กระดูกไก่
กระดูกไก่ เป็นไม้พุ่มสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อขยี้ส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยเฉพาะใบ ลำต้น และราก ชื่อ “กระดูกไก่” สอดคล้องกับลักษณะลำต้นที่มีข้อพองคล้ายกระดูกไก่ ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำส่วนของ ราก ต้น และใบ มาใช้เป็นยาสมุนไพร โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับ ไข้ อาการปวดเมื่อย และอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม กระดูกไก่มีชื่อเรียกและการจำแนกทางพฤกษศาสตร์ที่อาจแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูล จึงควรตรวจสอบเอกลักษณ์ของพืชก่อนนำไปใช้เป็นยา
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กระดูกไก่
- ชื่อท้องถิ่น : กระดูกไก่ (ภาคกลางและภาคใต้), หอมไก่ (ภาคเหนือ), หอมไก๋, เขากวาง (ตรัง), ตับหลาม
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในฐานข้อมูลไทย : Chloranthus elatior Link
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสารและฐานข้อมูลเดิม : Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdc.
- วงศ์ : Chloranthaceae
- ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นมีข้อพอง และส่วนต่าง ๆ มีกลิ่นหอมคล้ายการบูรเมื่อขยี้
หมายเหตุ : ชื่อวิทยาศาสตร์ของกระดูกไก่ในเอกสารต่างแหล่งอาจใช้ทั้ง Chloranthus elatior และ Chloranthus erectus เนื่องจากมีประวัติการใช้ชื่อพ้องทางอนุกรมวิธาน จึงควรระบุชื่อวิทยาศาสตร์พร้อมตัวอย่างพรรณไม้หรือแหล่งอ้างอิงในการจัดทำฐานข้อมูลสมุนไพร
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1–2.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง กลม ผิวค่อนข้างเรียบ มีข้อพองเด่นชัด ลักษณะข้อของลำต้นเป็นที่มาของชื่อ “กระดูกไก่” และเมื่อขยี้ลำต้นหรือรากจะมีกลิ่นหอมคล้ายการบูร
- ใบ : เป็น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม เป็นคู่ แผ่นใบรูปรี รูปรีแกมขอบขนาน หรือรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบมีจักเล็ก ๆ โดยทั่วไปผิวใบเรียบและเป็นมัน
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอดหรือปลายกิ่ง ช่อดอกประกอบด้วยช่อแขนงขนาดเล็ก ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว สีเขียวอมขาว หรืออาจมีสีม่วงอ่อนตามลักษณะของต้น
- ผล : เป็นผลแบบผลสดมีเนื้อหรือผลคล้าย drupe รูปร่างค่อนข้างกลมถึงรี เมื่อสุกมีสีขาวครีมหรืออาจมีสีชมพูอมม่วง
- เมล็ด : มีเมล็ดเดี่ยวภายในผล มีเปลือกหุ้มเมล็ดค่อนข้างแข็ง

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กระดูกไก่มีถิ่นกระจายพันธุ์ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของ เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริเวณอินโด-พม่า พบได้ในอินเดีย บังกลาเทศ ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก เมียนมา ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมักขึ้นในบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ป่าร่ม ลานป่า พื้นป่า และบริเวณใกล้ลำธาร
ในประเทศไทยมีรายงานการใช้กระดูกไก่ในภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในชุมชนที่ใช้พืชสมุนไพรจากป่าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ
การปลูกและการขยายพันธุ์
กระดูกไก่เป็นพืชที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมแบบป่าร่มชื้น จึงควรปลูกในบริเวณที่มี แสงรำไรหรือมีร่มเงาบางส่วน ดินควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง และมีความชื้นสม่ำเสมอแต่ไม่ควรมีน้ำขัง
การขยายพันธุ์สามารถใช้ เมล็ดหรือกิ่งปักชำ โดยการปักชำเหมาะสำหรับการเพิ่มจำนวนต้นที่มีลักษณะตรงตามต้นแม่ ส่วนการเพาะเมล็ดเหมาะสำหรับการผลิตต้นจำนวนมาก แต่ลักษณะของต้นที่ได้อาจมีความแตกต่างกัน
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ราก
- ต้นหรือกิ่ง
- ใบ
- ส่วนเหนือดิน
ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการใช้ส่วนต่าง ๆ แตกต่างกันตามพื้นที่และตำรับยา โดยมีทั้งการ ต้ม ชง คั้น ฝน หรือบดพอกภายนอก
สรรพคุณทางสมุนไพร
- ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย : มีการใช้ กระดูกไก่ ในตำรับพื้นบ้านสำหรับ แก้ไข้ ขับเหงื่อ และบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยฐานข้อมูลสมุนไพรบางแห่งระบุการใช้ต้นสำหรับแก้ไข้ และใบสำหรับแก้ไข้และขับเหงื่อ
- ภูมิปัญญาพื้นบ้านภาคเหนือ : มีรายงานการใช้กระดูกไก่เป็นส่วนประกอบของตำรับพื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้รากหรือส่วนของต้นในตำรับที่เกี่ยวข้องกับ ไข้และอาการปวดเมื่อยของร่างกาย
- ภูมิปัญญาพื้นบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ : มีการใช้ ใบและราก ของ Chloranthus elatior ในชุมชนชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทยสำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเอว และกระดูกหัก โดยมีทั้งการต้มรับประทานและการใช้ภายนอก
- ในตำรับยาพื้นบ้านของอินเดีย : มีการใช้ Chloranthus erectus เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้ใบในตำรับที่เกี่ยวข้องกับ ไข้และอาการเจ็บป่วยทั่วไป และมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่ศึกษาฤทธิ์ลดไข้ของสารสกัดจากใบ
- ภูมิปัญญาในอินโดนีเซียและมาเลเซีย : ใบหรือรากถูกนำมาชงหรือต้มเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร และมีการใช้เพื่อ ขับเหงื่อและบรรเทาอาการไข้ รวมถึงใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มสมุนไพรพื้นบ้าน
หมายเหตุ : ข้อมูลสรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาพื้นบ้านและการทดลองเบื้องต้น ไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์
วิธีใช้
- ชงหรือต้มดื่ม : ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำใบหรือต้นมาต้มกับน้ำหรือชงเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร
- ต้มเป็นตำรับยา : อาจใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นตามตำรับพื้นบ้าน เช่น ตำรับสำหรับอาการไข้
- ใช้ภายนอก : ในบางภูมิปัญญามีการบดหรือเตรียมส่วนของพืชเพื่อใช้พอกบริเวณที่มีอาการปวดหรืออักเสบ
หมายเหตุ : ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานของกระดูกไก่สำหรับประชาชนทั่วไป จึงไม่ควรกำหนดขนาดใช้เองจากข้อมูลการทดลองในสัตว์
สาระสำคัญ
กระดูกไก่อยู่ในกลุ่มพืชสกุล Chloranthus ซึ่งมีความน่าสนใจทางเภสัชพฤกษศาสตร์ เนื่องจากพบสารทุติยภูมิหลายกลุ่ม เช่น terpenoids, flavonoids, alkaloids, tannins, saponins, glycosides และ steroids จากการตรวจคัดกรองสารพฤกษเคมีของสารสกัด
นอกจากนี้ พืชในสกุล Chloranthus ยังเป็นแหล่งของสารกลุ่ม sesquiterpenes, diterpenes และ sesquiterpene lactones ซึ่งเป็นกลุ่มสารที่ได้รับความสนใจในการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ
องค์ประกอบทางเคมี
จากข้อมูลการศึกษาทางพฤกษเคมีของ Chloranthus erectus พบสารหรือกลุ่มสารสำคัญ ได้แก่
- Alkaloids
- Flavonoids
- Terpenoids
- Saponins
- Tannins
- Quinones
- Glycosides
- Steroids
- สารประกอบฟีนอลิก
- น้ำมันหอมระเหย
การวิเคราะห์น้ำมันหอมระเหยจากส่วนเหนือดินของ C. erectus ที่เก็บจากประเทศเวียดนามพบสารเด่น ได้แก่ (E)-β-ocimene, myrcene, spathulenol และ bicyclogermacrene
สำหรับ Chloranthus elatior มีการแยกสารประกอบจากส่วนเหนือดินได้หลายชนิด รวมถึง sesquiterpene lactones และ diterpenes เช่น chlorantholide G, elatiolactone, elatiorlabdane B และ elatiorlabdane C
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับกระดูกไก่ยังอยู่ในระดับ การทดลองก่อนคลินิกและการศึกษาพฤกษเคมีเป็นหลัก แต่มีผลการศึกษาที่น่าสนใจหลายด้าน
การศึกษาสารสกัดเมทานอลจากใบ Chloranthus erectus ในหนูทดลองพบ ฤทธิ์ลดไข้ ทั้งต่ออุณหภูมิร่างกายปกติและภาวะไข้ที่เหนี่ยวนำด้วยยีสต์ และพบฤทธิ์ต้านแบคทีเรียต่อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบบางชนิด
อีกการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบมี ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ในแบบจำลองสัตว์ทดลองที่เหนี่ยวนำให้เกิดการบวมของอุ้งเท้าด้วยสารก่อการอักเสบหลายชนิด
งานวิจัยในประเทศไทยเกี่ยวกับพืชสมุนไพรพื้นบ้านภาคเหนือยังพบองค์ประกอบทางพฤกษเคมีและศักยภาพด้าน สารต้านอนุมูลอิสระ ของ C. erectus ซึ่งสนับสนุนความสนใจในการศึกษาต่อยอด
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
หลักฐานของกระดูกไก่ในปัจจุบันจัดอยู่ในระดับ เบื้องต้นถึงก่อนคลินิก โดยประกอบด้วย
- ระดับพฤกษเคมี : มีข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่าพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม
- ระดับหลอดทดลอง : มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านจุลชีพและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- ระดับสัตว์ทดลอง : มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ลดไข้และต้านการอักเสบ
- ระดับมนุษย์ : ยังมีข้อมูลทางคลินิกที่จำกัด และยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค
ดังนั้น ไม่ควรสรุปว่ากระดูกไก่สามารถรักษาโรคในมนุษย์ได้จากผลการทดลองในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลองเพียงอย่างเดียว
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ลดไข้ : สารสกัดเมทานอลจากใบแสดงฤทธิ์ลดอุณหภูมิในหนูทดลอง และลดไข้ที่เหนี่ยวนำด้วยยีสต์
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัดจากใบมีผลลดการบวมในแบบจำลองการอักเสบของหนูทดลอง
- ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย : สารสกัดจากใบสามารถยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด เช่น Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis, Escherichia coli และ Pseudomonas aeruginosa ในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากใบและกิ่งแสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระในแบบจำลอง DPPH และมีสารประกอบฟีนอลิกเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ดังกล่าว
- ฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหย : การศึกษาล่าสุดพบว่าน้ำมันหอมระเหยจาก C. erectus มีฤทธิ์ต้านจุลชีพบางชนิดและมีฤทธิ์ต่อตัวอ่อนยุงบางชนิดในระดับห้องปฏิบัติการ
ความปลอดภัย
ข้อมูลด้าน ความปลอดภัยและพิษวิทยาของกระดูกไก่ในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงไม่สามารถสรุปความปลอดภัยของการใช้สารสกัดเข้มข้นหรือการรับประทานในระยะยาวได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีการสกัดด้วยตัวทำละลายและมีความเข้มข้นสูง
ควรแยกข้อมูลจาก การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ออกจากข้อมูลความปลอดภัยของ สารสกัดมาตรฐาน เนื่องจากปริมาณและองค์ประกอบทางเคมีอาจแตกต่างกันมาก
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรใช้ใน หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หากไม่มีคำแนะนำจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- ไม่ควรใช้ในเด็กโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- ไม่ควรใช้พืชที่ระบุเพียงชื่อพื้นบ้านโดยไม่ได้ตรวจสอบ ชนิดพืชและเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ ให้ถูกต้อง
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะระบุปฏิกิริยาระหว่าง กระดูกไก่ (Chloranthus elatior/Chloranthus erectus) กับยาชนิดใดอย่างแน่ชัด จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อระบบประสาท ยาลดไข้ ยาต้านการอักเสบ หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ
การใช้ในอาหาร
ในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและส่วนของต้นกระดูกไก่ถูกนำไปใช้เป็น พืชให้กลิ่นหอมสำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรและชา โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม การใช้เป็นเครื่องดื่มพื้นบ้านไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานว่าพืชชนิดนี้เหมาะสำหรับการรับประทานเป็นอาหารในปริมาณมากหรือเป็นประจำ
การใช้ในผลิตภัณฑ์
มีศักยภาพในการนำไปศึกษาต่อยอดเป็น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องดื่มสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันหอมระเหย และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสารต้านอนุมูลอิสระหรือสารต้านจุลชีพ แต่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจำเป็นต้องมีการควบคุมชนิดพืช ปริมาณสารสำคัญ ความปลอดภัย และมาตรฐานการผลิต
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
ควรเก็บเกี่ยวจากต้นที่มีการระบุชนิดถูกต้องและปลอดจากสารเคมีหรือมลพิษ โดยเลือก ใบ กิ่ง หรือต้นที่สมบูรณ์ ตามวัตถุประสงค์ของการใช้ยา
หลังเก็บเกี่ยวควรทำความสะอาดและทำให้แห้งในที่ ร่ม อากาศถ่ายเทดี และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด จากนั้นเก็บในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันความชื้น เพื่อช่วยรักษาสารออกฤทธิ์และลดการปนเปื้อนของเชื้อรา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กระดูกไก่เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่ปรากฏในองค์ความรู้ด้าน ชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ของประเทศไทย โดยมีการใช้ส่วนของใบและรากในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดกล้ามเนื้อ และปัญหาเกี่ยวกับกระดูกหรือการบาดเจ็บบางประเภท
ในพื้นที่ภาคเหนือยังมีรายงานการใช้กระดูกไก่ในตำรับพื้นบ้านสำหรับ อาการไข้ โดยนำส่วนของพืชไปต้มร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นแล้วดื่ม
ประวัติและวัฒนธรรม
กระดูกไก่เป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการใช้ พืชสมุนไพรพื้นบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยนอกจากการใช้ทางยาแล้ว ยังมีการใช้ใบและดอกเพื่อเพิ่มกลิ่นให้กับชาและเครื่องดื่มพื้นบ้าน
ข้อมูลจาก PROSEA ระบุว่าในอดีตมีการนำส่วนแห้งของกระดูกไก่ไปจำหน่ายในตลาดชวา และมีการปลูกในสวนบ้านเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มสมุนไพรแบบ jamu
สถานะการอนุรักษ์
ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุสถานะการอนุรักษ์เฉพาะของกระดูกไก่ในประเทศไทยจากแหล่งข้อมูลที่ใช้จัดทำบทความนี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นพืชที่พบใน พื้นที่ป่าและบริเวณใกล้ลำธาร การเก็บจากธรรมชาติควรคำนึงถึงการรักษาประชากรพืชและหลีกเลี่ยงการถอนรากจากต้นจำนวนมาก
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Division) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Chloranthales
- วงศ์ (Family) : Chloranthaceae
- สกุล (Genus) : Chloranthus Sw.
- ชนิด (Species) : Chloranthus elatior Link
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdc., Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Sweet ex Wall., Chloranthus officinalis Blume, Chloranthus salicifolius C.Presl และ Chloranthus sumatranus Miq.
หมายเหตุ : ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์บางแห่งยังใช้ชื่อ Chloranthus erectus สำหรับพืชที่มีชื่อไทยว่ากระดูกไก่ ดังนั้นในการจัดทำฐานข้อมูลเว็บไซต์ควรเก็บชื่อพ้องไว้เพื่อให้ค้นคืนข้อมูลจากเอกสารเก่าได้ครบถ้วน
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ควรพิจารณา ลักษณะลำต้นที่มีข้อพอง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม กลิ่นหอมเฉพาะตัวของส่วนต่าง ๆ และลักษณะช่อดอกและผล ร่วมกับการตรวจสอบทางอนุกรมวิธาน
สำหรับการจัดทำวัตถุดิบสมุนไพรเพื่อการวิจัยหรือผลิตภัณฑ์ ควรจัดทำ ตัวอย่างพรรณไม้อ้างอิง (voucher specimen) และตรวจสอบโดยนักพฤกษศาสตร์หรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากชื่อ “กระดูกไก่” อาจใช้เรียกพืชคนละชนิดในแต่ละท้องถิ่น
คำเตือนทางการแพทย์
กระดูกไก่เป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด ผลการศึกษาฤทธิ์ลดไข้ ต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย และต้านอนุมูลอิสระส่วนใหญ่เป็นการทดลองในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่สามารถยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในคนได้
ผู้ที่มีอาการ ไข้สูง ไข้ต่อเนื่อง ปวดรุนแรง บวมแดงมาก มีอาการแพ้ หรือสงสัยการติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ ไม่ควรใช้สมุนไพรแทนการรักษาที่จำเป็น
หมายเหตุ : ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรและภูมิปัญญาการใช้พืช ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรค และขนาดการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านไม่ควรนำไปใช้เป็นขนาดยามาตรฐานโดยไม่มีการประเมินความปลอดภัย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Royal Park Rajapruek. (ม.ป.ป.). กระดูกไก่ (Chloranthus elatior Link). ฐานข้อมูลพรรณไม้ อุทยานหลวงราชพฤกษ์.
- มหาวิทยาลัยมหิดล, อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ. (ม.ป.ป.). กระดูกไก่. ฐานข้อมูลพรรณไม้สิรีรุกขชาติ.
- ฐานข้อมูลพรรณไม้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). กระดูกไก่.
- Jeeno, P., Yadoung, S., Yana, P., & Hongsibsong, S. (2023). Phytochemical profiling and antioxidant capacity of traditional plants, Northern Thailand. Plants, 12(23), 3956.
- Hasan, N. A., Ariffin, S., Azzeme, A. M., Hasbullah, N. I., Nawahwi, M. Z., & Zemry, I. H. B. (2023). Preliminary phytochemical screening of medicinal herb, SAMBAU PAYA (Chloranthus erectus). Materials Today: Proceedings, 88, 6–9.
- Tag, H., Namsa, N. D., Mandal, M., & Kalita, P. (2010). Antipyretic and antibacterial activity of Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdcourt leaf extract: A popular folk medicine of Arunachal Pradesh. Indian Journal of Pharmacology, 42(5), 273–276. https://doi.org/10.4103/0253-7613.70083
- Yang, Q., Jia, A., Liu, X., Han, S., & Fan, S. (2022). Chemical constituents from Chloranthus elatior and their inhibitory effect on human dihydroorotate dehydrogenase. Planta Medica, 88(6), 455–465. https://doi.org/10.1055/a-1449-2642
- Ariffin, S., et al. (2023). Antioxidant potential of Chloranthus erectus (Chloranthaceae) from various solvents extract. Journal of Experimental Biology and Agricultural Sciences, 11(1), 75–80. https://doi.org/10.18006/2023.11(1).75.80
- PROSEA. (ม.ป.ป.). Chloranthus erectus. Plant Resources of South-East Asia.
- Le, T. H., Do, N. D., Nguyen, T. L. Q., Nguyen, H. H., & Bui, B. T. (2026). Chemical composition, antimicrobial and mosquito larvicidal activities of the essential oil of Chloranthus erectus collected in Vietnam. Studia Universitatis Babeș-Bolyai Chemia. https://doi.org/10.24193/subbchem.2026.1.12
