ขยุ้มตีนหมา
ขยุ้มตีนหมา (Ipomoea pes-tigridis L.) เป็นไม้เถาล้มลุกในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) มีลักษณะเด่นคือใบรูปฝ่ามือแยกเป็นพูหลายแฉกและมีขนสากปกคลุมทั่วต้น ดอกเป็นรูปปากแตรสีขาว พบขึ้นตามพื้นที่โล่ง ชายป่า และพื้นที่รกร้างในหลายภูมิภาคของประเทศไทย ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำ ขยุ้มตีนหมา มาใช้เป็นสมุนไพร โดยเฉพาะส่วนใบ ราก และเมล็ด อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการและการทดลองในสัตว์ จึงไม่ควรนำข้อมูลการใช้พื้นบ้านมาใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : ขยุ้มตีนหมา
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomoea pes-tigridis L.
- ชื่อสามัญ : Tiger-foot Morning Glory, Tiger’s Footprint
- วงศ์ : Convolvulaceae หรือวงศ์ผักบุ้ง
- ชื่อท้องถิ่น : เถาสายทองลอย (สิงห์บุรี), ขยุ้มตีนหมา (เชียงใหม่), เพาะละบูลู หรือเพาละบูลู (มาเลย์-ยะลา)
- ลักษณะเด่น : เป็นไม้เถาล้มลุก มีขนสากตามลำต้น ใบ และส่วนประกอบของดอก ใบมีรูปร่างคล้ายฝ่ามือและแยกเป็น 5–9 พู ดอกเป็นรูปกรวยหรือปากแตร
- อายุพืช : โดยทั่วไปเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว แม้ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานบางแหล่งระบุว่าอาจพบเป็นพืชอายุหลายปีได้ในบางสภาพแวดล้อม
- ส่วนที่มีการใช้เป็นสมุนไพร : ทั้งต้น ใบ ราก และเมล็ด ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านในแต่ละพื้นที่
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : ขยุ้มตีนหมาเป็นไม้เถาล้มลุก ลำต้นเรียวเล็ก เลื้อยไปตามพื้นดินหรือพาดพันต้นไม้อื่น ความยาวประมาณ 0.5–3 เมตร ลำต้น กิ่ง และก้านต่าง ๆ มีขนแข็งหรือขนสากสีขาวถึงเหลืองอ่อนปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น ลักษณะขนเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยใช้ประกอบการจำแนกชนิด
- ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบมีลักษณะคล้ายรูปฝ่ามือ มี 5–9 พู แต่ละพูมีรูปร่างรีถึงรูปขอบขนาน ปลายพูแหลม โคนใบเว้าลึกและพูเชื่อมต่อกันบริเวณโคนเป็นแผ่นเดียวกัน แผ่นใบและก้านใบมีขนสากปกคลุม ก้านใบยาวประมาณ 2–8 เซนติเมตร และแผ่นใบอาจมีความกว้างหรือยาวได้ถึงประมาณ 13 เซนติเมตร
- ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกแน่นบริเวณซอกใบ แต่ละช่อมีดอกจำนวนน้อย ก้านช่อดอกมีขนและอาจยาวได้หลายเซนติเมตร มีใบประดับหุ้มบริเวณช่อ กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ รูปใบหอกและมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยหรือปากแตร สีขาวเป็นหลัก แต่อาจพบสีชมพูหรือม่วงอ่อนในบางแหล่ง มีความยาวประมาณ 3.5–5 เซนติเมตร
- ผล : เป็นผลแห้งแบบผลแคปซูล รูปไข่ถึงค่อนข้างกลม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแตกออกเป็น 4 ซีก ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด
- เมล็ด : มีขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร รูปร่างค่อนข้างรีหรือมีเหลี่ยมเล็กน้อย สีออกน้ำตาลถึงดำ และมีขนปกคลุม เมล็ดมีความแปรผันด้านสีและลักษณะขนได้ในประชากรต่าง ๆ

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
ขยุ้มตีนหมามีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งร้อนของโลกเก่า โดยพบกระจายตั้งแต่ แอฟริกาเขตร้อน เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนใต้ อินโดจีน หมู่เกาะมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี และพื้นที่ใกล้เคียง ประเทศไทยอยู่ในเขตการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติของชนิดนี้ ในประเทศไทยพบได้ ทุกภาค โดยมักขึ้นในพื้นที่โล่ง ชายป่า ป่าเสื่อมโทรม พื้นที่รกร้าง และบริเวณที่ได้รับแสงแดดค่อนข้างมาก โดยข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชระบุว่าสามารถพบได้ตั้งแต่พื้นที่ระดับต่ำจนถึงประมาณ 300 เมตรจากระดับน้ำทะเล
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับพืชชนิดนี้ เนื่องจากสามารถสร้างเมล็ดได้จำนวนมากและเมล็ดเป็นแหล่งขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ
- สภาพแวดล้อม : ควรปลูกในบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ ดินระบายน้ำได้ดี และไม่ควรมีน้ำขัง
- การให้น้ำ : ให้น้ำในระยะเริ่มต้นอย่างสม่ำเสมอ แต่ควรหลีกเลี่ยงความแฉะเกินไป เมื่อพืชตั้งตัวได้แล้วสามารถปรับการให้น้ำตามสภาพอากาศและความชื้นของดิน
- การดูแล : เนื่องจากเป็นไม้เถาควรมีพื้นที่ให้เลื้อยหรือจัดให้เกาะค้าง หากปลูกเพื่อเก็บเมล็ดควรปล่อยให้ผลแก่และแห้งก่อนเก็บเมล็ด
- มีข้อมูลการเพาะปลูกในต่างประเทศที่ระบุว่าสามารถขยายพันธุ์ด้วย เมล็ดและการปักชำ แต่สำหรับการใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรควรเลือกวิธีและแหล่งพันธุ์ที่สามารถตรวจสอบเอกลักษณ์ได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ทั้งต้น : มีรายงานการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใบ : ใช้ภายนอกโดยนำมาตำหรือบดเป็นยาพอกตามตำรับพื้นบ้าน
- ราก : มีรายงานการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการบางชนิด เช่น อาการไอเป็นเลือด และใช้เป็นยาถ่าย
- เมล็ด : มีรายงานการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการบวมน้ำหรือท้องมาน
สรรพคุณทางสมุนไพร
ข้อมูลด้านสรรพคุณของ ขยุ้มตีนหมา ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาพื้นบ้านและการแพทย์ดั้งเดิมในประเทศไทย อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางพื้นที่ของแอฟริกา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว
- ทั้งต้น : มีการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับระงับพิษจากสุนัขกัดหรือโรคที่เรียกในตำรายาพื้นบ้านว่า “พิษสุนัขบ้า”
- ใบ : ใบสดบดหรือตำใช้พอกบริเวณ ฝี แผล สิว และแผลผิวหนัง ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ราก : มีรายงานการใช้เป็น ยาถ่าย และใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการไอเป็นเลือด
- เมล็ด : มีรายงานการใช้สำหรับ ท้องมานหรืออาการบวมน้ำ
- การใช้ภายนอก : ในอินเดีย ชวา และฟิลิปปินส์ มีการนำใบที่บดแล้วมาพอกบริเวณฝี แผล สิว และก้อนเนื้องอกตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
หมายเหตุ : การใช้ขยุ้มตีนหมาตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้เพื่อรักษาโรคพิษสุนัขบ้า งูพิษ หรือโรคร้ายแรง ไม่สามารถใช้แทนการรักษามาตรฐานทางการแพทย์ได้ โรคพิษสุนัขบ้าเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการประเมินและการป้องกันหลังสัมผัสโรคโดยเร็ว
วิธีใช้
- ใช้ภายนอกตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : ใบสดนำมาตำหรือบดละเอียด แล้วใช้พอกบริเวณฝี สิว หรือแผลผิวหนัง
- ใช้เป็นยาต้ม : มีรายงานการแพทย์พื้นบ้านบางประเทศว่าต้มรากเพื่อใช้เป็นยาถ่าย และใช้ในกรณีไอเป็นเลือด
- เมล็ด : มีรายงานการรับประทานเมล็ดตามตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการท้องมานหรือบวมน้ำ แต่ยังไม่มีข้อมูลขนาดรับประทานมาตรฐานที่ยืนยันความปลอดภัยในมนุษย์
หมายเหตุ : ยังไม่มีขนาดยาและวิธีใช้มาตรฐานสำหรับขยุ้มตีนหมาที่ได้รับการยืนยันทางคลินิก จึงไม่ควรนำไปเตรียมรับประทานเองโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด
สาระสำคัญ
สาระสำคัญที่น่าสนใจของ ขยุ้มตีนหมา อยู่ที่องค์ประกอบกลุ่มสารพฤกษเคมีหลายประเภท ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และการสมานแผลที่มีการศึกษาในระดับก่อนคลินิก
องค์ประกอบทางเคมี
มีรายงานการตรวจคัดกรองทางพฤกษเคมีของ Ipomoea pes-tigridis พบสารกลุ่มต่าง ๆ ในส่วนใบและลำต้น เช่น
- แทนนิน (Tannins)
- ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)
- เทอร์พีนอยด์ (Terpenoids)
- ไกลโคไซด์ (Glycosides)
- แอลคาลอยด์ (Alkaloids)
- ฟีนอลิกและสารโพลีฟีนอลิก
- สารประกอบกลุ่ม flavonols, flavonones, aurones, biflavonyls, chlorophylls, hydrocarbons และ simple phenols มีรายงานจากการวิเคราะห์สารสกัดด้วยตัวทำละลายต่างชนิด
มีการศึกษาด้วย HPTLC และเทคนิคทางเภสัชเวทเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการควบคุมคุณภาพและการระบุเอกลักษณ์ของวัตถุดิบสมุนไพรชนิดนี้
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ Ipomoea pes-tigridis เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาระดับห้องปฏิบัติการ การศึกษาทางเภสัชเวท และการทดลองในสัตว์
- การสมานแผล : งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Ethnopharmacology ปี 2023 ศึกษาสารสกัดจากใบและลำต้นในหนูทดลองด้วยแบบจำลองแผล incision และ excision พบว่าสารสกัดบางชนิดช่วยส่งเสริมกระบวนการสมานแผล และมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมของระบบต้านอนุมูลอิสระและตัวชี้วัดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและความเป็นพิษต่อเซลล์ : งานวิจัยปี 2024 รายงานว่าสารสกัดเอทานอลมีสารกลุ่มแทนนินและฟลาโวนอยด์ และแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดสอบ DPPH และ nitric oxide รวมถึงมีความเป็นพิษต่อเซลล์บางชนิดในการทดลองภายนอกร่างกาย
- การศึกษาทางเภสัชเวทและพฤกษเคมี : มีการศึกษาลักษณะทางกายวิภาคของราก ลำต้น ใบ และก้านใบ รวมถึงการคัดกรองสารพฤกษเคมีเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการระบุเอกลักษณ์ของพืช
- การศึกษาฤทธิ์ปกป้องตับ : งานวิจัยที่เผยแพร่แบบออนไลน์ในปี 2026 ศึกษาสารสกัดจากทั้งต้นในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดพิษต่อตับด้วยพาราเซตามอล และรายงานผลเบื้องต้นว่าสารสกัดบางส่วนมีศักยภาพในการปกป้องตับ โดยยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนสรุปถึงประโยชน์ในมนุษย์
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
สามารถจัดระดับหลักฐานของ ขยุ้มตีนหมา ได้โดยสรุปดังนี้
- หลักฐานด้านพฤกษศาสตร์และการระบุชนิด : ค่อนข้างดี มีข้อมูลจากฐานข้อมูลอนุกรมวิธานและ Flora of Thailand
- หลักฐานด้านพฤกษเคมีและเภสัชเวท : ระดับห้องปฏิบัติการ มีการวิเคราะห์องค์ประกอบและลักษณะทางกายวิภาคหลายการศึกษา
- หลักฐานด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา : ระดับก่อนคลินิก มีทั้งการทดลองในเซลล์และสัตว์
- หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ : ยังมีจำกัด และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากขยุ้มตีนหมาแสดงฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระในการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ โดยคาดว่าสัมพันธ์กับสารกลุ่มโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีรายงานจากการศึกษาก่อนคลินิกและข้อมูลการใช้ดั้งเดิมว่าสารสกัดของพืชมีศักยภาพเกี่ยวข้องกับการลดกระบวนการอักเสบ แต่ยังต้องมีการศึกษากลไกและการทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม
- ฤทธิ์สมานแผล : การทดลองในหนูพบว่าสารสกัดจากใบและลำต้นบางชนิดช่วยส่งเสริมการหายของแผล โดยมีการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดการสร้างเนื้อเยื่อและเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ
- ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : มีการศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวยังไม่ใช่หลักฐานว่าสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้
- ฤทธิ์ปกป้องตับ : มีข้อมูลการทดลองในสัตว์ล่าสุดที่ชี้ถึงศักยภาพของสารสกัดบางส่วนในการลดความเสียหายของตับ แต่ยังอยู่ในระยะก่อนคลินิก
ความปลอดภัย
ข้อมูลความปลอดภัยของ ขยุ้มตีนหมา ในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอสำหรับกำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัยอย่างชัดเจน การศึกษาก่อนคลินิกบางงานมีการประเมินความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดและใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา แต่ไม่ควรนำผลดังกล่าวมาเทียบเท่ากับการยืนยันความปลอดภัยในการใช้ระยะยาวในมนุษย์
หมายเหตุ : เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์อย่างเพียงพอ การรับประทานสารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจึงควรหลีกเลี่ยง
ข้อห้ามใช้
- ห้ามใช้แทนการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า หลังถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาจติดเชื้อกัดหรือข่วน
- ไม่ควรรับประทานเองในขนาดสูง เนื่องจากยังไม่มีขนาดการใช้ทางคลินิกที่ได้รับการยืนยัน
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน เนื่องจากยังมีข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ
- เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- ผู้ที่มีอาการแพ้หลังสัมผัสสมุนไพรควรหยุดใช้ทันที
การใช้ในอาหาร
มีข้อมูลการใช้ Ipomoea pes-tigridis เป็นพืชอาหารสัตว์ในบางพื้นที่ของอินเดียและเขต Sahel โดยนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ในรูปสดหรือทำเป็นหญ้าแห้ง แต่ไม่ควรนำข้อมูลดังกล่าวมาตีความว่าเป็นพืชผักหรืออาหารสำหรับมนุษย์
การใช้ในผลิตภัณฑ์
ปัจจุบันมีงานศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่นำสารสกัดจากขยุ้มตีนหมาไปประเมินศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ ผิวหนัง การสมานแผล และสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับใช้รักษาโรคในมนุษย์
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบและส่วนเหนือดิน : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และไม่มีโรคหรือแมลงทำลาย
- ราก : หากเก็บเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรควรขุดอย่างระมัดระวังและทำความสะอาดดินออก
- เมล็ด : ควรเก็บเมื่อผลแก่และแห้ง ก่อนที่ผลจะแตกและเมล็ดกระจายตามธรรมชาติ
- การทำแห้ง : ควรทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในบริเวณสะอาด อากาศถ่ายเทดี และหลีกเลี่ยงความชื้น
- การเก็บรักษา : วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แมลง และแสง
- การควบคุมคุณภาพ : หากนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรเชิงพาณิชย์ควรตรวจสอบเอกลักษณ์พืชและควบคุมการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สารพิษ และโลหะหนักตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ขยุ้มตีนหมามีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของหลายประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะการนำ ใบมาบดหรือตำพอกภายนอก สำหรับฝี แผล สิว และความผิดปกติของผิวหนัง ส่วนรากและเมล็ดมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านแตกต่างกันตามพื้นที่ เช่น ใช้เป็นยาถ่าย ใช้สำหรับไอเป็นเลือด และใช้สำหรับอาการบวมน้ำ สำหรับประเทศไทย แหล่งข้อมูลสมุนไพรไทยระบุการใช้ทั้งต้น ราก และเมล็ดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้ภายนอกสำหรับฝีและแผล
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ ขยุ้มตีนหมา มีความเกี่ยวข้องกับรูปร่างของใบที่แยกเป็นพูคล้ายรอยเท้าหรืออุ้งเท้าของสัตว์ ลักษณะใบรูปฝ่ามือที่มีหลายพูเป็นเอกลักษณ์ของพืชชนิดนี้ และเป็นหนึ่งในลักษณะที่ใช้จดจำพืชในธรรมชาติ ชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น เถาสายทองลอย ในสิงห์บุรี และชื่อภาษามลายูในพื้นที่ภาคใต้ สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้และการใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ในชุมชนต่าง ๆ ของประเทศไทย
สถานะการอนุรักษ์
ขยุ้มตีนหมาเป็นพืชที่มีการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อนและกึ่งร้อนของโลกเก่า และพบในประเทศไทยหลายภูมิภาค จึงไม่ได้เป็นพืชที่มีการจำกัดถิ่นกระจายพันธุ์เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยฐานข้อมูล Kew ระบุการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่กว้างในแอฟริกาและเอเชีย
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Solanales
- วงศ์ (Family) : Convolvulaceae
- สกุล (Genus) : Ipomoea
- ชนิด (Species) : Ipomoea pes-tigridis L.
- ชื่อพ้องที่พบในเอกสาร : Convolvulus pes-tigridis (L.) Spreng. และชื่อพ้องอื่นในสกุล Ipomoea
ปัจจุบัน Kew Plants of the World Online ยอมรับชื่อ Ipomoea pes-tigridis L. เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับของชนิดนี้
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ของ ขยุ้มตีนหมา ควรพิจารณาลักษณะทางสัณฐานวิทยาร่วมกับลักษณะทางกายวิภาคและข้อมูลทางพฤกษเคมี
- ลักษณะภายนอก : ไม้เถาล้มลุกมีขนสากจำนวนมาก
- ใบ : รูปฝ่ามือ แบ่งเป็น 5–9 พู โคนใบเว้าลึก
- ดอก : ออกเป็นกระจุกบริเวณซอกใบ กลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูปปากแตร
- ผล : ผลแห้งแบบแคปซูล เมื่อแก่แตกเป็น 4 ซีก
- เมล็ด : มีขนปกคลุม
- การตรวจสอบทางจุลกายวิภาค : มีการศึกษาลักษณะทางกายวิภาคของราก ลำต้น ใบ และก้านใบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการระบุเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ
- การตรวจสอบทางพฤกษเคมี : สามารถใช้การวิเคราะห์สารสำคัญและเทคนิค TLC/HPTLC เป็นข้อมูลประกอบการควบคุมคุณภาพ
คำเตือนทางการแพทย์
ขยุ้มตีนหมาเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด งานวิจัยที่พบส่วนใหญ่เป็นการศึกษาทางพฤกษเคมี การทดลองในเซลล์ และการทดลองในสัตว์ ดังนั้นไม่ควรใช้ข้อมูลจากงานวิจัยเหล่านี้เพื่อสรุปว่าสมุนไพรสามารถรักษาโรคในมนุษย์ได้
กรณีถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัดหรือข่วน ไม่ควรใช้ขยุ้มตีนหมาเพื่อป้องกันหรือรักษาโรคพิษสุนัขบ้า แต่ควรล้างแผลและเข้ารับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว
ผู้ที่ต้องการใช้ขยุ้มตีนหมาเป็นยารับประทานหรือผลิตภัณฑ์สารสกัด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559, 29 กรกฎาคม). ขยุ้มตีนหมา: Ipomoea pes-tigridis L. สารานุกรมพืช.
- คณะผู้จัดทำสมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). ขยุ้มตีนหมา. สมุนไพรดอทคอม.
- สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานด้านทรัพยากรพืช. (ม.ป.ป.). ข้อมูลพืชและการใช้ประโยชน์: ขยุ้มตีนหมา (Ipomoea pes-tigridis L.).
- Babu, K., Dharishini, M. P., & Austin, A. (2018). Studies on anatomy and phytochemical analysis of Ipomoea pes-tigridis L. Journal of Pharmacognosy and Phytochemistry, 7(1), 791–794.
- Penchala Pratap, G., Sudarsanam, G., Jyothi, B., Prasad, G. P., & David, K. M. (2011). Ethnopharmacognastical investigation on Ipomoea pes-tigridis Linn. International Journal of Phytomedicine, 3, 524–539.
- Sharma, D. P. (2010). Studies on nutritional qualities of Ipomoea pes-tigridis Linn: A fodder plant from Kunwari Ravineland at Morena (M.P.), India. Asian Journal of Chemistry, 14(2), 1119–1121.
- Sameemabegum, S., Prabha, T., Sribhuvaneswari, S., & Sivakumar, T. (2023). Morphoanatomical, pharmacotaxonomical, physiochemical and phytochemical profiles, including TLC and HPTLC analysis of Ipomoea pes-tigridis L. Annals of Phytomedicine, 12(2), 882–891.
- Ipomoea pes-tigridis L. extract accelerates wound healing in Wistar albino rats in excision and incision models. (2023). Journal of Ethnopharmacology, 317, 116808.
- Bhaskar, M., & Aruna, K. (2024). Assessment of the antioxidant capacity and cytotoxic activity of Ipomoea pes-tigridis. Tropical Journal of Natural Product Research, 8(8), 7965–7969.
- Babu, K., & Srinivasaprabhu, D. K. (2025). An overview of Ipomoea pes-tigridis L. – A potent medicinal plant. International Journal of Pharmaceutical Sciences Review and Research, 85(1), 138–141.
- Bheemreddy, T., Murali, R., Srinivasan, N., & Manichandrika, P. (2026). Bioactivity-guided identification of a quercetin-rich ethyl acetate fraction from Ipomoea pes-tigridis L. conferring robust antioxidant defense and hepatoprotection against paracetamol-induced liver injury. Natural Product Research.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (n.d.). Ipomoea pes-tigridis L. Plants of the World Online.
- National Parks Board Singapore. (2022). Ipomoea pes-tigridis. Flora & Fauna Web.
- Plant Resources of Southeast Asia. (n.d.). Ipomoea pes-tigridis (PROSEA). Pl@ntUse.
