กำยาน

กำยาน

กำยาน เป็นสมุนไพรและเครื่องหอมที่ได้จาก ชันน้ำมันหรือยางเรซินของพืชสกุล Styrax โดยเฉพาะ Styrax tonkinensis (Pierre) Craib ex Hartwich ซึ่งเป็นแหล่งของ “กำยานญวน” หรือ Siam benzoin ที่ใช้เป็นเครื่องยาในระบบการแพทย์แผนไทย กำยานมีกลิ่นหอมหวานคล้ายวานิลลา และมีประวัติการใช้ทั้งใน ตำรับยาแผนไทย เครื่องหอม น้ำอบไทย เทียนอบ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่น มาอย่างยาวนาน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย : กำยาน, กำยานไทย, กำยานต้น, กำหยาน, กำมะแย, เกลือตานตุ่น, ชาติสมิง, ซาดสมิง, สะดาน
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้เป็นเครื่องยาในตำรับยาไทย : Styrax tonkinensis (Pierre) Craib ex Hartwich
  • วงศ์ : Styracaceae
  • ชื่อสามัญ : Siam benzoin, Siam benzoin gum, Benzoin
  • ชื่อเครื่องยา : Benzoinum
  • ส่วนที่ใช้เป็นยา : ยางหรือชันน้ำมันจากต้น
  • ลักษณะเครื่องยา : เป็นก้อนหรือเม็ดเรซินแข็ง สีขาวอมเหลือง เหลือง น้ำตาลแดง หรือน้ำตาลตามอายุและคุณภาพ มีกลิ่นหอมหวานคล้ายวานิลลา
  • สารสำคัญเด่น : benzoic acid, coniferyl benzoate, vanillin, benzyl benzoate และสารประกอบอะโรมาติกอื่น ๆ
หมายเหตุ : คำว่า “กำยาน” ในประเทศไทยอาจใช้เรียกพืชสกุล Styrax หลายชนิด เช่น Styrax tonkinensis, Styrax benzoin และ Styrax benzoides ดังนั้นการระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของวัตถุดิบจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นเครื่องยา สำหรับรายการอ้างอิงตำรับยาแผนไทยของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุ “กำยาน” ว่าใช้ยางจาก Styrax tonkinensis เป็น Benzoinum

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : กำยานเป็น ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10–20 เมตร และในสภาพเหมาะสมอาจเจริญได้สูงกว่านี้ ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกมีสีเขียวเทา เทาหม่น หรือน้ำตาลเทา กิ่งอ่อนมักมีขนละเอียดปกคลุม และเมื่อเกิดบาดแผลบริเวณลำต้นจะสามารถสร้าง ชันน้ำมันหรือเรซินกำยาน ออกมาได้
  • ใบ : เป็น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปรีหรือรูปไข่แกมรูปหอก ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบหรืออาจมีรอยหยักเล็กน้อย แผ่นใบด้านบนค่อนข้างเกลี้ยง ส่วนด้านล่างมีขนละเอียดสีเทาหรือสีขาว โดยเฉพาะบริเวณเส้นใบ เส้นแขนงใบมีประมาณ 5–6 คู่ตามลักษณะทางอนุกรมวิธานของ S. tonkinensis
  • ดอก : ดอกออกเป็น ช่อกระจะหรือช่อแยกแขนง ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กถึงปานกลาง กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวหรือขาวอมชมพู ภายในดอกอาจมีสีชมพูถึงแดงเข้ม เกสรเพศผู้มีจำนวนมากกว่ากลีบดอกและอยู่รอบเกสรเพศเมีย ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
  • ผล : ผลมีลักษณะ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม เปลือกแข็ง มีขนละเอียดประปราย เมื่อแก่มีสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดประมาณ 1–2 เมล็ด ผลจัดเป็นแหล่งสำคัญของเมล็ดสำหรับการขยายพันธุ์
  • เรซินหรือกำยาน : ไม่ใช่ส่วนที่เกิดขึ้นตามปกติของต้นในลักษณะเดียวกับน้ำยางพืชทั่วไป แต่เป็น ผลิตผลจากการเกิดบาดแผลบริเวณลำต้น ซึ่งกระตุ้นให้ต้นสร้างสารเรซินออกมา เมื่อสัมผัสอากาศเรซินจะค่อย ๆ แข็งตัวและสามารถเก็บรวบรวมเป็นก้อนหรือเม็ดกำยานได้

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : Styrax tonkinensis มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่จีนตอนใต้ลงมาถึงภูมิภาคอินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์ : พบใน จีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา ไทย เวียดนาม และเมียนมา โดยมักพบในพื้นที่ป่าเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนและพื้นที่ป่าฟื้นตัว
  • ในประเทศไทย : พบในพื้นที่ที่เหมาะสมกับสภาพป่าชื้นและพื้นที่ภูเขา โดยข้อมูลพรรณไม้ไทยระบุการพบกำยานในหลายภูมิภาค ขณะที่ชนิด Styrax benzoides ซึ่งเป็นอีกชนิดที่เรียกกำยาน พบเด่นในภาคเหนือ
  • สภาพนิเวศ : S. tonkinensis เป็นไม้ที่ต้องการแสงค่อนข้างมากและมีพฤติกรรมเป็นไม้เบิกนำ สามารถเกิดขึ้นได้ดีในพื้นที่ป่าเปิด พื้นที่เกษตรหมุนเวียน และพื้นที่ที่มีการรบกวนของพืชพรรณ โดยแหล่งผลิตกำยานในลาวจำนวนมากอยู่ในพื้นที่สูงประมาณ 800–1,600 เมตร

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีสำคัญ เนื่องจากต้นกำยานสามารถผลิตเมล็ดที่มีชีวิตได้จำนวนมาก เมล็ดสามารถงอกได้ดีเมื่อมีความชื้นเหมาะสมและได้รับแสงเพียงพอ
  • การเตรียมพื้นที่ปลูก : ควรเลือกพื้นที่ระบายน้ำดี ไม่เกิดน้ำขัง และมีแสงเพียงพอ เนื่องจากกำยานเป็นไม้ที่ต้องการแสงในช่วงการเจริญเติบโต
  • การดูแลต้นกล้า : ระยะต้นกล้าควรกำจัดวัชพืชและพืชแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ เพราะต้นอ่อนมีความไวต่อการแข่งขันของพืชอื่น
  • สภาพดิน : สามารถเจริญได้ในดินที่ค่อนข้างเป็นกรดและมีอินทรียวัตถุ โดยแหล่งปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีทั้งพื้นที่ป่าฟื้นตัวและพื้นที่เกษตรหมุนเวียน
  • การผลิตเรซิน : ในระบบการผลิตแบบดั้งเดิมมักเริ่มกรีดต้นเมื่อมีอายุประมาณ 6–8 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดต้นและสภาพพื้นที่ หลังจากนั้นจึงเก็บเรซินเป็นระยะตามวิธีการผลิตในแต่ละท้องถิ่น

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ยางจากต้น : เป็นส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยาไทย เรียกว่า กำยาน หรือ Benzoinum
  • เรซินจากเปลือกและบริเวณรอยกรีดลำต้น : เป็นแหล่งของสารหอมและสารประกอบอะโรมาติกหลายชนิด
  • ในเอกสารของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุชัดว่า กำยานใช้ “ยางจากต้น” ของ Styrax tonkinensis

สรรพคุณทางสมุนไพร

  • ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย : กำยานมีรสเผ็ดขม รสสุขุม มีกลิ่นหอม ใช้เป็นยาที่เกี่ยวข้องกับ ลม ระบบทางเดินหายใจ และการบำรุงหัวใจ ตามตำรับและองค์ความรู้ดั้งเดิม
  • ระบบทางเดินหายใจ : ใช้เพื่อ บรรเทาอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก และช่วยขับเสมหะ โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาและเครื่องหอม
  • ขับลม : ใช้ในภูมิปัญญาไทยเพื่อช่วย ขับลม แก้จุกเสียด และอาการแน่นท้อง และพบเป็นส่วนประกอบในตำรับยาหอม
  • บำรุงหัวใจตามตำราไทย : กำยานเป็นหนึ่งในเครื่องยาที่มีรสหอมสุขุมและถูกนำมาใช้ใน ตำรับยาหอม ซึ่งมีแนวคิดในการปรับสมดุลของลมและอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย
  • ใช้ภายนอก : ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการใช้กำยานในตำรับสำหรับ สมานแผล แก้คัน และดูแลปัญหาผิวหนังบางชนิด
  • ขับปัสสาวะและแก้นิ่ว : มีการกล่าวถึงในองค์ความรู้พื้นบ้านและฐานข้อมูลสมุนไพรไทย แต่ยังไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยืนยันทางคลินิก
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการใช้พื้นบ้าน ไม่ได้หมายความว่าสรรพคุณทุกข้อได้รับการยืนยันด้วยการทดลองทางคลินิกในมนุษย์

วิธีใช้

  • ในตำรับยาไทย : ใช้กำยานเป็นส่วนประกอบของตำรับยาหลายชนิด โดยเฉพาะ ตำรับยาหอม และตำรับยาที่เกี่ยวข้องกับอาการลม จุกเสียด แน่นหน้าอก หรือระบบทางเดินหายใจ
  • ยาหอมอินทจักร์ : กำยานเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับ โดยตำรับดังกล่าวใช้ตามข้อบ่งใช้ของยา เช่น แก้ลมบาดทะจิต แก้คลื่นเหียนอาเจียน และแก้ลมจุกเสียด
  • การใช้ภายนอก : สามารถพบการใช้กำยานในรูปแบบ ทิงเจอร์ ขี้ผึ้ง หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนัง โดยควรใช้ตามสูตรผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพ
  • การรมควันหรือเครื่องหอม : ใช้เผาเพื่อให้เกิดกลิ่นหอมสำหรับ น้ำอบไทย เทียนอบ และเครื่องหอม
  • การรับประทานกำยานเดี่ยว : ไม่ควรนำมาใช้รักษาโรคด้วยตนเองโดยอาศัยขนาดจากตำราเก่าหรือข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เพราะความเข้มข้นและองค์ประกอบของเรซินแต่ละแหล่งแตกต่างกัน

ในบัญชียาจากสมุนไพร

  • กำยานไม่ได้เป็นยาเดี่ยวสำหรับรับประทานในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร แต่เป็น ตัวยาสำคัญในสูตรตำรับยาแผนไทยบางรายการ
  • ยาหอมอินทจักร์ เป็นตัวอย่างตำรับที่มี กำยาน เป็นส่วนประกอบ และมีสถานะเป็นรายการยาในบัญชียาจากสมุนไพร
  • เอกสารอ้างอิงของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2566 ระบุ กำยาน – ยางจากต้น – Styrax tonkinensis – Benzoinum เป็นวัตถุดิบเครื่องยาไทย
  • ปัจจุบันบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรมีการปรับปรุงเป็นระยะ โดยมีประกาศแก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2568

สาระสำคัญ

  • กำยานเป็นเรซินหรือบาลซัมจากต้น Styrax ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยเพียงชนิดเดียว
  • องค์ประกอบแตกต่างกันตาม ชนิดพืช แหล่งผลิต อายุของต้น วิธีการกรีด และสภาพแวดล้อม
  • Siam benzoin จาก Styrax tonkinensis มีองค์ประกอบเด่น ได้แก่ benzoic acid และ coniferyl benzoate
  • กำยานจาก Styrax benzoin หรือ Sumatra benzoin มีสัดส่วนของ cinnamic acid และสารเอสเทอร์ของกรดซินนามิก แตกต่างจาก Siam benzoin
  • กลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวเกี่ยวข้องกับสารกลุ่มอะโรมาติก โดยเฉพาะ vanillin และอนุพันธ์ของกรดเบนโซอิก/กรดซินนามิก

องค์ประกอบทางเคมี

  • Benzoic acid : เป็นกรดอะโรมาติกที่พบเด่นใน Siam benzoin
  • Coniferyl benzoate : เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Styrax tonkinensis
  • Vanillin : เป็นสารที่มีส่วนทำให้กำยานมีกลิ่นหอมหวานคล้ายวานิลลา
  • Benzyl benzoate : พบในเรซินและมีความสำคัญด้านกลิ่นและการใช้ในผลิตภัณฑ์
  • p-Coumaryl benzoate : พบเป็นองค์ประกอบรองใน Siam benzoin
  • Siaresinolic acid และอนุพันธ์ : เป็นกลุ่มสารเรซินที่พบในกำยานบางชนิด
  • Cinnamic acid และอนุพันธ์ : พบเด่นกว่าใน Sumatra benzoin จาก Styrax benzoin และ Styrax paralleloneurus
  • องค์ประกอบของกำยานจึงไม่ควรใช้ค่าจากกำยานชนิดหนึ่งไปอ้างแทนกำยานทุกชนิด เนื่องจาก chemical profile ของ Siam benzoin และ Sumatra benzoin แตกต่างกัน

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย : งานวิจัยสารสกัดจาก Styrax benzoin พบว่าสารสกัดบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้ง Staphylococcus aureus ในการทดลองระดับห้องปฏิบัติการ โดยรายงานค่า MIC และ MBC ของสารสกัดเอทิลอะซีเตตไว้ที่ 1 และ 2 มก./มล. ตามลำดับ
  • การศึกษาสารพฤกษเคมี : งานวิจัย GC-MS ของสารสกัด S. benzoin ตรวจพบสารระเหยหลายชนิด และพบศักยภาพด้านการต้านแบคทีเรียต่อ S. aureus ในระดับห้องปฏิบัติการ
  • การศึกษาด้านอาหาร : Siam benzoin จาก S. tonkinensis ได้รับการศึกษาด้านองค์ประกอบทางเคมีเพื่อใช้ประเมินเป็นสารแต่งกลิ่นรส โดย JECFA ระบุว่าในระดับการได้รับจากอาหารที่ประเมินไว้ ไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัย
  • งานวิจัยทางคลินิกโดยตรง : หลักฐานทางคลินิกสำหรับ กำยานชนิด Styrax/Benzoin ยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับงานวิจัยของ frankincense จากสกุล Boswellia ซึ่งเป็นคนละกลุ่มพืชและไม่ควรนำผลการศึกษามาใช้แทนกัน
  • การนำผลการวิจัยของ Boswellia serrata มาอ้างว่าเป็นสรรพคุณของกำยาน Styrax ถือว่าไม่ถูกต้องทางพฤกษศาสตร์และเภสัชวิทยา

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • การใช้ตามภูมิปัญญาไทยและพื้นบ้าน : มีประวัติการใช้ยาวนาน แต่จัดเป็นหลักฐานจากประสบการณ์และตำรับยา ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลแบบการทดลองทางคลินิก
  • องค์ประกอบทางเคมี : มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนจากการวิเคราะห์ทางเคมีและมาตรฐานวัตถุดิบ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพในห้องปฏิบัติการ : มีหลักฐานระดับ in vitro แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลในการรักษาการติดเชื้อในคน
  • ความปลอดภัยในอาหารของ Siam benzoin : มีข้อมูลประเมินโดย JECFA และระบุว่าไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ณ ระดับการได้รับจากอาหารที่ประเมินไว้
  • หลักฐานทางคลินิกสำหรับกำยาน Styrax : ยังอยู่ในระดับจำกัด จึงควรใช้ข้อมูลด้านการรักษาอย่างระมัดระวัง

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ต้านจุลชีพ : สารสกัดจากกำยานบางชนิดแสดงฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ Staphylococcus aureus ในการทดลองภายนอกร่างกาย
  • ต้านการอักเสบและสมานแผล : มีข้อมูลจากการใช้ดั้งเดิมและงานทดลองบางส่วนเกี่ยวกับสารประกอบในเรซิน แต่หลักฐานสำหรับการใช้รักษาโรคในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : มีการศึกษาสารสกัดและองค์ประกอบบางส่วนของกำยาน แต่ผลขึ้นกับชนิดตัวทำละลายและแหล่งวัตถุดิบ
  • ฤทธิ์ต่อระบบทางเดินหายใจ : การใช้กำยานเป็นเครื่องหอมและในตำรับพื้นบ้านมีประวัติยาวนาน แต่ยังไม่ควรสรุปว่าการสูดควันกำยานสามารถรักษาโรคทางเดินหายใจได้
  • กลไกทางเภสัชวิทยา : ยังจำเป็นต้องศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางเคมี ปริมาณสารสำคัญ การดูดซึม และผลทางคลินิกเพิ่มเติม

ความปลอดภัย

  • การแพ้ทางผิวหนัง : กำยานและทิงเจอร์กำยานสามารถทำให้เกิด allergic contact dermatitis ในบุคคลที่ไวต่อสารได้ มีรายงานทั้งผื่นแดง คัน ตุ่มน้ำ และการอักเสบหลังสัมผัส
  • การแพ้ข้ามกลุ่ม : ผู้ที่ไวต่อสารหอม เรซิน หรือ balsam บางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยาข้ามกับสารในกลุ่มที่เกี่ยวข้องได้
  • การใช้กับผิวหนัง : ควรทดลองกับพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้น้ำหอม เครื่องสำอาง หรือเรซิน
  • การสูดควัน : ควันจากการเผากำยานอาจทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจในบางคน โดยเฉพาะเมื่อใช้ในพื้นที่ปิดหรือมีควันเข้มข้น
  • การรับประทาน : ข้อมูลความปลอดภัยของการรับประทานกำยานดิบในระยะยาวมีจำกัด จึงควรใช้เฉพาะในตำรับที่ได้มาตรฐานและตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  • เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร : ไม่ควรนำกำยานเดี่ยวมารับประทานเพื่อรักษาโรคโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยเฉพาะกลุ่มยังมีจำกัด

ข้อห้ามใช้

  • ผู้ที่เคยแพ้กำยานหรือ Styrax : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ทั้งแบบทาผิวและผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดกำยาน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้น้ำหอม เรซิน หรือสารกลุ่ม balsam : ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากอาจมีการแพ้ข้ามกลุ่ม
  • ห้ามใช้ทิงเจอร์กำยานหรือผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์บริเวณตาและเยื่อเมือก เว้นแต่ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการออกแบบและอนุญาตสำหรับบริเวณดังกล่าว
  • ไม่ควรใช้กำยานดิบเป็นยารับประทานในขนาดสูงหรือเป็นเวลานาน โดยไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

  • สำหรับ กำยานจาก Styrax ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนดปฏิกิริยาระหว่างยาที่มีความสำคัญอย่างชัดเจน
  • ความเสี่ยงด้านปฏิกิริยาระหว่างยาจึงควรประเมินเป็นรายผลิตภัณฑ์ โดยพิจารณา ชนิดของสารสกัด ปริมาณ และส่วนประกอบอื่นในตำรับ
  • ผู้ที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์กำยานรับประทาน เนื่องจากข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยาของกำยานยังไม่เพียงพอ
  • ไม่ควรนำข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยาของ Boswellia/Frankincense มาใช้แทนข้อมูลของ Styrax/Benzoin เพราะเป็นคนละสกุลพืช

การใช้ในอาหาร

  • Siam benzoin จาก Styrax tonkinensis มีการใช้เป็น สารแต่งกลิ่นรส ในผลิตภัณฑ์อาหารบางประเภท
  • JECFA ระบุว่า Benzoe tonkinensis มีหน้าที่เป็น flavouring agent และประเมินว่าไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ณ ระดับการได้รับจากอาหารที่ประมาณการไว้
  • การใช้กำยานในอาหารควรเป็น วัตถุดิบหรือสารแต่งกลิ่นรสที่ผ่านมาตรฐานและใช้ในปริมาณที่ได้รับอนุญาต ไม่ควรนำกำยานสำหรับทำเครื่องหอมมารับประทาน
  • กลิ่นหวานคล้ายวานิลลาของกำยานเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรซินชนิดนี้ได้รับความสนใจในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ยาแผนไทย : ใช้เป็นเครื่องยาในตำรับยาหอมและตำรับยาแผนไทยบางชนิด
  • น้ำอบไทย : ใช้เผาเพื่ออบน้ำให้มีกลิ่นหอม และเป็นส่วนประกอบของเครื่องหอมไทย
  • เทียนอบ : ใช้เป็นแหล่งกลิ่นหอมในกระบวนการอบ
  • น้ำหอมและเครื่องสำอาง : ใช้เป็น fragrance ingredient และ fixative ช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนาน
  • Benzoin resinoid : ผลิตโดยการสกัดเรซินด้วยตัวทำละลายและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอม
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว : พบการใช้ในผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ทิงเจอร์ ขี้ผึ้ง และผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่น
  • เครื่องหอมและธูป : ใช้เพื่อสร้างกลิ่นหอมหวานและกลิ่นควันเฉพาะตัว
  • อุตสาหกรรมอาหาร : Siam benzoin สามารถใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • การเก็บเกี่ยว : ใช้วิธีกรีดหรือทำบาดแผลบริเวณเปลือกลำต้นเพื่อกระตุ้นการสร้างเรซิน โดยวิธีดั้งเดิมอาจทำรอยกรีดหลายตำแหน่งและเว้นระยะตามแนวลำต้น
  • การแข็งตัวของเรซิน : เรซินที่ไหลออกมาจะสัมผัสอากาศและค่อย ๆ แข็งตัวเป็นเม็ดหรือก้อน
  • ระยะเก็บเกี่ยว : ในระบบผลิตแบบดั้งเดิมของ S. tonkinensis มักเริ่มกรีดต้นเมื่ออายุประมาณ 6–8 ปี และสามารถเก็บผลผลิตได้หลายปีหากควบคุมการกรีดไม่ให้ทำลายต้นมากเกินไป
  • การคัดคุณภาพ : หลังเก็บควรทำความสะอาด คัดเอาเศษเปลือกและสิ่งแปลกปลอมออก แล้วแบ่งเกรดตามขนาด สี ความสะอาด และลักษณะของก้อนเรซิน
  • การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะปิดสนิท แห้ง สะอาด ป้องกันความชื้น แสงแดด ความร้อน และกลิ่นแปลกปลอม
  • การควบคุมคุณภาพ : ควรระบุ ชนิดพืช แหล่งผลิต และชนิดของกำยาน เพื่อป้องกันการปะปนระหว่าง Siam benzoin กับ Sumatra benzoin

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • ภาคเหนือและชุมชนบนพื้นที่สูง : มีการใช้กำยานเป็นเครื่องยาและเครื่องหอม รวมถึงการใช้ยางจากต้นในภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • เครื่องหอมไทย : กำยานเป็นส่วนสำคัญของ น้ำอบไทย เทียนอบ และเครื่องหอมพื้นบ้าน
  • ภูมิปัญญาด้านการแพทย์พื้นบ้าน : ยางกำยานถูกใช้ภายนอกเพื่อดูแลแผล อาการคัน และปัญหาผิวหนังบางชนิด และใช้ภายในในแนวทางพื้นบ้านเพื่อขับลม ขับเสมหะ และช่วยการขับปัสสาวะ
  • ภูมิปัญญาการเก็บเรซิน : ชุมชนผู้ผลิตกำยานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความรู้เกี่ยวกับอายุของต้น ตำแหน่งการกรีด ช่วงเวลาการกรีด และการคัดเกรดเรซิน ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดกันในชุมชน

ประวัติและวัฒนธรรม

  • กำยานเป็นเครื่องหอมโบราณ ที่มีประวัติการใช้ในพิธีกรรมและวัฒนธรรมมาเป็นเวลานาน
  • ในประเทศไทยกำยานมีบทบาทเด่นใน วัฒนธรรมเครื่องหอมไทย โดยเฉพาะการทำน้ำอบและเทียนอบ
  • กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกล่าวถึงกำยานในบริบทของการปรุง น้ำอบไทย ซึ่งเป็นเครื่องหอมที่มีประวัติยาวนานในสังคมไทย
  • ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การผลิต Siam benzoin ยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะในลาวและเวียดนาม
  • กำยานยังมีความสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอม เนื่องจากกลิ่นหวานและคุณสมบัติช่วยประคองกลิ่นของส่วนผสมอื่น

สถานะการอนุรักษ์

  • Styrax tonkinensis ถูกประเมินโดยข้อมูลที่ Kew รวบรวมว่าอยู่ในระดับ Least Concern (LC) ตามข้อมูล IUCN ที่แสดงบน Plants of the World Online
  • อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์กำยานควรให้ความสำคัญกับ การรักษาถิ่นอาศัย การควบคุมการเก็บเรซิน และการจัดการป่าอย่างยั่งยืน
  • การกรีดลำต้นมากเกินไปหรือทำบาดแผลลึกอาจลดความแข็งแรงของต้นและทำให้ต้นตายก่อนถึงอายุผลิตเรซินที่เหมาะสม
  • การปลูกกำยานในระบบเกษตรวนเกษตรและการฟื้นฟูพื้นที่ป่าด้วยต้นกำยานสามารถช่วยลดแรงกดดันต่อประชากรจากธรรมชาติและสร้างรายได้ให้ชุมชน

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom : Plantae
  • Phylum : Streptophyta
  • Class : Equisetopsida
  • Subclass : Magnoliidae
  • Order : Ericales
  • Family : Styracaceae
  • Genus : Styrax L.
  • Species : Styrax tonkinensis (Pierre) Craib ex Hartwich
หมายเหตุ : ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่ของ Kew ยอมรับชื่อ Styrax tonkinensis (Pierre) Craib ex Hartwich เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องของชนิดนี้ ขณะที่เอกสารไทยบางแหล่งอาจใช้ชื่อย่อหรือการเขียนชื่อผู้ตั้งชื่อแตกต่างกันเล็กน้อย

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

  • ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ : ควรตรวจสอบว่าเป็น Styrax tonkinensis สำหรับวัตถุดิบกำยานที่ใช้เป็นเครื่องยาไทยตามเอกสารอ้างอิงของกรมการแพทย์แผนไทยฯ
  • ลักษณะทางกายภาพ : กำยานมีลักษณะเป็นก้อนหรือเม็ดเรซิน สีขาวอมเหลือง เหลือง น้ำตาล หรือแดงน้ำตาล มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • กลิ่น : เมื่อให้ความร้อนจะมีกลิ่นหอมหวานคล้ายวานิลลา ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญในการตรวจสอบเบื้องต้น
  • การตรวจสอบทางเคมี : สามารถใช้ TLC, HPLC และ GC-MS เพื่อตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีและยืนยันชนิดหรือคุณภาพของเรซิน
  • สารบ่งชี้สำคัญ : สำหรับ Siam benzoin สามารถตรวจสอบ benzoic acid, coniferyl benzoate, vanillin และ benzyl benzoate เป็นองค์ประกอบสำคัญ
  • การแยกชนิดกำยาน : ควรตรวจสอบทางพฤกษศาสตร์และเคมีร่วมกัน เพราะ Siam benzoin และ Sumatra benzoin มีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

คำเตือนทางการแพทย์

  • กำยานเป็นสมุนไพร ไม่ใช่ยาที่ใช้ทดแทนการรักษาโรคทุกชนิด
  • หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของกำยานสกุล Styrax ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ การวิเคราะห์ทางเคมี การทดลองในห้องปฏิบัติการ และภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงไม่ควรสรุปเกินหลักฐาน
  • ห้ามสับสนกำยาน (Styrax/Benzoin) กับ Frankincense (Boswellia) เพราะเป็นพืชคนละสกุลและมีสารสำคัญแตกต่างกัน
  • ผู้ที่มีประวัติ แพ้น้ำหอม เรซิน หรือ balsam ควรระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีรายงานการเกิด allergic contact dermatitis จากผลิตภัณฑ์ benzoin
  • หากใช้เพื่อรักษาอาการ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรืออาการทางระบบหายใจรุนแรง ควรพบแพทย์ ไม่ควรใช้กำยานแทนการวินิจฉัยและรักษา
  • การใช้กำยานรับประทานควรเลือก ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน ระบุชนิดพืชและขนาดใช้ชัดเจน และควรปรึกษาแพทย์แผนไทย แพทย์ หรือเภสัชกรเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). ข้อมูลรายการอ้างอิงผลิตภัณฑ์สมุนไพร ประเภทตำรับยาแผนไทย ฉบับ พ.ศ. 2566. กระทรวงสาธารณสุข.
  2. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
  3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2568). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร. กระทรวงสาธารณสุข.
  4. สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2564). กำยาน. คลังต้นไม้แห่งการเรียนรู้.
  5. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (ม.ป.ป.). กำยาน. ฐานข้อมูลพรรณพืช.
  6. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Styrax tonkinensis (Pierre) Craib ex Hartwich. Plants of the World Online.
  7. Joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives. (2014). Benzoe tonkinensis. FAO JECFA Monographs 16.
  8. Burger, P., Casale, A., Kerdudo, A., Michel, T., et al. (2016). New insights in the chemical composition of benzoin balsams. Food Chemistry, 210, 174–183.
  9. Debnath, S., Nath, M., Sarkar, A., Roy, G., Chakraborty, S. K., & Debnath, B. (2024). Phytochemical characterization of Styrax benzoin resin extract, molecular docking, ADME, and antibacterial activity study. Natural Product Research, 38(7), 1263–1268.
  10. Gayatri, A., Rohaeti, E., & Batubara, I. (2019). Gum benzoin (Styrax benzoin) as antibacterial against Staphylococcus aureus. Al-Kimia, 7(2).
  11. Langenheim, J. H. (2003). Plant resins: Chemistry, evolution, ecology, and ethnobotany. Timber Press.
  12. Pinyopusarerk, K. (1994). Styrax tonkinensis: Taxonomy, ecology, silviculture and uses. Australian Centre for International Agricultural Research.
  13. Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2004). Gum benzoin: Description, production and utilisation. FAO Non-Wood Forest Products.
  14. Scardamaglia, L., Nixon, R., & Fewings, J. (2003). Compound tincture of benzoin: A common contact allergen? Australasian Journal of Dermatology, 44(3), 180–184.
Scroll to top