ขอบชะนาง
ขอบชะนาง เป็นสมุนไพรพื้นบ้านในวงศ์ Urticaceae ที่มีการใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมาเป็นเวลานาน โดยชื่อ “ขอบชะนาง” ในทางเภสัชกรรมไทยหมายถึงพืช 2 ชนิดที่แตกต่างกันตามสี ได้แก่ ขอบชะนางแดง (Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq.) และ ขอบชะนางขาว (Pouzolzia zeylanica (L.) Benn.) จึงควรตรวจสอบลักษณะพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นยา เพื่อป้องกันการใช้สมุนไพรผิดชนิด
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : ขอบชะนาง
- ชื่ออื่น : ขอบชะนางแดง, ขอบชะนางขาว, หนอนตายอยากแดง, หนอนตายอยากขาว, หนอนแดง, หนอนขาว, หญ้าหนอนตาย, หญ้ามูกมาย, ตาสียาเก้อ และตอสีเพาะเกล
- ชื่อวิทยาศาสตร์ :
-
ขอบชะนางแดง : Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq.
-
ขอบชะนางขาว : Pouzolzia zeylanica (L.) Benn.
-
- วงศ์ : Urticaceae หรือวงศ์กะลังตังช้าง
- ประเภท : พืชสมุนไพร–พืชวัตถุ
- ลักษณะยาไทย : ขอบชะนางทั้ง 2 จัดเป็น จุลพิกัดต่างกันที่สี และในตำราแพทย์แผนไทยมีการใช้รวมกันในชื่อ “ขอบชะนางทั้ง 2”
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลักษณะต้น : เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งขึ้นในระยะแรก เมื่อเจริญยาวขึ้นสามารถเลื้อยหรือแผ่ไปตามพื้นดินได้ ลำต้นค่อนข้างเรียวและมีขนละเอียด
- ขอบชะนางแดง : ลำต้นและใบมีสีเขียวปนม่วงหรือแดง โดยเฉพาะด้านล่างของใบมักมีสีแดงคล้ำ ลำต้นอาจสูงประมาณ 2–3 ฟุต ดอกมีสีแดงและออกเป็นกระจุกตามซอกใบ
- ขอบชะนางขาว : ลักษณะโดยรวมคล้ายขอบชะนางแดง แต่ใบและดอกมีสีอ่อนกว่า ใบออกสีเขียวและดอกมีสีเขียวอมเหลือง
- ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับหรือออกตามข้อ ลักษณะใบของขอบชะนางแดงค่อนข้างเป็นรูปใบหอก ส่วนขอบชะนางขาวมีใบค่อนข้างมนหรือรูปไข่ เส้นใบเห็นเด่นชัด
- ดอก : ดอกมีขนาดเล็ก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและกิ่ง ดอกแยกเพศแต่มีดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน
- ผล : เป็นผลแห้งไม่แตก ลักษณะคล้ายผลแบบ achene มีเมล็ดขนาดเล็ก

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ขอบชะนางแดง (Gonostegia pentandra) มีถิ่นกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย รวมถึงประเทศไทย อินเดีย บังกลาเทศ เมียนมา ลาว จีน เวียดนาม ศรีลังกา และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ขอบชะนางขาว (Pouzolzia zeylanica) มีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างตั้งแต่เอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อนไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ และมีรายงานการกระจายพันธุ์ในประเทศไทย
- ในประเทศไทยพบขอบชะนางได้หลายพื้นที่ โดยมักขึ้นตามบริเวณที่มีความชื้น เช่น ริมร่องสวน พื้นที่ร่มชื้น และบริเวณดินที่มีความชื้นพอเหมาะ
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพพื้นที่ : ควรเลือกพื้นที่ที่มีความชื้นพอเหมาะ มีอินทรียวัตถุ และมีการระบายน้ำดี ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง
- วัสดุปลูก : การศึกษาการปลูกขอบชะนางแดงในพื้นที่จำกัดพบว่าสามารถใช้ดินปรุงที่ประกอบด้วย ดิน : ทราย : ขุยมะพร้าว ในอัตรา 2 : 1 : 1 ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และให้น้ำอย่างเหมาะสม
- รูปแบบการปลูก : สามารถปลูกในกระบะหรือระบบชั้นเพื่อประหยัดพื้นที่และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในดิน
- การเก็บเกี่ยว : การศึกษาการปลูกขอบชะนางแดงพบว่าสามารถเก็บเกี่ยวทั้งต้นได้เมื่อมีอายุประมาณ 4 เดือน โดยผลผลิตและคุณภาพขึ้นกับระบบการปลูกและการดูแล
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ทั้งต้น
- รากและต้น
- ใบ
- ต้นและดอก
- ใบสด
- เปลือกต้น
ในบัญชีตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ มีการระบุ ขอบชะนางขาวใช้ใบ และรากและต้น ส่วน ขอบชะนางแดงใช้ใบ และรากและต้น เป็นส่วนประกอบของพืชวัตถุ
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญา
- ขอบชะนางทั้ง 2 ชนิด : ใช้เป็นยาขับโลหิต ขับระดู ขับระดูขาว และขับปัสสาวะ
- ทั้งต้น : ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้สำหรับขับพยาธิและใช้เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฆ่าหนอนหรือแมลง
- ใบสด : มีการใช้เพื่อขับน้ำนม ขับประจำเดือน และขับปัสสาวะ
- เปลือกต้น : ใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการเกี่ยวกับผิวหนัง รวมถึงการทำยาทาภายนอก
ตามตำรายาไทย
- รสยา : ขอบชะนางทั้ง 2 มีรส เมา เบื่อ ร้อน
- ใช้เป็นยาขับ โลหิตประจำเดือน
- ใช้ขับ ระดูขาว
- ใช้ ขับปัสสาวะ
- ใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับ ริดสีดวง
- ตำราแพทย์แผนไทยบางแห่งกล่าวถึงการใช้ขอบชะนางในตำรับที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังและการกำจัดหนอนหรือแมลง
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- มีการใช้ ขอบชะนางแดงทั้งต้น ต้มน้ำดื่มในบางพื้นที่เพื่อใช้กับอาการริดสีดวงและอาการปวดฟัน
- มีรายงานการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชในตำรับพื้นบ้านสำหรับ โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน และแผลที่มีหนอน
- การสำรวจการใช้สมุนไพรในจังหวัดกระบี่และสงขลาพบการใช้ Gonostegia pentandra ทั้งต้นต้มน้ำดื่มในบริบทของ ริดสีดวงและอาการปวดฟัน
ในตำรับยา
- ขอบชะนางทั้ง 2 เป็นจุลพิกัดที่ประกอบด้วยขอบชะนางแดงและขอบชะนางขาว ใช้ในทางเภสัชกรรมไทยเพื่อให้ได้ตัวยาที่มีลักษณะและคุณสมบัติตามตำรับ
- ขอบชะนางแดงและขอบชะนางขาวมีชื่ออยู่ในรายการ พืชวัตถุของตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 โดยกำหนดส่วนที่ใช้เป็นใบ และรากกับต้น
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองทางคลินิก
วิธีใช้
- การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีการนำทั้งต้นหรือส่วนที่ระบุในตำรับมาต้ม ชง หรือเตรียมเป็นยาสำหรับรับประทานตามตำรับ
- การใช้ภายนอก : ใบสดหรือต้นสดมีการนำมาตำหรือเตรียมเป็นยาทาภายนอกในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับปัญหาผิวหนัง
- การใช้เป็นยาฆ่าหนอนหรือแมลง : มีข้อมูลพื้นบ้านเกี่ยวกับการนำต้นสดหรือส่วนของต้นมาบดหรือหั่นเพื่อใช้กับหนอนและแมลง
- การใช้ในตำรับยาไทย : ควรใช้ตามสัดส่วน วิธีเตรียม และข้อกำหนดของตำรับที่ผ่านการรับรอง ไม่ควรนำสูตรยาพื้นบ้านมาปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- ขอบชะนางขาว (Pouzolzia zeylanica (L.) Benn.) มีรายชื่อเป็นพืชวัตถุในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ โดยระบุ ใบ และ รากและต้น
- ขอบชะนางแดง (Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq.) มีรายชื่อเช่นเดียวกัน โดยระบุ ใบ และ รากและต้น
หมายเหตุ : การมีชื่อเป็นพืชวัตถุในรายการตำรับยาแผนไทย ไม่ได้หมายความว่าสมุนไพรชนิดนั้นสามารถใช้รักษาโรคได้ทุกกรณีโดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อบ่งใช้ ขนาดยา และการกำกับดูแลทางการแพทย์
สาระสำคัญ
- ขอบชะนางเป็นสมุนไพรที่มีสารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม โดยข้อมูลการศึกษาสมัยใหม่ที่ชัดเจนกว่าพบในขอบชะนางขาว (Pouzolzia zeylanica)
- มีรายงานสารกลุ่ม ไตรเทอร์พีน ฟลาโวนอยด์ สเตอรอล ฟีนอลิก และซาโปนิน
- งานวิจัยในปี 2026 พบว่าสารสกัดจากหัวใต้ดินของ P. zeylanica มีสารเมแทบอไลต์จำนวนมาก โดยเด่นในกลุ่ม triterpenoid และ sterol
องค์ประกอบทางเคมี
ขอบชะนางขาว (Pouzolzia zeylanica)
มีการแยกและระบุสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่
- Oleanolic acid
- Ursolic acid
- 2α-Hydroxyursolic acid
- 3β-O-acetyl-12-oleanen-28-oic acid
- 5-Hydroxy-6,7-dimethoxyflavanone
- 4′-Methoxytectochrysin
- 3,4′,5,7-Tetrahydroxyflavanone-3-O-L-rhamnopyranoside
- 3,3′,5,5′,7-Pentahydroxyflavanone-3-O-L-rhamnopyranoside
นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดโดยใช้ UPLC–QTOF–MS รายงานการตรวจพบ 158 เมแทบอไลต์ ในสารสกัดหัวใต้ดิน โดยมีสารกลุ่มไตรเทอร์พีนและสเตอรอลเป็นกลุ่มเด่น รวมทั้งพบฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และซาโปนินในปริมาณที่ตรวจวัดได้
ขอบชะนางแดง (Gonostegia pentandra)
ข้อมูลทางเคมีของขอบชะนางแดงมีจำกัดกว่าขอบชะนางขาว โดยงานศึกษารุ่นก่อนพบสารกลุ่ม ไตรเทอร์พีนและสเตอรอยด์ เช่น friedelin, friedelinol และ β-sitosterol รวมถึงสารไฮโดรคาร์บอนสายยาวบางชนิด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยใน Pouzolzia zeylanica พบว่าสารสกัดเมทานอลมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ และระงับปวด ในการทดลองระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลองบางรูปแบบ
- งานวิจัยล่าสุดพบสารบริสุทธิ์ 8 ชนิดจาก P. zeylanica และประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพ พบสารบางชนิดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการสร้าง NO, TNF-α และ IL-6 ในแบบจำลองเซลล์
- การศึกษาในปี 2026 เกี่ยวกับสารสกัดหัวใต้ดินของ P. zeylanica พบฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ในการทดสอบระดับห้องปฏิบัติการ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลในผู้ป่วย
- สำหรับ Gonostegia pentandra มีงานวิจัยด้านการใช้ในตำรับยาไทยและการศึกษาด้านคุณภาพวัตถุดิบ แต่หลักฐานเชิงคลินิกโดยตรงยังมีจำกัด
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับภูมิปัญญาและการแพทย์แผนไทย : มีข้อมูลการใช้มาอย่างต่อเนื่องและมีการบันทึกในตำราและตำรับยาไทย
- ระดับการศึกษาเชิงพฤกษเคมี : มีหลักฐานค่อนข้างดีสำหรับ Pouzolzia zeylanica โดยมีการแยกและระบุสารเคมีหลายชนิด
- ระดับหลอดทดลอง : มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านจุลชีพบางส่วน
- ระดับสัตว์ทดลอง : มีข้อมูลบางส่วน โดยเฉพาะ P. zeylanica
- ระดับการศึกษาในมนุษย์ : หลักฐานยังจำกัด และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลของขอบชะนางเดี่ยวสำหรับการรักษาโรคเฉพาะโรค
หมายเหตุ : หลักฐานจากหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลองไม่สามารถนำมาเทียบเท่ากับประสิทธิผลและความปลอดภัยในมนุษย์ได้
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัด P. zeylanica แสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระในการทดสอบ DPPH, TBARS, NO และระบบรีดิวซิงต่าง ๆ
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารบางชนิดจาก P. zeylanica สามารถลดการสร้าง NO และไซโตไคน์อักเสบ เช่น TNF-α และ IL-6 ในเซลล์ RAW 264.7
- ฤทธิ์ระงับปวด : สารสกัดเมทานอลของ P. zeylanica แสดงฤทธิ์ในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : พบฤทธิ์ต่อแบคทีเรียบางชนิดในระดับห้องปฏิบัติการ
- ฤทธิ์เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนัง : ขอบชะนางแดงและขอบชะนางขาวถูกนำไปศึกษาเป็นส่วนประกอบของตำรับยาไทยสำหรับโรคผิวหนังและผิวหนังอักเสบ โดยมีข้อมูลทางเภสัชวิทยาระดับห้องปฏิบัติการสนับสนุนบางส่วน
ความปลอดภัย
- ข้อมูลด้าน ความปลอดภัยของขอบชะนางในมนุษย์ยังมีจำกัด โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยวในขนาดสูงหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
- งานวิจัยบางชิ้นของ P. zeylanica พบผลด้านความเป็นพิษต่อเซลล์หรือการทดสอบ brine shrimp จึงไม่ควรสรุปว่าสมุนไพรมีความปลอดภัยสูงจากผลการทดลองด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเพียงอย่างเดียว
- เนื่องจากขอบชะนางมีการใช้ตามตำรับยาไทยหลายรูปแบบ ความปลอดภัยจึงขึ้นกับ ชนิดของพืช ส่วนที่ใช้ วิธีเตรียม ขนาด และระยะเวลาการใช้
ข้อห้ามใช้
- หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้ขอบชะนางรับประทานเอง เนื่องจากภูมิปัญญาไทยระบุการใช้เพื่อขับโลหิตและขับประจำเดือน
- หญิงให้นมบุตร ไม่ควรใช้ขนาดยาสมุนไพรที่ไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือแพทย์แผนไทย เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยต่อทารกยังไม่เพียงพอ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพก่อนใช้
- ห้ามนำขอบชะนางต่างชนิดมาสลับใช้กันโดยไม่ตรวจสอบเอกลักษณ์ของพืช
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะระบุ ปฏิกิริยาระหว่างขอบชะนางกับยาสมัยใหม่ ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขอบชะนางมีการใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อ ขับปัสสาวะและขับโลหิต/ประจำเดือน ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาที่มีผลต่อความดันโลหิต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกัน
หมายเหตุ : ข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อควรระวังเชิงเภสัชวิทยา ไม่ใช่ข้อสรุปว่าขอบชะนางมีปฏิกิริยากับยาดังกล่าวที่ได้รับการยืนยันในมนุษย์
การใช้ในอาหาร
มีข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นบางพื้นที่ที่กล่าวถึงการนำ ส่วนอ่อนของขอบชะนาง มาใช้ประกอบอาหารหรือรับประทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดมวนท้องและขับลม แต่การใช้เป็นอาหารไม่ใช่การใช้ที่แพร่หลาย และเนื่องจากขอบชะนางมีลักษณะเป็นสมุนไพรที่มีรส เมาเบื่อ จึงไม่ควรรับประทานในปริมาณมากหรือใช้แทนผักทั่วไป
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามตำรับยาไทย
- ผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอกสำหรับผิวหนัง ตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน
- ผลิตภัณฑ์ศึกษาวิจัยด้านสารสกัดสมุนไพร โดยเฉพาะสารสกัดจาก Pouzolzia zeylanica
- มีการศึกษาใช้ขอบชะนางแดงและขอบชะนางขาวเป็นส่วนประกอบของตำรับสมุนไพรสำหรับ โรคผิวหนังและผิวหนังอักเสบ
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ควรเก็บเกี่ยวจากแหล่งปลูกที่ ไม่ปนเปื้อนสารเคมี โลหะหนัก หรือจุลินทรีย์
- สำหรับขอบชะนางแดง มีการศึกษาการปลูกเพื่อควบคุมการปนเปื้อนและพบว่าสามารถเก็บเกี่ยวทั้งต้นได้เมื่ออายุประมาณ 4 เดือน
- หลังเก็บเกี่ยวควรคัดแยกสิ่งแปลกปลอม ล้างหรือทำความสะอาดตามกระบวนการที่เหมาะสม แล้วทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาพที่ป้องกันความชื้น
- เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น แมลง และเชื้อรา
- ควรแยกเก็บ ขอบชะนางแดงและขอบชะนางขาว พร้อมติดฉลากชื่อวิทยาศาสตร์เพื่อป้องกันการปะปน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ขอบชะนางมีชื่อพื้นบ้านหลากหลายตามพื้นที่ เช่น หญ้าหนอนตาย หญ้ามูกมาย ตาสียาเก้อ และตอสีเพาะเกล โดยเฉพาะการใช้ต้นหรือใบเป็นยาพื้นบ้านสำหรับ ขับปัสสาวะ ขับประจำเดือน ขับระดูขาว รักษาปัญหาผิวหนัง และกำจัดหนอนหรือแมลง ความหลากหลายของชื่อพื้นบ้านสะท้อนการใช้ประโยชน์ของพืชในหลายชุมชน
ประวัติและวัฒนธรรม
ในระบบ เภสัชกรรมไทย ขอบชะนางเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีการกำหนดลักษณะการใช้เป็น “จุลพิกัด” โดย ขอบชะนางทั้ง 2 หมายถึงขอบชะนางแดงและขอบชะนางขาว ซึ่งแตกต่างกันด้วยสีและใช้ประกอบตำรับยาไทยตามหลักเภสัชกรรมไทย
ความสำคัญทางวัฒนธรรมของขอบชะนางยังอยู่ที่การถ่ายทอดความรู้จาก หมอพื้นบ้านและตำรายาไทย ซึ่งมีการใช้พืชชนิดนี้ทั้งเป็นยาและเป็นวัตถุดิบสำหรับการกำจัดหนอนและแมลงมาแต่เดิม
สถานะการอนุรักษ์
- ขอบชะนางแดง (Gonostegia pentandra) : ฐานข้อมูล Plants of the World Online ระบุว่ามีการกระจายพันธุ์กว้างในเอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อน
- ขอบชะนางขาว (Pouzolzia zeylanica) : มีการกระจายพันธุ์กว้างตั้งแต่เอเชียเขตร้อนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ และการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ที่ Kew ระบุว่า คาดการณ์ว่าไม่อยู่ในภาวะถูกคุกคาม
- การอนุรักษ์ในประเทศไทยควรเน้นการ รักษาแหล่งพันธุกรรม การปลูกทดแทน และการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร โดยเฉพาะเมื่อมีการนำไปใช้ในตำรับยา
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Rosales
- วงศ์ (Family) : Urticaceae
- สกุล (Genus) : Gonostegia — สำหรับขอบชะนางแดง
- ชนิด (Species) : Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq.
- สกุล (Genus) : Pouzolzia — สำหรับขอบชะนางขาว
- ชนิด (Species) : Pouzolzia zeylanica (L.) Benn.
ชื่อพ้องที่สำคัญของขอบชะนางแดง : Pouzolzia pentandra (Roxb.) Benn., Hyrtanandra pentandra (Roxb.) Miq., Memorialis pentandra (Roxb.) Wedd. และ Urtica pentandra Roxb.
ชื่อพ้องที่สำคัญของขอบชะนางขาว : Parietaria zeylanica L. และชื่ออื่นในอดีตที่ปรากฏในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ตรวจสอบสีของต้นและใบ : ขอบชะนางแดงมีสีม่วงแดงหรือแดงคล้ำเด่นกว่า ขณะที่ขอบชะนางขาวมีสีเขียวอ่อนกว่า
- ตรวจสอบลักษณะใบ : พิจารณารูปร่างใบ การเรียงใบ เส้นใบ และขนบนแผ่นใบ
- ตรวจสอบดอก : สีและตำแหน่งของดอกช่วยแยกชนิดได้
- ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ : ควรยืนยันว่าเป็น Gonostegia pentandra สำหรับขอบชะนางแดง หรือ Pouzolzia zeylanica สำหรับขอบชะนางขาว
- ตรวจสอบทางเภสัชเวท : สามารถใช้ลักษณะทางมหทรรศน์และจุลทรรศน์ รวมถึงการตรวจสอบทางโครมาโทกราฟี เช่น TLC เพื่อยืนยันเอกลักษณ์และคุณภาพของวัตถุดิบ
- งานวิจัยการปลูกขอบชะนางแดงพบว่าการพิสูจน์เอกลักษณ์ด้วย โครมาโตกราฟีผิวบาง (TLC) ให้ผลสอดคล้องกับขอบชะนางแดงมาตรฐาน และวัตถุดิบที่ปลูกมีการปนเปื้อนโลหะหนักและจุลินทรีย์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดในการศึกษานั้น
หมายเหตุ : การตรวจสอบเอกลักษณ์มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับขอบชะนาง เนื่องจากชื่อพื้นบ้านเดียวกันอาจใช้เรียกพืชต่างชนิดในบางพื้นที่
คำเตือนทางการแพทย์
ขอบชะนางไม่ควรนำมาใช้รักษาโรคหรือรับประทานในขนาดสูงด้วยตนเอง โดยเฉพาะขอบชะนางทั้ง 2 ที่มีการระบุรสยาแบบ เมา เบื่อ ร้อน และมีภูมิปัญญาการใช้เพื่อขับโลหิตและขับประจำเดือน การใช้ผิดชนิด ผิดส่วน หรือผิดขนาดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์ได้
ผู้ตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีโรคตับหรือไต และผู้ที่ใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือแพทย์แผนไทยก่อนใช้ โดยเฉพาะการใช้ ขอบชะนางรับประทานต่อเนื่อง หรือใช้ร่วมกับยาหลายชนิด
หมายเหตุ : ข้อมูลสมุนไพรในหน้านี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลของขอบชะนางเดี่ยวสำหรับการรักษาโรคในมนุษย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
- มูลนิธิสุขภาพไทย. (2566). ขอบชะนางนั่งแห่งภาคใต้. มูลนิธิสุขภาพไทย.
- พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2564). ขอบชะนางแดง. คลังต้นไม้แห่งการเรียนรู้.
- พจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย. (2549). พจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย. ราชบัณฑิตยสภา.
- พรรนิภา ชุมศรี. (2542). สวนนานาพฤกษสมุนไพร ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ: สรรพคุณสมุนไพร. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
- พรพรรณ ก้อใจ, นคร จันต๊ะวงษ์, และทวีศักดิ์ หลีแก้วสาย. (2566). การศึกษาวิธีการปลูกขอบชะนางแดงเพื่อลดการปนเปื้อนและการประหยัดพื้นที่. วารสารหมอยาไทยวิจัย.
- Hossain, M. S., Rahman, M. S., Imon, A. H. M. R., Adhikary, B. C., Begum, T., Tabassum, A., & Begum, M. M. (2017). Ethnopharmacological investigations of methanolic extract of Pouzolzia zeylanica (L.) Benn. Clinical Phytoscience, 2, 10. https://doi.org/10.1186/s40816-016-0022-7.
- Pham, M.-N., et al. (2026). Phytochemical and bioactivity insights into Pouzolzia zeylanica tuber: Triterpenoid/sterol dominance with antioxidant and protein-stabilising effects. Natural Product Research. https://doi.org/10.1080/14786419.2026.2641825.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq. Plants of the World Online.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Pouzolzia zeylanica (L.) Benn. Plants of the World Online.
