กำแพงเจ็ดชั้น
กำแพงเจ็ดชั้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Salacia chinensis L. อยู่ในวงศ์ Celastraceae มีลักษณะเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง จุดเด่นของพืชคือเนื้อไม้มีวงปีสีแดงเข้มเรียงซ้อนกันหลายชั้น จึงเป็นที่มาของชื่อ “กำแพงเจ็ดชั้น” สมุนไพรชนิดนี้มีการใช้ใน ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน โดยเฉพาะลำต้นและเถา และยังมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสารออกฤทธิ์และฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลหลังรับประทานอาหาร
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กำแพงเจ็ดชั้น
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Salacia chinensis L.
- วงศ์ : Celastraceae
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Salacia prinoides (Willd.) DC.
- ชื่อท้องถิ่น : ตะลุ่มนก, ตาไก้, น้ำนอง, มะต่อมไก่, หลุมนก, สามชั้น, ขอบกระด้ง, พรองนก, ขาวไก่, เครือตากวาง, ตากวาง และกระดุมนก
- ชื่อภาษาอังกฤษ : Chinese salacia, Lolly berry vine
- ลักษณะการเจริญเติบโต : ไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง
- ส่วนที่ใช้เป็นยา : ลำต้น เนื้อไม้ เถา และราก ตามตำรับหรือภูมิปัญญาที่แตกต่างกัน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง สามารถเลื้อยหรือพาดพิงต้นไม้อื่นได้ โดยทั่วไปสูงประมาณ 2–6 เมตร เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบ สีเทานวล เมื่อผ่าดูเนื้อไม้จะพบวงปีหรือชั้นของเนื้อไม้สีแดงเข้มหรือสีน้ำตาลแดง เรียงซ้อนกันอย่างเด่นชัดประมาณ 7–9 ชั้น ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่ใช้สังเกตและเป็นที่มาของชื่อ กำแพงเจ็ดชั้น
- ใบ : เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ก้านใบค่อนข้างชัด ใบมีรูปร่างตั้งแต่รูปรี รูปไข่ ไปจนถึงรูปไข่กลับ เนื้อใบค่อนข้างเหนียวหรือคล้ายหนัง โคนใบสอบ ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบอาจมีลักษณะหยักเล็กน้อย ขนาดใบมีความแปรผันตามแหล่งปลูกและสภาพแวดล้อม
- ดอก : ดอกมีขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลืองหรือเหลืองอมเขียว ออกเป็นกระจุกหรือช่อสั้นบริเวณซอกใบ ดอกมีก้านและมีส่วนของจานฐานดอกลักษณะเป็นวงหรือคล้ายหมอนรองดอก
- ผล : ผลค่อนข้างกลม เมื่ออ่อนมีสีเขียว และเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือแดงอมส้ม ผลมีขนาดประมาณ 1.3–2 เซนติเมตร ภายในมักมีเมล็ดค่อนข้างกลม 1 เมล็ด ขนาดประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร ผลสุกสามารถรับประทานได้และมีรสหวานตามข้อมูลพฤกษศาสตร์บางแหล่ง
หมายเหตุ : ลักษณะทางพฤกษศาสตร์อาจแตกต่างกันตามอายุของต้น สภาพแวดล้อม และแหล่งพันธุกรรม การระบุชนิดเพื่อใช้เป็นยาควรตรวจสอบด้วยลักษณะทางพฤกษศาสตร์หรือวิธีมาตรฐานก่อนนำมาใช้
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในเขตร้อนของเอเชีย ตั้งแต่จีนตอนใต้และเอเชียใต้ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบางพื้นที่ของออสเตรเลียตอนเหนือ
- การกระจายพันธุ์ : พบในอินเดีย ศรีลังกา จีน เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และพื้นที่หมู่เกาะในเขตร้อนหลายแห่ง
- ถิ่นอาศัยในประเทศไทย : พบในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และบริเวณริมแหล่งน้ำหรือพื้นที่ค่อนข้างโล่ง โดยมีรายงานการพบในหลายภูมิภาคของประเทศไทย
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพพื้นที่ : เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นและพื้นที่ที่มีความชื้นเพียงพอ เนื่องจากเป็นพืชเขตร้อน
- ดิน : ควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุ และไม่เกิดน้ำขังเป็นเวลานาน
- แสง : สามารถเจริญได้ในสภาพแวดล้อมของป่าหรือพื้นที่ที่มีแสงไม่จัดเกินไป
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่มีรายงานใช้สำหรับขยายพันธุ์ โดยเก็บเมล็ดจากผลสุกและนำไปเพาะในวัสดุเพาะที่มีความชื้นเหมาะสม
- การดูแล : เนื่องจากเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ควรจัดให้มีหลักหรือค้างสำหรับพยุงลำต้นเมื่อปลูกเพื่อการขยายพันธุ์และการเก็บเกี่ยว
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ลำต้นและเนื้อไม้ : เป็นส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยาสำคัญของ กำแพงเจ็ดชั้น ในประเทศไทย โดยมีการจัดทำข้อมูลเครื่องยามาตรฐานและใช้ในตำรับยาแผนไทย
- เถา : ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาแผนไทยบางตำรับ
- ราก : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านและการศึกษาทางเภสัชวิทยา
- เปลือกและส่วนอื่นของต้น : มีการศึกษาทางเคมีและเภสัชวิทยาในต่างประเทศ แต่การนำมาใช้ควรยึดตามชนิดพืชและตำรับที่ได้รับการรับรอง
สรรพคุณทางสมุนไพร
- ตามตำรายาไทย : ลำต้นหรือเนื้อไม้กำแพงเจ็ดชั้นมีรส เมาเบื่อ ฝาด สุขุม และมีการใช้ในตำรับยาสำหรับกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับเลือด น้ำเหลือง ระบบขับถ่าย และอาการทางผิวหนัง
- ยาแก้พยาธิโรคเรื้อน : กำแพงเจ็ดชั้นเป็นส่วนประกอบในตำรับยาต้มที่มีข้อบ่งใช้ตามตำรับแผนไทยสำหรับ บรรเทาอาการโรคสะเก็ดเงิน
- ยาสตรีหลังคลอด : เถาหรือลำต้นกำแพงเจ็ดชั้นเป็นส่วนประกอบของ ยาสตรีหลังคลอด ซึ่งตามตำรับมีสรรพคุณ ขับน้ำคาวปลา บำรุงเลือด และช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
- ภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีรายงานการใช้ลำต้นหรือเนื้อไม้ต้มดื่มเพื่อ บำรุงกำลัง บำรุงเลือด แก้ปวดเมื่อย แก้ท้องผูก เป็นยาระบาย และช่วยขับปัสสาวะ โดยสูตรการใช้แตกต่างกันตามท้องถิ่น
- ภูมิปัญญาพื้นบ้านภาคเหนือและภาคอีสาน : มีการใช้ลำต้น ราก หรือเถาในตำรับพื้นบ้านสำหรับกลุ่มอาการเกี่ยวกับเลือด น้ำเหลือง ไข้ ปวดข้อ และระบบขับถ่าย
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์สมัยใหม่ และไม่ควรนำสมุนไพรเดี่ยวไปใช้แทนการรักษาโรคโดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพ
วิธีใช้
- ยาต้มตามตำรับยาแผนไทย : ใช้กำแพงเจ็ดชั้นเป็นส่วนประกอบร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นตามสูตรตำรับ ไม่ควรปรุงหรือกำหนดขนาดรับประทานเอง
- ยาสตรีหลังคลอด : ในตำรับยาสตรีหลังคลอดชนิดยาต้มของกรมการแพทย์แผนไทยฯ กำแพงเจ็ดชั้นใช้ ลำต้น 10 กรัม ร่วมกับตัวยาอื่น รวมเป็นตำรับ 130 กรัม
- ตำรับยาแก้พยาธิโรคเรื้อน : กำแพงเจ็ดชั้นเป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับยาต้ม โดยตำรับมีการกำหนดขนาดยาและวิธีใช้ไว้เฉพาะ ไม่ควรนำสูตรดังกล่าวมาใช้เป็นยาสมุนไพรเดี่ยว
- การใช้เป็นเครื่องยา : ลำต้นหรือเนื้อไม้จะถูกทำให้แห้งและนำไปใช้ในตำรับตามหลักการเตรียมเครื่องยาสมุนไพร
หมายเหตุ : ขนาดยาและวิธีใช้ของตำรับยาแผนไทยต้องพิจารณาตามข้อบ่งใช้ อายุ ภาวะสุขภาพ และตัวยาร่วมในตำรับ การใช้เพื่อรักษาโรคควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสม
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- กำแพงเจ็ดชั้นมีบทบาทเป็นตัวยาในตำรับยาแผนไทย และปรากฏเป็นส่วนประกอบของตำรับที่อยู่ในระบบตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
- ยาสตรีหลังคลอด : ใช้ลำต้นกำแพงเจ็ดชั้นเป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญของตำรับ โดยกำหนดไว้ 10 กรัมต่อสูตร
- ยาแก้พยาธิโรคเรื้อน : ใช้กำแพงเจ็ดชั้นเป็นส่วนประกอบของตำรับยาต้ม ซึ่งมีข้อบ่งใช้ตามตำรับสำหรับโรคสะเก็ดเงิน
- ฐานข้อมูลเครื่องยาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุ ลำต้นและเนื้อไม้ เป็นส่วนของพืชที่ให้เครื่องยา “กำแพงเจ็ดชั้น”
สาระสำคัญ
- กำแพงเจ็ดชั้น เป็นพืชสมุนไพรที่มีความสำคัญทั้งในด้านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการวิจัยสมัยใหม่
- จุดเด่นทางพฤกษศาสตร์คือ วงปีสีแดงเข้มหลายชั้นในเนื้อไม้
- สารสำคัญที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ salacinol, kotalanol, neokotalanol, neosalacinol, salaprinol, ponkoranol และ mangiferin
- กลุ่มสารดังกล่าว โดยเฉพาะสารประเภท sulfated thiosugars มีความเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase ซึ่งอาจลดการย่อยคาร์โบไฮเดรตและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลหลังอาหาร
องค์ประกอบทางเคมี
- Triterpenes : พบสารกลุ่มไตรเทอร์พีน เช่น lupanes, hopanes และ friedelanes
- Sulfated thiosugars : ได้แก่ salacinol, kotalanol, neokotalanol, neosalacinol, salaprinol และ ponkoranol
- Polyphenols และ flavonoids : มีรายงาน quercetin, isorhamnetin และ kaempferol derivatives
- Phenolic acids : มีรายงาน gallic acid และ ethyl gallate
- Lignans : พบ pinoresinol, syringaresinol และ medioresinol
- Xanthone/phenolic compound : mangiferin เป็นสารที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากการศึกษาด้านฤทธิ์ทางชีวภาพ
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยจากประเทศไทยพบว่าสารสกัดเมทานอลจากลำต้น Salacia chinensis สามารถยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase และมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลหลังการได้รับซูโครสหรือมอลโทสในสัตว์ทดลอง โดยแยก salacinol เป็นสารสำคัญที่มีฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase
- การศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าสารสกัด S. chinensis สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง และลดพื้นที่ใต้กราฟของระดับน้ำตาลหลังอาหารเมื่อเทียบกับยาหลอก
- การทดลองแบบสุ่ม ปกปิดสองฝ่าย และมีกลุ่มยาหลอกอีกชุดหนึ่งศึกษาการใช้สารสกัด S. chinensis พบผลแบบขึ้นกับขนาดต่อระดับน้ำตาลและอินซูลินหลังอาหาร และการศึกษา 12 สัปดาห์รายงานการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดระดับน้ำตาลบางรายการ รวมถึง HbA1c
- การศึกษาในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนพบว่าสารสกัดสามารถลดตัวชี้วัดระดับน้ำตาลและอินซูลินหลังอาหารบางรายการ แต่ ไม่ได้แสดงผลลดความอยากอาหารโดยรวมอย่างชัดเจน
- มีการศึกษานำร่องในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน 30 ราย ซึ่งรายงานผลที่น่าสนใจต่อการคงสภาพการทำงานของไตและตัวชี้วัดการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยระบุว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับสารสกัดและหลอดทดลอง : มีหลักฐานค่อนข้างมากเกี่ยวกับการยับยั้ง α-glucosidase ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และกิจกรรมทางชีวภาพอื่น
- ระดับสัตว์ทดลอง : มีข้อมูลสนับสนุนฤทธิ์ด้านระดับน้ำตาล การอักเสบ ระบบไต และเมแทบอลิซึมบางด้าน
- ระดับมนุษย์ : มีการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มยาหลอกหลายการศึกษา โดยเฉพาะด้าน ระดับน้ำตาลหลังอาหาร
- ระดับการนำไปใช้รักษาโรคโดยตรง : หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าสมุนไพรเดี่ยวสามารถใช้รักษาโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไต หรือโรคเรื้อรังอื่นแทนการรักษามาตรฐานได้
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase : เป็นฤทธิ์ที่ได้รับการศึกษาเด่นที่สุด โดย salacinol และสารกลุ่ม sulfated thiosugars สามารถยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยคาร์โบไฮเดรต
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด : พบทั้งในสัตว์ทดลองและการทดลองในมนุษย์ โดยเฉพาะการลดระดับน้ำตาลหลังอาหาร
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดและสารประกอบฟีนอลิกหลายชนิดแสดงฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระในการศึกษาทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีรายงานจากการทดลองระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ปกป้องไต : มีข้อมูลจากสัตว์ทดลองและการศึกษานำร่องในมนุษย์ แต่ยังจำเป็นต้องมีหลักฐานคุณภาพสูงเพิ่มเติม
- ฤทธิ์ด้านเมแทบอลิซึมและโรคอ้วน : มีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาล การดูดซึมคาร์โบไฮเดรต และเมแทบอลิซึมของไขมัน
ความปลอดภัย
- การศึกษาทางคลินิกของสารสกัด Salacia chinensis ในอาสาสมัครรายงานว่าโดยทั่วไปสามารถทนต่อสารสกัดได้ และในการศึกษาหนึ่งไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรง โดยพบอาการทางระบบทางเดินอาหารเล็กน้อย เช่น ปวดบิด ท้องอืด อาเจียน และปวดศีรษะ ในบางราย
- การศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลองบางงานไม่พบความผิดปกติสำคัญจากการได้รับสารสกัดในขนาดที่ศึกษา
- อย่างไรก็ตาม ข้อมูลความปลอดภัยของการใช้กำแพงเจ็ดชั้นเป็นสมุนไพรเดี่ยวในระยะยาวยังมีข้อจำกัด และผลจากสารสกัดมาตรฐานไม่ควรนำไปเทียบเท่ากับการใช้ลำต้นหรือเนื้อไม้แบบพื้นบ้านโดยตรง
หมายเหตุ : ความปลอดภัยของสารสกัดขึ้นอยู่กับชนิดของสารสกัด ขนาดยา ระยะเวลาการใช้ และคุณภาพของวัตถุดิบ จึงไม่ควรนำขนาดจากงานวิจัยต่างประเทศไปใช้แทนขนาดของตำรับยาแผนไทย
ข้อห้ามใช้
- ผู้ที่แพ้กำแพงเจ็ดชั้นหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรชนิดนี้ ควรหลีกเลี่ยง
- หญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้สมุนไพรเดี่ยวหรือสารสกัดเข้มข้นโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- หญิงหลังคลอดที่มีเลือดออกผิดปกติ ไม่ควรใช้ตำรับยาสตรีหลังคลอดด้วยตนเอง
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังและต้องใช้ยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อ ระดับน้ำตาลในเลือด ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพก่อนใช้
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- เนื่องจากสารสกัด Salacia chinensis มีหลักฐานว่าสามารถลดระดับน้ำตาลหลังอาหาร จึงมีความเป็นไปได้ที่การใช้ร่วมกับ ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด อาจเพิ่มฤทธิ์ลดน้ำตาลและทำให้ต้องติดตามระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด
- ผู้ที่ใช้ อินซูลินหรือยารักษาเบาหวาน ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกำแพงเจ็ดชั้น
- เนื่องจากข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยากับกำแพงเจ็ดชั้นโดยตรงยังมีจำกัด จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับยาทุกชนิด
การใช้ในอาหาร
- ผลสุก ของกำแพงเจ็ดชั้นมีสีแดงหรือแดงอมส้มและมีรสหวาน โดยมีข้อมูลว่ารับประทานได้
- การรับประทานผลเป็นอาหารแตกต่างจากการใช้ลำต้นหรือสารสกัดเข้มข้นเป็นยา จึงไม่ควรนำข้อมูลด้านความปลอดภัยของผลมาใช้ยืนยันความปลอดภัยของส่วนอื่นของพืช
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- เครื่องยาสมุนไพร : ลำต้นและเนื้อไม้เป็นวัตถุดิบสำคัญของเครื่องยากำแพงเจ็ดชั้น
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสารสกัด : Salacia chinensis มีการนำไปศึกษาสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลและเมแทบอลิซึม
- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : สารสกัดจากสกุล Salacia ถูกนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในบางประเทศ แต่คุณภาพ ปริมาณสารสำคัญ และมาตรฐานสารสกัดอาจแตกต่างกันอย่างมาก
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยา : โดยทั่วไปใช้ลำต้นหรือเนื้อไม้
- การเก็บเกี่ยว : ควรเลือกต้นที่มีความสมบูรณ์และระบุชนิดได้ถูกต้อง ตัดส่วนที่ต้องการอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ทำลายประชากรพืชธรรมชาติ
- การเตรียมเครื่องยา : หั่นเป็นชิ้นตามความเหมาะสมและทำให้แห้งก่อนนำไปเก็บ
- การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แมลง และเชื้อรา
- งานวิจัยด้านคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของเครื่องยากำแพงเจ็ดชั้นมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาข้อมูลสำหรับการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคเหนือ : พบชื่อเรียก เช่น กำแพงเจ็ดชั้น น้ำนอง และมะต่อมไก่ และมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านด้านเลือด น้ำเหลือง และกำลัง
- ภาคอีสาน : มีชื่อเรียก ตาไก้ และมีรายงานการใช้ลำต้นหรือเนื้อไม้สำหรับอาการปวดเมื่อย ระบบขับถ่าย และการขับปัสสาวะ
- ภาคกลาง : มีชื่อเรียกกำแพงเจ็ดชั้นและตะลุ่มนก
- ภาคใต้ : มีชื่อเรียกหลุมนก
- การสำรวจภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยยังพบการใช้ Salacia chinensis ในกลุ่มอาการเกี่ยวกับโรคไตและการไหลเวียนของเลือด
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ กำแพงเจ็ดชั้น สัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะเด่นของเนื้อไม้ที่เมื่อผ่าตามขวางจะเห็นวงปีหรือชั้นสีแดงเข้มเรียงซ้อนกันหลายชั้น โดยแหล่งข้อมูลด้านเครื่องยาระบุว่าพบประมาณ 7–9 ชั้น ลักษณะดังกล่าวทำให้ชุมชนสามารถใช้เป็นจุดสังเกตในการจำแนกพืชและเป็นที่มาของชื่อสมุนไพร กำแพงเจ็ดชั้นยังมีความเกี่ยวข้องกับ ตำรายาแผนไทย โดยปรากฏเป็นส่วนประกอบของตำรับยา เช่น ยาสตรีหลังคลอดและตำรับยาแก้พยาธิโรคเรื้อนที่มีการบันทึกในตำราแผนไทยแห่งชาติ
สถานะการอนุรักษ์
- กำแพงเจ็ดชั้นมีการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อนของเอเชียและออสเตรเลียตอนเหนือ
- ในบางพื้นที่ เช่น สิงคโปร์ มีการประเมินสถานภาพระดับท้องถิ่นเป็น Critically Endangered (CR) เนื่องจากถิ่นอาศัยตามธรรมชาติลดลง
- การใช้ลำต้นและรากจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มแรงกดดันต่อประชากรพืช จึงควรส่งเสริม การปลูกทดแทน การเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน และการใช้วัตถุดิบจากแหล่งเพาะปลูกที่ตรวจสอบได้
- สถานภาพการอนุรักษ์อาจแตกต่างกันตามประเทศและพื้นที่ จึงควรพิจารณาข้อมูลระดับท้องถิ่นประกอบ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Celastrales
- วงศ์ (Family) : Celastraceae
- สกุล (Genus) : Salacia
- ชนิด (Species) : Salacia chinensis L.
ชื่อที่ยอมรับในปัจจุบัน : Salacia chinensis L. เป็นชื่อที่ Kew Plants of the World Online ยอมรับเป็นชื่อที่ถูกต้องของชนิดนี้ ส่วน Salacia prinoides เป็นชื่อพ้องที่พบในเอกสารเก่าและฐานข้อมูลสมุนไพรบางแห่ง
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ลักษณะมหภาค : ตรวจสอบจากไม้เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อย เปลือกสีเทานวล และโดยเฉพาะเนื้อไม้ที่มีวงสีแดงเข้มเรียงซ้อนกันหลายชั้น
- ลักษณะเครื่องยา : เครื่องยากำแพงเจ็ดชั้นได้จากลำต้นหรือเนื้อไม้ และควรมีลักษณะทางกายภาพตรงตามมาตรฐานของเครื่องยา
- การตรวจสอบทางกายภาพและเคมี : มีการศึกษาค่าความชื้น เถ้ารวม เถ้าที่ไม่ละลายในกรด สารสกัด และคุณสมบัติอื่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมคุณภาพเครื่องยา
- DNA barcoding : Salacia chinensis ถูกนำเข้าไว้ในงานพัฒนาฐานข้อมูล DNA barcode ของพืชใน Thai Herbal Pharmacopoeia และมีข้อมูลลำดับเบสสำหรับใช้สนับสนุนการตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพันธุกรรม
หมายเหตุ : การตรวจสอบเอกลักษณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสมุนไพรชื่อท้องถิ่นเดียวกันอาจใช้เรียกพืชต่างชนิดกันได้ การใช้เครื่องยาควรตรวจสอบทั้งลักษณะพฤกษศาสตร์และแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
คำเตือนทางการแพทย์
- กำแพงเจ็ดชั้นไม่ควรใช้แทนยาแผนปัจจุบัน สำหรับโรคเบาหวาน โรคไต โรคผิวหนัง หรือโรคเรื้อรังอื่น
- แม้งานวิจัยในมนุษย์มีข้อมูลสนับสนุนว่าสารสกัด S. chinensis อาจช่วยลดระดับน้ำตาลหลังอาหาร แต่หลักฐานดังกล่าวศึกษาจาก สารสกัดที่มีการกำหนดขนาดและคุณภาพ ไม่สามารถนำมาเทียบโดยตรงกับการต้มลำต้นแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เนื่องจากอาจมีผลต่อระดับน้ำตาล
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไต และผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้
- ห้ามเก็บสมุนไพรจากธรรมชาติมาใช้หากยังไม่สามารถยืนยันชนิดได้แน่นอน
- หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เวียนศีรษะ หรือมีอาการแพ้ ควรหยุดใช้และพบแพทย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). ข้อมูลรายการอ้างอิงตำรับยาแผนไทย: ยาสตรีหลังคลอด ชนิดยาต้ม. กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (ม.ป.ป.). กำแพงเจ็ดชั้น. ฐานข้อมูลสมุนไพร.
- ณัฐชา ด้วงรัก, และ ธงชาติ ทรัพย์จอมทอง. (2560). คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของสมุนไพรกำแพงเจ็ดชั้น. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 59(2), 94–103.
- สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. (ม.ป.ป.). ข้อมูลพืชสมุนไพรกำแพงเจ็ดชั้น. ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย.
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง. (2559). กำแพงเจ็ดชั้น. องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน.
- Bagnazari, M., Kini, K. R., Prakash, H. S., & Geetha, N. (2016). Phytomorphology, phytochemistry and pharmacological activities of Salacia chinensis L., an endangered antidiabetic medicinal plant: A comprehensive review. International Journal of Agriculture and Biosciences, 5(1), 1–7.
- Deokate, U. A., & Khadabadi, S. S. (2012). Phytopharmacological aspects of Salacia chinensis. Journal of Pharmacognosy and Phytotherapy, 4(1), 1–5. https://doi.org/10.5897/JPP.9000046
- Kobayashi, M., Akaki, J., Ninomiya, K., Yoshikawa, M., Muraoka, O., Morikawa, T., & Odawara, M. (2021). Dose-dependent suppression of postprandial hyperglycemia and improvement of blood glucose parameters by Salacia chinensis extract: Two randomized, double-blind, placebo-controlled studies. Journal of Medicinal Food, 24(1), 10–17. https://doi.org/10.1089/jmf.2020.4751
- Koteshwar, P., Raveendra, K. R., Allan, J. J., Goudar, K. S., Venkateshwarlu, K., & Agarwal, A. (2013). Effect of NR-Salacia on post-prandial hyperglycemia: A randomized double blind, placebo-controlled, crossover study in healthy volunteers. Pharmacognosy Magazine, 9(36), 344–349. https://doi.org/10.4103/0973-1296.117831
- Yoshikawa, M., Pongpiriyadacha, Y., Kishi, A., et al. (2003). Biological activities of Salacia chinensis originating in Thailand: The quality evaluation guided by α-glucosidase inhibitory activity. Yakugaku Zasshi, 123, 871–880. https://doi.org/10.1248/yakushi.123.871
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Salacia chinensis L. Plants of the World Online.
- National Parks Board Singapore. (2022). Salacia chinensis. Flora & Fauna Web.

