กระจับ

กระจับ

กระจับ

กระจับ เป็นพืชน้ำลอยผิวน้ำที่มีผลหรือฝักมีลักษณะเด่นคล้ายเขาควาย จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า กระจับเขาควาย เนื้อในผลมีแป้งและสารอาหาร ใช้เป็นอาหารได้ และในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยยังนำส่วนต่าง ๆ ของกระจับมาใช้เป็น สมุนไพรบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง และแก้ไอ เป็นต้น ปัจจุบันกระจับยังได้รับความสนใจด้านสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและการวิจัยทางเภสัชวิทยาอีกด้วย

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : กระจับ
  • ชื่ออื่น : กะจับ, มาแง่ง, พายับ, เขาควาย, กระจับเขาควาย, กระจับเขาทู่, กระจับเขาแหลม
  • ชื่อสามัญ : Water caltrop, Water chestnut, Horn nut
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบัน : Trapa natans L.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่เคยใช้หรือเป็นชื่อพ้อง : Trapa bispinosa Roxb., Trapa bicornis Osbeck และ Trapa cochinchinensis Lour.
  • วงศ์ : Lythraceae
  • ส่วนที่ใช้ในภูมิปัญญาสมุนไพร : ใบ เนื้อในผลหรือเมล็ด และส่วนอื่นของพืชตามตำรับ
  • ลักษณะเด่น : เป็นพืชน้ำลอยผิวน้ำ ผลแก่มีเปลือกแข็งและมีเขา 2–4 เขา เนื้อในมีสีขาวและมีแป้งเป็นองค์ประกอบสำคัญ

หมายเหตุ : ชื่อ “กระจับ” ในเอกสารไทยบางแหล่งอาจใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ต่างกัน เช่น Trapa bispinosa Roxb. แต่ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่และ e-Flora of Thailand ยอมรับ Trapa natans L. เป็นชื่อที่ถูกต้อง โดย T. bispinosa เป็นชื่อพ้องของ T. natans ในแนวทางอนุกรมวิธานปัจจุบัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นพืชน้ำล้มลุกหรือพืชน้ำอายุสั้น ลำต้นทอดยาวอยู่ใต้น้ำและมีส่วนของลำต้นเชื่อมต่อกับพื้นโคลนหรือดินใต้น้ำ
  • ราก : มีรากสำหรับยึดเกาะกับดินใต้น้ำ และมีรากหรือโครงสร้างคล้ายรากบริเวณข้อของลำต้นใต้น้ำ
  • ใบ : มีใบ 2 ลักษณะ ได้แก่ ใบใต้น้ำที่มีลักษณะเป็นเส้นฝอย และใบลอยน้ำที่รวมตัวเป็นกระจุกหรือกุหลาบรอบลำต้น ใบลอยน้ำมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปพัด ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย
  • ก้านใบ : ก้านใบยาวและส่วนหนึ่งพองออกเป็นกระเปาะคล้ายถุงอากาศ ช่วยพยุงใบให้ลอยอยู่บนผิวน้ำ
  • ดอก : ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาว โดยทั่วไปมี 4 กลีบ ดอกจะชูขึ้นเหนือผิวน้ำในช่วงออกดอก
  • ผล : ผลเป็นผลแห้งชนิดมีเมล็ดเดียว เปลือกแข็ง เมื่อแก่มีสีเข้มและจมลงในโคลน ผลมีเขา 2–4 เขา รูปร่างแตกต่างกันตามชนิดย่อยหรือสายพันธุ์
  • เมล็ด : มีเนื้อสะสมแป้งจำนวนมาก เป็นส่วนที่นำมารับประทานและใช้ประโยชน์ด้านอาหาร

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : มีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในโลกเก่า โดยพบในพื้นที่ของ เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา
  • ประเทศไทย : พบในแหล่งน้ำจืด เช่น บึง หนอง สระ และแหล่งน้ำที่น้ำนิ่งหรือไหลช้า
  • สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม : แหล่งน้ำตื้น น้ำจืด มีธาตุอาหารค่อนข้างมาก มีแสงแดดเพียงพอ และมีพื้นดินหรือโคลนอ่อนสำหรับให้รากยึดเกาะ
  • การกระจายพันธุ์ในต่างประเทศ : มีการปลูกเพื่อบริโภคอย่างแพร่หลายในบางพื้นที่ของเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินเดีย

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • สภาพพื้นที่ : ควรปลูกในบ่อหรือแหล่งน้ำจืดที่มีน้ำตื้นและนิ่งหรือไหลช้า
  • แสงแดด : ต้องการแสงแดดค่อนข้างมากเพื่อการเจริญเติบโตและการสร้างผล
  • ดิน : เหมาะกับดินโคลนหรือดินเหนียวที่มีอินทรียวัตถุและสามารถยึดรากได้
  • การขยายพันธุ์ : โดยทั่วไปใช้ เมล็ดหรือผลแก่ เป็นวัสดุขยายพันธุ์ เมล็ดควรอยู่ในสภาพชื้นและไม่ควรปล่อยให้แห้งจนเกินไป เพราะเมล็ดกระจับมีความไวต่อการสูญเสียน้ำ
  • การปลูกเชิงการค้า : มีการปลูกกระจับเพื่อเก็บผลผลิตในหลายประเทศของเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินเดีย
  • ข้อควรคำนึง : ไม่ควรนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่ใช่พื้นที่เพาะปลูก เนื่องจากพืชสกุล Trapa สามารถเจริญเป็นกลุ่มหนาแน่นและรบกวนระบบนิเวศหรือการสัญจรทางน้ำได้ในบางพื้นที่

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ใบ : ใช้ตามภูมิปัญญาไทยสำหรับแก้ไอ ขับเสมหะ และขับเมือกในลำไส้
  • เนื้อในผลหรือเมล็ด : ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย และใช้เป็นอาหาร
  • เปลือกผล : มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านในตำรับสำหรับอาการท้องร่วงและปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย
  • ผล : ใช้ทั้งในรูปอาหารและเป็นส่วนประกอบของตำรับยาไทยบางชนิด

สรรพคุณทางสมุนไพร

ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย

  • ใบ : มีรสเปรี้ยว ใช้ กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ และมีการกล่าวถึงการใช้ถอนพิษตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • เนื้อในผล : มีรสมันหวาน ใช้เป็น ยาชูกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงครรภ์ บำรุงน้ำนม แก้อ่อนเพลีย และบำรุงร่างกายหลังฟื้นไข้
  • ผล : ใช้รับประทานเป็นอาหารและมีการใช้เพื่อ ดับร้อน ดับกระหาย และบำรุงกำลัง
  • เปลือกผล : มีภูมิปัญญาการนำมาต้มน้ำใช้ในอาการ ท้องร่วงและปวดท้อง

ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน

  • มีการรับประทาน เนื้อในผลกระจับ เพื่อบำรุงร่างกาย เพิ่มกำลัง และช่วยฟื้นฟูร่างกายในช่วงพักฟื้น
  • มีการใช้ เปลือกผลต้มน้ำ ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับอาการท้องเสีย
  • มีการใช้ผลกระจับเป็นอาหารเพื่อช่วยดับกระหายและคลายร้อน

ในตำรับยา

  • ยาหอมทิพโอสถ เป็นตำรับยาแผนไทยแห่งชาติที่มี กระจับ เป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญ โดยใช้ร่วมกับสมุนไพรอีกหลายชนิด และมีข้อบ่งใช้สำหรับ แก้ลมวิงเวียน

หมายเหตุ : สรรพคุณตามตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นข้อมูลด้านการแพทย์ดั้งเดิม ไม่ควรนำมาเทียบเท่ากับข้อบ่งใช้ของยาแผนปัจจุบันโดยตรง

วิธีใช้

  • รับประทานเป็นอาหาร : นำผลกระจับแก่ไปต้มให้สุก แล้วแกะเปลือกรับประทานเฉพาะเนื้อใน
  • ใช้ในตำรับยาไทย : ใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยา เช่น ยาหอมทิพโอสถ โดยต้องใช้ตามสูตรตำรับและขนาดที่กำหนด
  • ยาหอมทิพโอสถ : ตำรับที่มีส่วนประกอบของกระจับ ใช้ในรูปยาผงหรือยาเม็ด รับประทานครั้งละ 1–1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ทุก 3–4 ชั่วโมง และไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง ตามรายละเอียดของตำรับ

ในบัญชียาจากสมุนไพร

  • กระจับมีสถานะเป็นพืชวัตถุในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ โดยมีรายการ Trapae Natansis Semen หรือเมล็ดกระจับอยู่ในภาคผนวกเภสัชวัตถุ
  • ยาหอมทิพโอสถ ซึ่งเป็นตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ มี กระจับ 4 กรัม เป็นส่วนประกอบของสูตรตำรับ และมีข้อบ่งใช้ แก้ลมวิงเวียน

สาระสำคัญ

เนื้อในผลกระจับ มีแป้งและคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบเด่น จึงเป็นแหล่งพลังงานและถูกใช้เป็นอาหารมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมี โปรตีน ใยอาหาร แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมี เช่น กลุ่มฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และสารประกอบอื่น ๆ ที่มีการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ

องค์ประกอบทางเคมี

  • คาร์โบไฮเดรตและแป้ง : เป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อในผล
  • โปรตีน : พบในเนื้อเมล็ดในปริมาณหนึ่ง
  • ใยอาหาร : พบในส่วนที่รับประทานได้
  • แร่ธาตุ : มีรายงานแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี และแร่ธาตุอื่น ๆ
  • สารฟีนอลิก : มีรายงานสารกลุ่มฟีนอลิกหลายชนิด
  • ฟลาโวนอยด์ : ตรวจพบในสารสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช
  • กรดเอลลาจิก (Ellagic acid) และ กรดเฟอรูลิก (Ferulic acid) : มีรายงานจากการศึกษาสารสกัดใบ
  • สควาลีน (Squalene) : พบเป็นองค์ประกอบเด่นชนิดหนึ่งในการวิเคราะห์สารสกัดใบด้วย GC-MS
  • กรดเออร์โซลิก (Ursolic acid) และสารไตรเทอร์พีนบางชนิด : มีรายงานในองค์ประกอบทางเคมีของกระจับ

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • การศึกษาสารสกัดจาก Trapa natans พบกิจกรรม ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพ ในการทดลองระดับห้องปฏิบัติการ
  • สารสกัดใบสามารถยับยั้งการสร้างไบโอฟิล์มและกระบวนการส่งสัญญาณ quorum sensing ของ Pseudomonas aeruginosa ได้ในระดับทดลอง
  • การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสารสกัดจากรากของ T. natans มีแนวโน้มช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในแบบจำลองหนูเบาหวาน และไม่พบความเสียหายของตับหรือการเกิด lipid peroxidation ตามเงื่อนไขของการทดลองนั้น
  • สารสกัดเปลือกผลมีรายงาน ฤทธิ์ปกป้องตับ ในหนูที่ได้รับยาต้านวัณโรคซึ่งก่อให้เกิดพิษต่อตับ แต่ผลดังกล่าวยังเป็นหลักฐานระดับสัตว์ทดลอง ไม่สามารถสรุปว่าใช้รักษาหรือป้องกันโรคตับในมนุษย์ได้

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ระดับข้อมูลภูมิปัญญา/ชาติพันธุ์เภสัชวิทยา : มีข้อมูลการใช้กระจับเป็นอาหารและสมุนไพรในเอเชียมาเป็นเวลานาน
  • ระดับหลอดทดลอง (In vitro) : มีหลักฐานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านจุลชีพ ต้านไบโอฟิล์ม ต้านอนุมูลอิสระ และการยับยั้งกระบวนการ quorum sensing
  • ระดับสัตว์ทดลอง (In vivo) : มีรายงานฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและปกป้องตับในแบบจำลองสัตว์
  • ระดับการศึกษาในมนุษย์ : หลักฐานทางคลินิกที่มีคุณภาพเพียงพอยังมีจำกัด
  • สรุป : หลักฐานในปัจจุบันสนับสนุนศักยภาพทางเภสัชวิทยาของกระจับในระดับ พรีคลินิก มากกว่าการยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดบางชนิดมีฤทธิ์ต่อแบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิด
  • ฤทธิ์ต้านไบโอฟิล์ม : สารสกัดใบสามารถลดการสร้างไบโอฟิล์มของจุลชีพบางชนิดในการทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีรายงานจากการศึกษาพรีคลินิก แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิก
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : เกี่ยวข้องกับสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์
  • ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด : พบในแบบจำลองสัตว์ทดลองบางการศึกษา
  • ฤทธิ์ปกป้องตับ : พบในแบบจำลองสัตว์ที่ได้รับสารก่อพิษต่อตับ
  • ฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ : มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์แก้ปวด ต้านแผลในกระเพาะ และฤทธิ์ต่อระบบประสาทจากการศึกษาในสัตว์และหลอดทดลอง แต่ยังจำเป็นต้องมีงานวิจัยที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น

ความปลอดภัย

  • เนื้อในผลกระจับที่ปรุงสุก เป็นอาหารที่มีการบริโภคในหลายประเทศและถือเป็นส่วนที่ใช้ประโยชน์หลัก
  • การศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดกระจับในสัตว์ทดลองบางงานไม่พบสัญญาณพิษที่ชัดเจนภายใต้ขนาดและระยะเวลาที่ศึกษา แต่ข้อมูลดังกล่าว ไม่เพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยของสารสกัดเข้มข้นหรือการใช้เป็นยาระยะยาวในมนุษย์
  • เนื่องจากเป็น พืชน้ำ ควรเลือกวัตถุดิบจากแหล่งน้ำสะอาด และควรปรุงสุกก่อนรับประทานเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของจุลชีพหรือสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาหลายชนิด ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพก่อนใช้กระจับในรูปแบบสารสกัดหรือยา

ข้อห้ามใช้

  • ไม่ควรใช้กระจับเป็น ยารักษาโรคแทนการรักษามาตรฐาน โดยเฉพาะโรคเรื้อรังหรือโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์กระจับที่ไม่ทราบแหล่งที่มาและมาตรฐานการผลิต
  • ไม่ควรนำกระจับจากแหล่งน้ำที่อาจมี โลหะหนัก สารกำจัดศัตรูพืช น้ำเสีย หรือเชื้อโรค มารับประทาน
  • หากใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยา ควรใช้ตามข้อกำหนดของตำรับและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

  • สำหรับ กระจับเพียงอย่างเดียว ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจนเพียงพอที่จะระบุปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยาชนิดใดโดยเฉพาะ
  • หากใช้ ยาหอมทิพโอสถ ซึ่งมีกระจับเป็นส่วนประกอบ ควรระวังการใช้ร่วมกับ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) และ ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) ตามข้อควรระวังของตำรับ
  • ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไตและใช้ตำรับยาที่มีกระจับร่วมกับสมุนไพรหลายชนิด ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

การใช้ในอาหาร

  • เนื้อในผลกระจับต้ม รับประทานเป็นอาหารว่าง
  • ใช้ทำ ของหวาน เช่น กระจับต้มน้ำขิง กระจับในน้ำแข็งไส หรือรับประทานร่วมกับมะพร้าวอ่อนและเมล็ดบัว
  • ใช้ประกอบ อาหารคาว เช่น กระจับตุ๋นซี่โครงหมู กระจับผัด และเมนูผัดต่าง ๆ
  • สามารถนำเนื้อในผลไป แปรรูปเป็นแป้ง ได้
  • กระจับเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และแร่ธาตุบางชนิด จึงมีคุณค่าทางโภชนาการในฐานะอาหาร

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ผลิตภัณฑ์อาหาร : ผลกระจับสด กระจับต้ม และผลิตภัณฑ์จากแป้งกระจับ
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในตำรับยาแผนไทย เช่น ยาหอมทิพโอสถ
  • ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ : มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นวัตถุดิบที่มีแป้ง ใยอาหาร และสารพฤกษเคมี
  • ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม : มีการศึกษาศักยภาพของกระจับในการดูดซับหรือช่วยลดสารอาหารส่วนเกินในน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • การเก็บเกี่ยวผล : เก็บผลที่เจริญเต็มที่และเปลือกแข็ง โดยผลแก่จะจมลงในน้ำและสะสมอยู่ในดินโคลน
  • การเก็บเพื่อบริโภค : ควรคัดเลือกผลที่สมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกหรือเน่าเสีย และล้างให้สะอาดก่อนนำไปปรุงอาหาร
  • การเก็บเมล็ดสำหรับเพาะพันธุ์ : ควรรักษาความชื้นของเมล็ด เนื่องจากเมล็ดกระจับมีความไวต่อการสูญเสียน้ำและการทำให้แห้ง
  • วัตถุดิบสมุนไพรแห้ง : ควรทำให้แห้งสนิทและเก็บในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • กระจับเป็นพืชอาหารและสมุนไพรที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ
  • ชุมชนใช้ ผลกระจับเป็นอาหาร ทั้งรับประทานสดหรือนำไปต้มและประกอบอาหาร
  • ในภูมิปัญญาสมุนไพรไทยมีการใช้ ใบและเนื้อในผล เพื่อบำรุงร่างกาย แก้ไอ ขับเสมหะ และช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วย
  • กระจับยังเป็นพืชที่สะท้อนความหลากหลายของ พืชอาหารพื้นบ้านและพืชสมุนไพรในระบบนิเวศน้ำจืด

ประวัติและวัฒนธรรม

  • กระจับเป็นพืชที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารมาเป็นเวลายาวนาน โดยมีหลักฐานการใช้ประโยชน์ในเอเชียและยุโรปย้อนกลับไปถึงสมัยโบราณ
  • รูปร่างผลที่มีเขาคล้ายเขาควายทำให้เกิดชื่อเรียกในท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น เขาควาย กระจับเขาควาย และมาแง่ง
  • ในประเทศไทย กระจับเป็นทั้ง พืชอาหาร พืชสมุนไพร และพืชน้ำประจำถิ่น ที่พบในวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ

สถานะการอนุรักษ์

  • Trapa natans มีการกระจายพันธุ์กว้างในหลายพื้นที่ของโลก แต่สถานภาพของประชากรแตกต่างกันตามภูมิภาค
  • ในบางพื้นที่ของยุโรป กระจับลดจำนวนลงอย่างมากและกลายเป็นพืชหายากที่ได้รับการคุ้มครอง
  • ในบางประเทศนอกถิ่นกำเนิด เช่นบางพื้นที่ของอเมริกาเหนือ กระจับกลับมีพฤติกรรมเป็น พืชต่างถิ่นรุกราน และสามารถก่อตัวเป็นแพหนาแน่นบนผิวน้ำ
  • สำหรับประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการรักษา แหล่งน้ำธรรมชาติและถิ่นอาศัยของพืชน้ำ รวมทั้งควรใช้วัสดุพันธุ์จากแหล่งที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการนำไปปล่อยในระบบนิเวศที่ไม่ใช่ถิ่นเดิม

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • หมวด (Clade) : Angiosperms
  • กลุ่ม (Clade) : Eudicots
  • อันดับ (Order) : Myrtales
  • วงศ์ (Family) : Lythraceae
  • สกุล (Genus) : Trapa L.
  • ชนิด (Species) : Trapa natans L.
  • ชื่อพ้องสำคัญ (Synonyms) : Trapa bispinosa Roxb., Trapa bicornis Osbeck, Trapa cochinchinensis Lour.

หมายเหตุ : ในอดีตกระจับถูกจัดอยู่ในวงศ์ Trapaceae แต่หลักฐานทางโมเลกุลทำให้ปัจจุบันสกุล Trapa ถูกจัดรวมอยู่ในวงศ์ Lythraceae

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

  • ลักษณะมหภาค : ตรวจสอบจากลักษณะพืชน้ำลอยผิวน้ำ ใบรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปพัด ก้านใบพอง และผลแข็งมีเขา 2–4 เขา
  • เอกลักษณ์ของเครื่องยา : เนื้อในเมล็ดมีสีขาวนวลถึงน้ำตาลอ่อน เนื้อแน่น มีลักษณะเป็นส่วนสะสมอาหารและมีแป้งสูง
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : ควรตรวจสอบให้ตรงกับ Trapa natans L. และพิจารณาชื่อพ้อง เช่น T. bispinosa Roxb. เพื่อป้องกันความสับสนของฐานข้อมูล
  • การตรวจสอบระดับจุลทรรศน์และเคมี : หากนำไปใช้เป็นวัตถุดิบทางยา ควรตรวจสอบลักษณะทางจุลทรรศน์ ปริมาณสารสำคัญ และการปนเปื้อนตามมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพร
  • การตรวจสอบแหล่งที่มา : ควรระบุแหล่งผลิตหรือแหล่งเก็บเกี่ยว เนื่องจากเป็นพืชน้ำและมีความเสี่ยงต่อการสะสมหรือปนเปื้อนสารจากสิ่งแวดล้อม

คำเตือนทางการแพทย์

  • กระจับเป็นอาหารและสมุนไพรตามภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด
  • ผลการทดลองที่แสดงฤทธิ์ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ ลดน้ำตาล หรือปกป้องตับส่วนใหญ่เป็น การศึกษาหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงไม่ควรนำมาอ้างว่าใช้รักษาโรคดังกล่าวในมนุษย์ได้
  • หากรับประทานเป็นอาหาร ควร ปรุงสุกและเลือกจากแหล่งน้ำที่สะอาด
  • ผู้ที่กำลังใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาโรคเรื้อรัง หรือใช้ตำรับสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรใช้ สารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรกระจับเพื่อหวังผลทางการรักษา โดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทานหรือใช้ผลิตภัณฑ์กระจับ เช่น ผื่นแพ้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรืออาการอื่นที่รุนแรง ควรหยุดใช้และพบแพทย์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
  2. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2561). เภสัชวัตถุและตำรับยาแผนไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
  3. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2561). ความหลากหลายทางชีวภาพพืชสมุนไพรในประเทศไทย เล่ม 2. สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช.
  4. สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). (ม.ป.ป.). กระจับ พืชน้ำหายาก.
  5. Adkar, P., Dongare, A., & Ambavade, S. (2014). Trapa bispinosa Roxb.: A review on nutritional and pharmacological aspects. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2014, 959830. https://doi.org/10.1155/2014/959830.
  6. Aleksic, I., Ristivojevic, P., Pavic, A., Radojević, I., Čomić, L. R., Vasiljević, B., Opsenica, D., Milojković-Opsenica, D., & Šenerović, L. (2018). Anti-quorum sensing activity, toxicity in zebrafish embryos and phytochemical characterization of Trapa natans leaf extracts. Journal of Ethnopharmacology, 222, 148–158. https://doi.org/10.1016/j.jep.2018.05.005.
  7. Radojević, I. D., Vasić, S. M., Dekić, M. S., Radulović, N. S., Delić, G. T., Đurđević, J. S., & Čomić, L. R. (2016). Antimicrobial and antibiofilm effects of extracts from Trapa natans L., evaluation of total phenolic and flavonoid contents and GC-MS analysis. Acta Poloniae Pharmaceutica, 73(6), 1565–1574.
  8. Kharbanda, C., Alam, M. S., Hamid, H., Bano, S., Haider, S., Nazreen, S., Ali, Y., & Javed, K. (2014). Trapa natans L. root extract suppresses hyperglycemic and hepatotoxic effects in STZ-induced diabetic rat model. Journal of Ethnopharmacology, 151(2), 931–936. https://doi.org/10.1016/j.jep.2013.12.007.
  9. Palm, M., et al. (2024). International Biological Flora: Trapa natans. Journal of Ecology. https://doi.org/10.1111/1365-2745.14372.
  10. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Trapa natans L. Plants of the World Online.
  11. Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation. (2014). e-Flora of Thailand: Trapa natans L.
Scroll to top