กกสามเหลี่ยม
กกสามเหลี่ยม เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีในวงศ์ Cyperaceae พบได้ตามพื้นที่ชุ่มน้ำ หนอง บึง คลอง และบริเวณที่มีน้ำขัง ลักษณะเด่นคือ ลำต้นเป็นสามเหลี่ยม มีสามมุมแหลม และเจริญเป็นกอขนาดใหญ่ นอกจากมีบทบาทในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำแล้ว ยังเป็นพืชที่มีภูมิปัญญาการใช้เป็น สมุนไพรพื้นบ้าน และใช้ประโยชน์ด้านงานจักสาน โดยเฉพาะการทำเสื่อและเครื่องใช้จากลำต้น
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กกสามเหลี่ยม
- ชื่ออื่น : กก, กกตะกลับ, กกตาแดง, กกปรือ, กกคมบาง, มะนิ่ว, มะเนี่ยว, แห้วกระดาน, แห้วหิน
- ชื่อสามัญ : Giant Bur Rush, Giant Bulrush, Greater Club-rush, Coarse Bullrush
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson
- ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ : Scirpus grossus L.f.; Schoenoplectus grossus (L.f.) Palla; Scirpus kysoor L.f.
- วงศ์ : Cyperaceae
- ลักษณะการเจริญเติบโต : พืชอายุหลายปี มีเหง้าและไหล สามารถแตกหน่อเป็นกอขนาดใหญ่
- ถิ่นอาศัย : พื้นที่ชื้นแฉะ หนอง บึง ริมคลอง แหล่งน้ำตื้น และพื้นที่น้ำขัง
ปัจจุบันชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับคือ Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson โดยชื่อ Schoenoplectus grossus และ Scirpus grossus เป็นชื่อพ้องที่พบในเอกสารเก่าและงานวิจัยบางส่วน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เจริญเป็นกอขนาดใหญ่ มีไหลและส่วนใต้ดินที่สามารถแตกหน่อใหม่ได้ ลำต้นตั้งตรง มีลักษณะเป็น สามเหลี่ยมและมีสามมุมแหลม ผิวค่อนข้างเรียบ สูงประมาณ 1–2 เมตร
- โคนต้น : โคนต้นแผ่กว้าง ส่วนลำต้นและกาบใบมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ภายในลำต้นมีเนื้อเยื่อช่วยพยุงและปรับตัวให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ
- ใบ : ใบออกบริเวณโคนต้น เป็นรูปแถบหรือเรียวยาว ปลายแหลม ยาวประมาณ 0.5–1.7 เมตร กาบใบเปิดและไม่มีลิ้นกาบ
- ช่อดอก : ออกบริเวณปลายลำต้น เป็นช่อขนาดใหญ่ อาจออกเดี่ยวหรือแยกแขนง มีใบประดับคล้ายใบประมาณ 3–4 ใบ รองรับช่อดอก
- ดอกย่อย : มีขนาดเล็กจำนวนมาก เรียงอยู่บนช่อแขนง ดอกย่อยมีลักษณะรูปรี สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดง
- ผล : เป็นผลแห้งแบบเมล็ดเดียว ลักษณะโดยรวมของผลและเมล็ดมีขนาดเล็กและมีสีน้ำตาล
- รากและเหง้า : มีระบบรากและเหง้าอยู่ใต้ดิน และสามารถเกิดไหลเพื่อขยายกอ

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กกสามเหลี่ยม มีถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของเอเชียไปจนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย พบในประเทศไทย รวมถึงอินเดีย บังกลาเทศ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีนตอนใต้ ศรีลังกา และพื้นที่อื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย
ในประเทศไทยพบตามพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งน้ำตื้นหลายพื้นที่ และมีการใช้ประโยชน์จากลำต้นในงานจักสาน โดยเฉพาะการทำเสื่อและเครื่องใช้พื้นบ้าน
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : เหมาะกับพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำขังหรือน้ำตื้น และดินที่มีความชื้นสูง
- การขยายพันธุ์ด้วยไหล : แยกไหลหรือหน่อที่มีรากติดอยู่แล้วนำไปปลูกในพื้นที่ชื้น เป็นวิธีที่ช่วยให้ตั้งตัวได้รวดเร็ว
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : สามารถใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ได้ แต่การเจริญเติบโตในระยะแรกขึ้นอยู่กับความชื้นและสภาพแวดล้อม
- การดูแล : ควรรักษาความชื้นของดินและจัดให้มีน้ำเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงตั้งตัว
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- หัวหรือส่วนใต้ดิน : ใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับอาการท้องเสียและอาเจียน
- ราก : ใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับสมาน ลดไข้ ขับปัสสาวะ และเกี่ยวข้องกับการดูแลอาการทางเดินน้ำดี
- เหง้าและส่วนใต้ดิน : มีรายงานการใช้ในระบบการแพทย์พื้นบ้านของเอเชีย โดยเฉพาะด้านระบบทางเดินอาหารและการดูแลตับ
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย
- หัว : ใช้เป็นยาแก้ ท้องเสีย และ แก้อาเจียน
- ราก : ใช้เป็นยา สมาน, ลดไข้, ขับปัสสาวะ, ช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับ ท่อน้ำดีอักเสบ, แก้ท้องเสีย และใช้เป็นยาระบายตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
มีรายงานการใช้ กกสามเหลี่ยม ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของเอเชียในลักษณะยาสำหรับ อาการท้องเสีย อาเจียน ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และใช้ส่วนหัวหรือหัวใต้ดินเป็นยาบำรุงหรือดูแลตับในบางระบบการแพทย์ดั้งเดิม
ในตำรับยาและการแพทย์ดั้งเดิม
ในระบบการแพทย์อินเดียมีการกล่าวถึงส่วนหัวหรือหัวใต้ดินของ Actinoscirpus grossus ในฐานะสมุนไพรที่ใช้เกี่ยวข้องกับ ระบบทางเดินอาหาร อาการอาเจียน อาการท้องเสีย และการบำรุงตับ โดยข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากการแพทย์ดั้งเดิมและงานวิจัยพรีคลินิก ไม่ใช่หลักฐานการรักษาในผู้ป่วยโดยตรง
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและการศึกษาเบื้องต้น ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันสำหรับผู้ป่วย
วิธีใช้
- ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : นำส่วนหัวหรือรากที่ผ่านการทำความสะอาดและเตรียมเป็นเครื่องยามาต้มเป็นน้ำสมุนไพรหรือใช้ในตำรับยา
- การใช้ภายนอก : ข้อมูลที่พบมีน้อยและไม่ควรกำหนดวิธีใช้หรือความเข้มข้นเองโดยไม่มีตำรับหรือผู้เชี่ยวชาญกำกับ
- ขนาดและระยะเวลาใช้ : ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานสำหรับประชาชนทั่วไป
หมายเหตุ : ไม่ควรนำข้อมูลขนาดสารสกัดจากการทดลองในสัตว์มาใช้กำหนดขนาดยาสำหรับมนุษย์โดยตรง
สาระสำคัญ
สาระสำคัญที่ได้รับการศึกษาใน กกสามเหลี่ยม ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม สารพฤกษเคมี เช่น ฟลาโวนอยด์ แทนนิน คูมาริน สเตียรอยด์ เทอร์พีนอยด์ และคาร์โบไฮเดรต โดยองค์ประกอบอาจแตกต่างกันตามส่วนของพืช วิธีสกัด ตัวทำละลาย และแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
องค์ประกอบทางเคมี
จากการศึกษาทางเภสัชพฤกษศาสตร์และฐานข้อมูลสารพฤกษเคมี พบรายงานองค์ประกอบของ Actinoscirpus grossus ได้แก่
- Carbohydrates
- Flavonoids
- Tannins
- Coumarins
- Steroids
- Terpenoids
- Cinnamic acid
- 4-Hydroxybenzoic acid
- Benzaldehyde
- กรดไขมันหลายชนิด เช่น lauric acid, myristic acid, pentadecanoic acid, heptadecanoic acid และ decanoic acid
อย่างไรก็ตาม รายการสารเคมีที่ตรวจพบไม่ควรนำมาใช้ระบุว่าเป็น “สารออกฤทธิ์หลัก” ของสมุนไพรโดยอัตโนมัติ เนื่องจากยังต้องมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสารแต่ละชนิดกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเพิ่มเติม
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ Actinoscirpus grossus ในระดับ เภสัชพฤกษศาสตร์ เคมี และสัตว์ทดลอง แต่หลักฐานในมนุษย์ยังมีจำกัด
งานวิจัยปี พ.ศ. 2560 ศึกษาลักษณะทางจุลทรรศน์ การวิเคราะห์พฤกษเคมี และลายพิมพ์ HPTLC ของหัว พบกลุ่มสารคาร์โบไฮเดรต คูมาริน ฟลาโวนอยด์ สเตียรอยด์ แทนนิน และเทอร์พีนอยด์ และเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อใช้ในการ ตรวจสอบเอกลักษณ์และควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร
มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าสารสกัดเมทานอลจากรากของ Schoenoplectus grossus ซึ่งเป็นชื่อพ้องของชนิดเดียวกัน แสดงฤทธิ์ ลดไข้และบรรเทาปวด ในแบบจำลองสัตว์ทดลองบางชนิด
นอกจากนี้ การทดลองในหนูพบว่าสารสกัดเอทานอลจากหัวมีแนวโน้ม ปกป้องตับจากความเสียหายที่เกิดจากเอทานอล โดยช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของเอนไซม์ตับและตัวชี้วัดภาวะ oxidative stress บางชนิด
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับข้อมูลพฤกษศาสตร์และการตรวจสอบเอกลักษณ์ : มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน
- ระดับองค์ประกอบทางเคมี : มีข้อมูลจากการวิเคราะห์สารพฤกษเคมีและ HPTLC
- ระดับเภสัชวิทยา : มีข้อมูลจากการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองบางด้าน
- ระดับการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ : ยังมีข้อมูลจำกัด
- ระดับหลักฐานสำหรับการรักษาโรคในมนุษย์ : ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลทางคลินิก
ดังนั้น ควรจัด กกสามเหลี่ยม อยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่มีข้อมูลภูมิปัญญาและหลักฐานพรีคลินิกบางส่วน แต่ยังไม่ควรกล่าวอ้างสรรพคุณรักษาโรคในมนุษย์โดยตรง
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
มีรายงานการศึกษาในระดับพรีคลินิกเกี่ยวกับฤทธิ์ของสารสกัด ได้แก่
- ฤทธิ์บรรเทาปวดและลดไข้ : พบในแบบจำลองสัตว์ทดลองจากสารสกัดราก
- ฤทธิ์ปกป้องตับ : สารสกัดจากหัวแสดงแนวโน้มช่วยลดความเสียหายของตับจากเอทานอลในหนู
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : มีการศึกษาสารสกัดและพบกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระในระดับห้องปฏิบัติการ
- ฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ : มีรายงานเบื้องต้น แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุสารออกฤทธิ์ กลไก และความสัมพันธ์กับขนาดยา
ความปลอดภัย
การศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดเอทานอลจาก Actinoscirpus grossus ในหนูทดลองตามแนวทาง OECD พบว่า ไม่พบการเสียชีวิตในขนาดสูงถึง 2,000 มก./กก. น้ำหนักตัว และประเมินค่า LD50 ทางปากว่าอยู่สูงกว่า 2,000 มก./กก. ในการทดลองดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นเพียง ข้อมูลความเป็นพิษเฉียบพลันในสัตว์ทดลอง ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยของการรับประทานในมนุษย์เป็นเวลานานได้
หมายเหตุ : การไม่มีการเสียชีวิตในการทดลองสัตว์ไม่ได้หมายความว่าสมุนไพรปลอดภัยสำหรับทุกคนหรือทุกขนาดยา
ข้อห้ามใช้
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ กกสามเหลี่ยมเป็นยารับประทานเองในขนาดสูงหรือเป็นเวลานาน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอเกี่ยวกับขนาดยาที่เหมาะสม ความปลอดภัยระยะยาว และกลุ่มประชากรเฉพาะ
หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก่อนใช้เป็นยา
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกกสามเหลี่ยมกับยาสมัยใหม่ อย่างชัดเจน ดังนั้นผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ หรือยาที่มีผลต่อตับและไต ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกกสามเหลี่ยมร่วมกับยา
การใช้ในอาหาร
กกสามเหลี่ยม ไม่ได้มีบทบาทเป็นผักหรืออาหารพื้นบ้านที่เด่นชัด ในข้อมูลประเทศไทยที่พบ การใช้ประโยชน์หลักอยู่ที่งานจักสานและการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านมากกว่า
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์จักสาน : ใช้ลำต้นทำเสื่อ
- เครื่องใช้พื้นบ้าน : สามารถนำไปสานเป็นตะกร้า กระเป๋า และเครื่องใช้ต่าง ๆ
- วัสดุงานหัตถกรรม : ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับงานจักสานและผลิตภัณฑ์จากพืชน้ำ
- งานด้านสิ่งแวดล้อม : เนื่องจากเป็นพืชพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงมีการศึกษาเพื่อนำไปใช้ในระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมสำหรับบำบัดน้ำเสีย
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ส่วนที่ใช้เป็นยา ควรเก็บจากต้นที่จำแนกชนิดได้ถูกต้องและปลูกหรือเก็บในพื้นที่ที่ปราศจากการปนเปื้อน
- ส่วนหัว ราก หรือเหง้าควรทำความสะอาดและตัดส่วนที่เสียออก
- หากต้องการเก็บเป็นวัตถุดิบแห้ง ควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมและเก็บในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท
- ควรป้องกันความชื้น เชื้อรา แมลง และการปนเปื้อนจากสารเคมี
- ควรติดฉลากระบุ ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนที่ใช้ และวันที่เก็บหรือผลิต เพื่อป้องกันการสับสนกับกกชนิดอื่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กกสามเหลี่ยม เป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับภูมิปัญญาชุมชนในพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะการนำลำต้นไปใช้ประโยชน์ด้าน การทอเสื่อและงานจักสาน นอกจากนั้นยังมีการใช้ส่วนหัวและรากเป็นสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับอาการท้องเสีย อาเจียน และการขับปัสสาวะตามองค์ความรู้ท้องถิ่น
ประวัติและวัฒนธรรม
กกเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชนในประเทศไทยมาช้านาน โดยเฉพาะการนำลำต้นกกขนาดใหญ่มา ทอเสื่อ สานตะกร้า กระเป๋า และเครื่องใช้ในครัวเรือน กกสามเหลี่ยมมีลำต้นแข็งและยาว จึงเหมาะกับงานจักสานหลายรูปแบบ และในบางพื้นที่มีชื่อเรียกต่างกันตามท้องถิ่น เช่น กกปรือ ผือ กกตะกลับ และแห้วกระดาน
สถานะการอนุรักษ์
ตามข้อมูลของ IUCN Red List ที่เผยแพร่ผ่าน Plants of the World Online ของ Kew ปัจจุบัน Actinoscirpus grossus มีสถานะ Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำ และมีการกระจายพันธุ์กว้างในเอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ
อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำยังมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของประชากรพืชชนิดนี้ เนื่องจากถิ่นอาศัยตามธรรมชาติสัมพันธ์กับแหล่งน้ำและพื้นที่ชื้นแฉะ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Phylum) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Liliopsida
- อันดับ (Order) : Poales
- วงศ์ (Family) : Cyperaceae
- สกุล (Genus) : Actinoscirpus
- ชนิด (Species) : Actinoscirpus grossus
- ชื่อวิทยาศาสตร์เต็ม : Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson
- ชื่อพ้องสำคัญ : Scirpus grossus L.f.; Schoenoplectus grossus (L.f.) Palla; Scirpus kysoor L.f.
- ลักษณะอนุกรมวิธาน : เป็นพืชดอกใบเลี้ยงเดี่ยวในวงศ์ Cyperaceae
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ กกสามเหลี่ยม ควรใช้ทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยาและลักษณะทางจุลทรรศน์เพื่อป้องกันการปะปนกับกกชนิดอื่น
- ลักษณะภายนอก : ลำต้นตั้งตรง มีหน้าตัดเป็นสามเหลี่ยมและมีมุมแหลม
- ส่วนใต้ดิน : มีเหง้าและไหล สามารถเกิดหัวขนาดเล็กบริเวณปลายไหล
- ช่อดอก : เป็นช่อขนาดใหญ่บริเวณปลายลำต้น มีใบประดับ 3–4 ใบ
- ลักษณะทางจุลทรรศน์ : มีรายงานลักษณะเซลล์ผิว เนื้อเยื่อพาเรงคิมา เม็ดแป้ง และองค์ประกอบของท่อลำเลียงที่ใช้ประกอบการตรวจสอบเอกลักษณ์
- HPTLC fingerprint : สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบความสม่ำเสมอและคุณภาพของวัตถุดิบหัวกกสามเหลี่ยม
คำเตือนทางการแพทย์
กกสามเหลี่ยมไม่ควรถูกนำไปใช้แทนการรักษามาตรฐาน แม้จะมีข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านและผลการศึกษาพรีคลินิกเกี่ยวกับอาการท้องเสีย อาเจียน การลดไข้ การบรรเทาปวด และการปกป้องตับ แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังมาจากการทดลองในสัตว์หรือห้องปฏิบัติการ
หากมีอาการ ท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง มีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องมาก อ่อนเพลียมาก หรือมีภาวะขาดน้ำ ควรพบแพทย์ ไม่ควรใช้สมุนไพรเพื่อชะลอการรักษา
หมายเหตุ : ข้อมูลสมุนไพรนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับการวินิจฉัยหรือรักษาโรค และการใช้สมุนไพรเป็นยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กกสามเหลี่ยม: Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A. Simpson. สารานุกรมพืช.
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2562). TH-BIF: Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A. Simpson. ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ.
- โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). กกสามเหลี่ยมใหญ่: Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A. Simpson.
- นิยมธรรม, ช., & บุษรารัตน์, พ. (ม.ป.ป.). กกสามเหลี่ยม. ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้.
- Ganapathi, S. C., Holla, R., Shankara, Y. M. S., Narayana, S. K. K., & Mundugaru, R. (2017). Microscopical evaluation, phytochemical analysis and HPTLC fingerprinting of tuber of Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A. Simpson. Pharmacognosy Journal, 9(5), 657–662.
- Ganapathi, S. C., Holla, R., Shankara, Y. M. S., & Mundugaru, R. (2018). Acute oral toxicity study of ethanolic extract of Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A. Simpson. Asian Journal of Pharmaceutical and Clinical Research, 11(7), 321–323.
- Ganapathi, S. C., Holla, R., Shankara, S., Mundugaru, R., Sunilkumar, K. N., Rajagopal, R., Alfarhan, A., & AlAnsari, A. (2021). Protective effect of ethanolic extract of Actinoscirpus grossus tubers against ethanol induced liver toxicity in albino rats. Journal of King Saud University – Science, 33, 101253.
- Piwpuan, N., Jampeetong, A., & Brix, H. (2014). Ammonium tolerance and toxicity of Actinoscirpus grossus—A candidate species for use in tropical constructed wetland systems. Ecotoxicology and Environmental Safety, 107, 319–328.
- Subedi, N. K., et al. (2016). Analgesic and antipyretic activities of methanol extract and its fraction from the root of Schoenoplectus grossus. BioMed Research International.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A. Simpson. Plants of the World Online.
