แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ ห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง
- การศึกษาสารสกัดรากพบ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยเกี่ยวข้องกับการลดการแสดงออกของ iNOS และ COX-2 ผ่านเส้นทาง NF-κB
- การศึกษาสัตว์ทดลองพบว่าสารสกัดใบมี ฤทธิ์ลดการอักเสบและลดอาการปวด ในแบบจำลองโรคข้ออักเสบ
- สารสกัดใบมีศักยภาพด้าน ต้านอนุมูลอิสระและปกป้องตับ ในแบบจำลองสัตว์ทดลองที่ได้รับสารก่อพิษต่อตับ
- งานวิจัยในประเทศไทยพบสารสกัดกระดูกไก่ดำมีศักยภาพด้าน ต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเมื่อศึกษาในรูปแบบสารสกัดเดี่ยวและสารสกัดผสม
- มีการวิจัยพัฒนา แผ่นแปะจากสารสกัดกระดูกไก่ดำ สำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก
- สาร patentiflorin A จาก J. gendarussa แสดงฤทธิ์ต้าน HIV-1 ในการทดลองระดับเซลล์และมีศักยภาพต่อสายพันธุ์ที่ดื้อยา แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ากระดูกไก่ดำสามารถใช้รักษา HIV ในมนุษย์ได้
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับภูมิปัญญาและการใช้ดั้งเดิม: มีข้อมูลการใช้มาเป็นเวลานานในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ระดับห้องปฏิบัติการ: มีหลักฐานค่อนข้างมากเกี่ยวกับ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ และฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ
- ระดับสัตว์ทดลอง: มีข้อมูลสนับสนุนฤทธิ์ลดปวด ต้านการอักเสบ ปกป้องตับ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ
- ระดับการศึกษาในมนุษย์: มีข้อมูลการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการศึกษาบางด้าน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนตัวอย่าง รูปแบบการศึกษา และมาตรฐานสารสกัด
- ระดับการยืนยันเป็นยารักษาโรค: ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ากระดูกไก่ดำหรือสารสกัดสามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันในการรักษาโรคสำคัญได้
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของ Justicia gendarussa ครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: เกี่ยวข้องกับการลด mediators และเส้นทาง COX-2, iNOS และ NF-κB
- ฤทธิ์ลดปวด: พบในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สัมพันธ์กับสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์
- ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย: มีรายงานต่อเชื้อทั้งแกรมบวกและแกรมลบในระดับสารสกัด
- ฤทธิ์ปกป้องตับ: พบในแบบจำลองสัตว์ที่ได้รับสารก่อพิษต่อตับ
- ฤทธิ์ต้านเบาหวาน: มีข้อมูลจากการทดลองในสัตว์และการศึกษาเชิงคอมพิวเตอร์ แต่ยังต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม
- ฤทธิ์เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์เพศชาย: gendarusin A และ B ได้รับความสนใจจากงานวิจัยด้านการคุมกำเนิดชาย
- ฤทธิ์ต้านไวรัส: patentiflorin A มีฤทธิ์ต้าน HIV-1 ในระดับการทดลอง
ความปลอดภัย
ข้อมูลความปลอดภัยของกระดูกไก่ดำมีทั้งการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรังในสัตว์ทดลอง แต่ผลความปลอดภัยขึ้นกับ ส่วนของพืช ชนิดสารสกัด ตัวทำละลาย และขนาดที่ได้รับ
การศึกษาสารสกัดใบในสัตว์ทดลองมีข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นพิษเฉียบพลัน และมีการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับความเป็นพิษกึ่งเรื้อรัง ขณะที่การศึกษาบางงานพบว่าขนาดที่ใช้ในการทดลองทางเภสัชวิทยาต่ำกว่าขนาดที่ทำให้เกิดพิษอย่างชัดเจน
หมายเหตุ : ข้อมูลความปลอดภัยจากสัตว์ทดลองไม่สามารถนำมาเทียบเท่าความปลอดภัยในมนุษย์ได้โดยตรง
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรใช้ สารสกัดหรือยารับประทานจากกระดูกไก่ดำในขนาดสูงด้วยตนเอง หากไม่มีคำแนะนำจากผู้ประกอบวิชาชีพ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้พืชในวงศ์ Acanthaceae ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบรับประทานโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ และมีงานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์
- ไม่ควรใช้กระดูกไก่ดำแทนการรักษามาตรฐานสำหรับ โรคติดเชื้อรุนแรง โรคข้ออักเสบรุนแรง หรือโรคเรื้อรัง โดยไม่มีการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังมีข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างกระดูกไก่ดำกับยาแผนปัจจุบัน ไม่เพียงพอที่จะระบุรายการยาที่มีปฏิกิริยาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสารสกัดเข้มข้นอาจมีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างจากการใช้ใบเป็นยาพื้นบ้าน
ผู้ที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน ยารักษาเบาหวาน ยารักษาความดันโลหิต หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกระดูกไก่ดำเป็นประจำ
การใช้ในผลิตภัณฑ์
มีการนำกระดูกไก่ดำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับใช้ภายนอก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และการอักเสบ เช่น
- ยาสเปรย์กระดูกไก่ดำ
- แผ่นแปะจากสารสกัดกระดูกไก่ดำ
- บาล์มและผลิตภัณฑ์ทาภายนอก
- ผลิตภัณฑ์ต้นแบบประเภท เจล ฟิล์ม และผลิตภัณฑ์นำส่งสารสกัดผ่านผิวหนัง
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ควรเลือกเก็บ ใบที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคหรือมีแมลงทำลาย
- ควรเก็บในพื้นที่ที่ปลอดจากสารเคมีและสิ่งปนเปื้อน
- ล้างทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างเหมาะสมก่อนเก็บเป็นวัตถุดิบแห้ง
- ควรเก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกัน ความชื้น แสง ความร้อน และแมลง
- ควรแยกวัตถุดิบตาม แหล่งผลิต รุ่นการเก็บเกี่ยว และวันที่เก็บ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
- การผลิตสารสกัดควรควบคุมชนิดตัวทำละลาย อัตราส่วนการสกัด และกระบวนการทำให้เข้มข้นอย่างสม่ำเสมอ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กระดูกไก่ดำเป็นสมุนไพรที่ปรากฏในภูมิปัญญาหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะการใช้ ใบและราก ในการดูแลอาการปวดเมื่อย ปวดข้อ ผื่นคัน ไข้ ไอ และอาการจากสัตว์หรือแมลงกัดต่อย นอกจากนี้ยังมีการใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาไทยและตำรับพื้นบ้านที่มีสมุนไพรหลายชนิดร่วมกัน
ภูมิปัญญาในประเทศอินโดนีเซียและปาปัวมีการใช้กระดูกไก่ดำในบริบทของ การคุมกำเนิดชาย ซึ่งต่อมาเป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาสาร gendarusin A และการพัฒนาสารสกัดในเชิงเภสัชกรรม
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ “กระดูกไก่ดำ” มีความสัมพันธ์กับลักษณะเด่นของ ข้อปล้องลำต้นและกิ่งที่มีสีเข้มคล้ายกระดูกไก่ พืชชนิดนี้มีชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละพื้นที่ สะท้อนถึงการนำมาใช้ในระบบภูมิปัญญาสมุนไพรของชุมชน
ในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระดูกไก่ดำไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านยาเท่านั้น แต่ยังปรากฏในความเชื่อและวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะในมาเลเซียและอินโดนีเซีย
สถานะการอนุรักษ์
ตามข้อมูล Plants of the World Online (Kew) กระดูกไก่ดำ (Justicia gendarussa) มีการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อนของเอเชีย และข้อมูลการประเมินภัยคุกคามของพืชดอกระบุว่า ไม่อยู่ในกลุ่มที่ถูกคุกคาม (not threatened) อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมท้องถิ่นและการเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืนยังมีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายของสมุนไพร
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom: Plantae
- Phylum: Tracheophyta
- Class: Magnoliopsida
- Order: Lamiales
- Family: Acanthaceae
- Genus: Justicia L.
- Species: Justicia gendarussa Burm.f.
ชื่อที่ยอมรับในปัจจุบัน: Justicia gendarussa Burm.f.
ชื่อพ้องที่สำคัญ: Gendarussa vulgaris Nees และ Justicia gandarussa L.f. โดย Kew ระบุว่า Justicia gandarussa L.f. เป็นชื่อพ้องของ Justicia gendarussa
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ กระดูกไก่ดำ ควรเริ่มจากการตรวจลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของวัตถุดิบ ได้แก่ ลำต้นสีม่วงแดงถึงดำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบหอกแคบ และลักษณะของช่อดอก แล้วจึงใช้การตรวจสอบทางเภสัชเวทเพื่อยืนยันชนิดพืช
สำหรับ ใบกระดูกไก่ดำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำข้อกำหนดมาตรฐานไว้ใน Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2025 ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญในการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร โดยการตรวจเอกลักษณ์สามารถอาศัยลักษณะทางมหภาค จุลทรรศน์ และการวิเคราะห์ทางโครมาโทกราฟีตามข้อกำหนดของมอโนกราฟ
หมายเหตุ : การตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากชื่อ “กระดูกไก่ดำ” สามารถใช้เรียกพืชต่างชนิดกันในบางท้องถิ่น
คำเตือนทางการแพทย์
กระดูกไก่ดำเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ดั้งเดิมและมีหลักฐานการทดลองทางเภสัชวิทยาหลายด้าน แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด การที่สารสกัดหรือสารบริสุทธิ์แสดงฤทธิ์ในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลองไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรักษาโรคในมนุษย์ได้
โดยเฉพาะข้อมูล ฤทธิ์ต้าน HIV และฤทธิ์คุมกำเนิดชาย ควรตีความว่าเป็นข้อมูลด้านการวิจัยและการพัฒนาสารออกฤทธิ์ ไม่ควรนำกระดูกไก่ดำมาใช้แทนยาต้านไวรัสหรือวิธีคุมกำเนิดที่ได้รับการรับรอง
หากต้องการใช้ กระดูกไก่ดำในรูปแบบรับประทาน สารสกัดเข้มข้น หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่อเนื่อง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์แผนไทย แพทย์ หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาหลายชนิด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2568). ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย: Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2025 — กระดูกไก่ดำ, ใบ (Justicia gendarussa Burm.f.). สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.
- ดารุณี แก้วบุบผา, ภาณุพงศ์ สุขวงษ์, และโชติกา เทียบคำ. (2569). การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา องค์ประกอบพฤกษเคมีเบื้องต้น และการสกัดที่เหมาะสมของสมุนไพรต้นกระดูกไก่ขาวและต้นกระดูกไก่ดำ. วารสารวิทยาศาสตร์ คชสาส์น, 10–21.
- ปฐม จูจันทร์ และธัมมะธิดา พัฒนพงศา. (2568). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และความสามารถในการต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดเดี่ยวและสารสกัดผสมจากใบพญายอ ใบกระดูกไก่ดำ และใบหนาดใหญ่. วารสารหมอยาไทยวิจัย.
- ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน. (ม.ป.ป.). กระดูกไก่ดำ. ศูนย์การเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาสมุนไพร.
- Kew Science. (2026). Justicia gendarussa Burm.f. Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew.
- Fisol, N. H. S., Cheong, N. D. H., Mohamed, E., Haron, N., Camalxaman, S. N., & Rambely, A. S. (2022). Analyses of phytochemical constituents in Justicia gendarussa extract: A mini review. Healthscope, 5(2), 56–63.
- Kavitha, K. S., Vijayan, V., Bhaskar, S., Krishnan, K., Shalini, V., & Helen, A. (2012). Anti-inflammatory potential of an ethyl acetate fraction isolated from Justicia gendarussa roots through inhibition of iNOS and COX-2 expression via NF-κB pathway. Cellular Immunology, 272(2), 283–289.
- Munny, F. A., Islam, M., Akter, M., et al. (2025). Phenolic compounds of Justicia gendarussa show pharmacological potentials against pain, oxidation, hyperglycemia, diarrhea, and microbes: Phytopharmacological and computational approaches. BioMed Research International, 2025, 2561508.
- Wang, D.-Y., et al. (2017). Potent inhibitor of drug-resistant HIV-1 strains identified from the medicinal plant Justicia gendarussa. Journal of Natural Products, 80(6), 1798–1807. https://doi.org/10.1021/acs.jnatprod.7b00004
- Mnatsakanyan, M. M., Queiroz, E. F., Marcourt, L., Prajogo, B. E. W., & Wolfender, J.-L. (2018). Quantitative evaluation of various preparations and extracts of the male contraceptive Justicia gendarussa and identification of a new aminobenzyl derivative. Planta Medica International Open, 5, e30–e38. https://doi.org/10.1055/a-0584-0321
- Sontakke, P. A., Patil, V. P., Wankhade, P. P., & Vhyawahare, N. S. (2024). Unveiling the pharmacological spectrum of Justicia gendarussa: A comprehensive review. International Journal of Pharmaceutical Sciences and Drug Research.
