กำจาย
กำจาย เป็นสมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่งในวงศ์ถั่ว มีลักษณะเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาที่มีหนามแข็งโค้ง พบในป่าและพื้นที่ชนบทของประเทศไทยหลายภูมิภาค และมีการใช้เป็น สมุนไพรรักษาไข้ ถอนพิษ แก้แผล และขับระดู ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน นอกจากนี้ฝักยังมีสารฝาดที่นำมาใช้ประโยชน์ในการชะล้างแผล ห้ามเลือด และย้อมวัสดุบางชนิดได้
หมายเหตุ: ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในเอกสารไทยจำนวนมากคือ Caesalpinia digyna Rottler แต่ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานของ Kew ปัจจุบันยอมรับชื่อ Moullava digyna (Rottler) Gagnon & G.P.Lewis โดย Caesalpinia digyna เป็นชื่อพ้อง ดังนั้นควรใช้ทั้งสองชื่อเพื่อให้ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กำจาย
- ชื่อท้องถิ่น : กระจาย, ขี้คาก, ขี้แรด, มะหนามจาย, มะนามจาย, มะเบ๋น, หนามจาย, หนามหัน, หนามแดง, จิงจ่าย, งาย, ฮาย, ฮายปูน, ตาฉู่แม, สื่อกีพอ และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ
- ชื่อสามัญ : Teri pods, Teri-pod plant
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ทั่วไปในเอกสารสมุนไพร : Caesalpinia digyna Rottler
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ Kew ยอมรับปัจจุบัน : Moullava digyna (Rottler) Gagnon & G.P.Lewis
- วงศ์ : Fabaceae หรือ Leguminosae
- วงศ์ย่อย : Caesalpinioideae
- ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถามีหนาม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ดอกสีเหลือง และผลเป็นฝักแบน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : กำจายเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง สามารถทอดเลื้อยหรือพาดพันพืชอื่นได้ สูงประมาณ 2.5–10 เมตร ลำต้นอ่อนมีสีขาวนวลถึงน้ำตาลและผิวค่อนข้างเรียบ ส่วนกิ่งแก่และก้านใบมี หนามแหลมแข็งโค้งลง ลักษณะคล้ายหนามกุหลาบ กิ่งอ่อนมีขนสั้นปกคลุม
- ใบ : เป็น ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ แกนใบประกอบยาวประมาณ 15–20 เซนติเมตร มีแขนงใบประมาณ 8–12 คู่ และแต่ละแขนงมีใบย่อยประมาณ 8–12 คู่ ใบย่อยเรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ปลายมนหรือเว้าเล็กน้อย โคนใบไม่สมมาตร ขนาดประมาณ 8–12 × 3–4 มิลลิเมตร ใบอ่อนมีขนนุ่ม ส่วนใบแก่มีขนน้อยลงหรือเกลี้ยง ก้านใบย่อยสั้นมาก หูใบเรียวแคบและร่วงง่าย
- ดอก : ออกเป็น ช่อกระจะ ตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อยาวประมาณ 15–20 เซนติเมตร ดอกย่อยมีจำนวนมาก กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลืองสด ขนาดไม่เท่ากัน กลีบค่อนข้างกลม ปลายเว้า เมื่อดอกบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5–7 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยตื้น มีเกสรเพศผู้ 10 อัน และรังไข่มีออวุลประมาณ 3–4 เม็ด
- ผล : เป็น ฝักแบน รูปรีแกมขอบขนาน ตรงกลางป่องเล็กน้อย ปลายเป็นจะงอย ขอบเป็นสัน ขนาดประมาณ 3.5–5 × 1.5–2 เซนติเมตร ฝักอ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีดำและไม่แตกอ้า ภายในมีเมล็ดประมาณ 2–3 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลค่อนข้างกลม

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กำจายมีถิ่นกระจายพันธุ์ในเขตร้อนของเอเชีย ตั้งแต่อินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า ภูมิภาคอินโดจีน จีนตอนใต้ มาเลเซีย และประเทศไทย โดย Kew ระบุการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติครอบคลุมประเทศไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา อินเดีย เนปาล ศรีลังกา จีนตอนใต้ และพื้นที่อื่นในเอเชียเขตร้อน ในประเทศไทยพบตาม ป่าเบญจพรรณ ชายป่า และพื้นที่ป่าที่มีสภาพค่อนข้างแห้งถึงชื้น โดยสามารถพบในหลายภูมิภาค และมีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันตามพื้นที่
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด โดยใช้เมล็ดแก่ที่สมบูรณ์เพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดี
- สภาพพื้นที่ : ควรเลือกบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอ ดินระบายน้ำได้ดี และมีพื้นที่ให้กิ่งเลื้อยหรือพาดพัน
- การดูแล : ในระยะแรกควรให้น้ำสม่ำเสมอ เมื่อพืชตั้งตัวได้แล้วสามารถปรับลดการให้น้ำได้ตามสภาพแวดล้อม
- ข้อควรระวังในการปลูก : เนื่องจากลำต้นและก้านใบมีหนามแข็ง ควรปลูกในบริเวณที่ไม่กีดขวางทางเดินและควรใช้ถุงมือเมื่อตัดแต่งหรือเก็บส่วนของพืช
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ราก : ใช้ตามตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมีการกล่าวถึงรสยาและสรรพคุณด้านการแก้ไข้ ขับระดู และถอนพิษ
- ฝักหรือผล : ใช้เป็นยาฝาดสมาน โดยเฉพาะการนำฝักสดมาใช้กับแผลตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ทั้งต้น : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการใช้เกี่ยวกับพิษงู
สรรพคุณทางสมุนไพร
- ราก : มีรสเบื่อเย็นเล็กน้อย ตามตำรายาไทยใช้ ขับระดูสตรี แก้ไข้ แก้พิษงู ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้พิษฝี และรักษาแผลเรื้อรัง
- รากในภูมิปัญญาพื้นบ้านภาคอีสาน : ใช้รากกำจายผสมกับรากมะขามป้อม ต้มน้ำดื่มสำหรับ แก้กามโรค ตามองค์ความรู้พื้นบ้าน
- รากใช้ภายนอก : นำมาตำแล้วพอกบริเวณที่มีแผลสด แผลเรื้อรัง แผลเปื่อย หรือบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ฝักสด : มีรสฝาด ใช้ตำแล้วคั้นน้ำสำหรับ ชะล้างแผลสด ห้ามเลือด และสมานแผล ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ฝัก : มีการใช้ต้มน้ำดื่มเป็น ยาแก้ท้องร่วง ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันในมนุษย์
วิธีใช้
- ต้มดื่ม : ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำรากมาต้มกับน้ำสำหรับใช้แก้ไข้หรือขับระดู และนำฝักมาต้มสำหรับอาการท้องร่วง
- ตำพอก : นำรากมาตำละเอียดแล้วใช้พอกบริเวณแผลหรือบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อยตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใช้ภายนอกกับแผล : ฝักสดนำมาตำ ห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วคั้นน้ำสำหรับใช้ชะล้างแผลและห้ามเลือดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
หมายเหตุ: ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานจากข้อมูลพื้นบ้านเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอสำหรับกำหนดขนาดยาและระยะเวลาการใช้ที่ปลอดภัยในมนุษย์
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบข้อมูล บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และข้อมูลประกาศที่เกี่ยวข้อง ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่า กำจาย (Caesalpinia digyna) เป็นรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร จึงไม่ควรนำชื่อกำจายไปกล่าวว่าเป็น “ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ” โดยไม่มีตำรับหรือประกาศที่ระบุโดยตรง
สาระสำคัญ
- กำจายเป็นสมุนไพรที่มีหนาม และมีลักษณะเด่นเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย
- ราก เป็นส่วนที่กล่าวถึงมากที่สุดในตำรายาไทยและการแพทย์พื้นบ้าน
- ฝัก มีสารกลุ่มแทนนินและมีฤทธิ์ฝาดสมานตามการใช้พื้นบ้าน
- มีการตรวจพบสารสำคัญหลายกลุ่ม เช่น bergenin, caesalpinine A, caesalpinine C, ellagic acid, gallic acid, tannins, flavonoids และ phytosterols
- งานวิจัยสมัยใหม่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ หลอดทดลอง การทดลองในสัตว์ และการศึกษาทางเคมีของสารสกัด
องค์ประกอบทางเคมี
มีรายงานการตรวจพบและแยกสารจากส่วนต่าง ๆ ของกำจาย ได้แก่
- Bergenin
- Caesalpinine A และ Caesalpinine C
- Cellallocinnine
- Ellagic acid
- Gallic acid
- Bonducellin
- Intricatinol
- Tannins
- Friedelin
- β-Sitosterol
- Stigmasterol
- Hexacosanoic acid
- สารกลุ่ม flavonoids และ homoisoflavonoids อีกหลายชนิด
งานวิจัยด้านเคมีในรากพบ friedelin, hexacosanoic acid, β-sitosterol และ stigmasterol จากสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ ขณะที่งานด้านรากก่อนหน้านี้รายงานการแยก bergenin, caesalpinine A และ caesalpinine C
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยของกำจายมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังเป็น งานวิจัยก่อนคลินิก ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากรากและสาร bergenin แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในแบบจำลองทดลอง และมีการศึกษาผลต่อระบบเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ลดไข้ : สารสกัดเมทานอลจากใบแสดงฤทธิ์ลดไข้ในหนูทดลอง โดยผลมีลักษณะขึ้นกับขนาดยา และมีการศึกษากลไกเชิงคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับ COX-1, COX-2 และ mPGES-1
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบและแก้ปวด : งานวิจัยปี 2024 รายงานว่าสารสกัดเมทานอลจากใบมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบของข้อ และลดความเจ็บปวดในแบบจำลองทดลอง
- ฤทธิ์ต้านท้องร่วง : สารสกัดจากลำต้นมีผลลดจำนวนและน้ำหนักอุจจาระในแบบจำลองท้องร่วงที่เหนี่ยวนำด้วยน้ำมันละหุ่งในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเบาหวาน : bergenin ที่แยกจากรากแสดงผลลดระดับน้ำตาลและปรับตัวชี้วัดไขมันและภาวะเครียดออกซิเดชันในหนูทดลองเบาหวาน
- ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : สารบางชนิดที่แยกได้จากกิ่งและใบแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งบางสายพันธุ์ในหลอดทดลอง แต่ยังไม่สามารถสรุปเป็นประสิทธิผลในการรักษามะเร็งในมนุษย์ได้
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
หลักฐานของ กำจาย (Caesalpinia digyna) ในปัจจุบันควรจัดอยู่ในระดับ ก่อนคลินิก (preclinical evidence) เป็นหลัก โดยประกอบด้วย
- ระดับข้อมูลภูมิปัญญาและชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ : มีข้อมูลการใช้ในระบบการแพทย์ดั้งเดิมและการแพทย์พื้นบ้าน
- ระดับเภสัชเวทและเคมี : มีการตรวจสอบลักษณะทางเภสัชเวทและแยกสารสำคัญจากราก
- ระดับหลอดทดลอง : มีข้อมูลฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ต่อเซลล์บางชนิด
- ระดับสัตว์ทดลอง : มีข้อมูลด้านลดไข้ ลดปวด ต้านการอักเสบ ต้านท้องร่วง และผลต่อระดับน้ำตาล
- ระดับการทดลองในมนุษย์ : ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยสำหรับใช้รักษาโรคเป็นมาตรฐาน
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ต้านอนุมูลอิสระ : พบฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระจากสารสกัดรากในแบบจำลองทางห้องปฏิบัติการ
- ลดไข้ : สารสกัดใบมีฤทธิ์ลดไข้ในหนูทดลอง และมีการศึกษาเชิงโมเลกุลที่เสนอความเป็นไปได้ในการเกี่ยวข้องกับเส้นทาง COX/mPGES-1
- ต้านการอักเสบ : สารสกัดใบและส่วนอื่นของพืชแสดงฤทธิ์ในแบบจำลองการอักเสบ
- แก้ปวด : สารสกัดใบแสดงผลลดความเจ็บปวดในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
- ต้านท้องร่วง : สารสกัดลำต้นลดตัวชี้วัดของอาการท้องร่วงในสัตว์ทดลอง
- ต้านเบาหวาน : bergenin จากรากมีผลต่อระดับน้ำตาลและตัวชี้วัดทางเมแทบอลิซึมในหนูทดลอง
- ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : สารบางชนิดจากกิ่งและใบมีฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งบางสายพันธุ์ในหลอดทดลอง
ความปลอดภัย
ข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์ของกำจายยังมีจำกัด จึงควรแยก ข้อมูลจากการใช้ตามภูมิปัญญา ออกจาก หลักฐานทางพิษวิทยาสมัยใหม่ มีการศึกษาสารสกัดลำต้นในสัตว์ทดลองและไม่พบสัญญาณความเสียหายหรือความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ชัดเจนในช่วงการสังเกตของการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะรับรองความปลอดภัยของการใช้กำจายในมนุษย์หรือการใช้ในระยะยาว
หมายเหตุ: ยังไม่ควรนำผลการทดลองในสัตว์หรือผลการทดสอบสารสกัดมาเทียบเท่ากับความปลอดภัยของการรับประทานสมุนไพรในคน
ข้อห้ามใช้
- หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกำจาย โดยเฉพาะการใช้ราก เนื่องจากตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้านระบุการใช้รากเพื่อขับระดู จึงมีเหตุผลด้านความปลอดภัยให้หลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์
- ไม่ควรใช้ในขนาดสูงหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ให้คำแนะนำ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาประจำควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำรากหรือสารสกัดกำจายมาใช้
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกำจายกับยาชนิดใดอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สารสกัดของกำจายมีสารออกฤทธิ์หลายกลุ่ม และมีข้อมูลการทดลองด้านฤทธิ์ทางชีวภาพหลายระบบ จึงไม่ควรสรุปว่าปราศจากปฏิกิริยากับยา ผู้ที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาลดน้ำตาลในเลือด หรือยาที่มีช่วงความปลอดภัยแคบ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกำจาย เนื่องจากข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยากับสมุนไพรในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ
การใช้ในอาหาร
มีข้อมูลการใช้ประโยชน์จากกำจายด้านอาหารในฐานข้อมูลพืชเศรษฐกิจและการใช้ประโยชน์ของพืช แต่ ไม่ควรนำข้อมูลการใช้ทางยาไปสรุปว่าเป็นพืชอาหารที่สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยในปริมาณทั่วไป โดยเฉพาะรากและสารสกัดเข้มข้น
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ราก : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และมีการจำแนกชนิดพืชอย่างถูกต้องก่อนนำไปใช้
- ฝัก : หากต้องการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ควรเลือกฝักที่สมบูรณ์ ไม่มีเชื้อรา แมลง หรือสิ่งปนเปื้อน
- การทำให้แห้ง : ส่วนของพืชที่นำมาเก็บเป็นวัตถุดิบแห้งควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมและป้องกันความชื้น
- การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด ปิดสนิท แห้ง อากาศถ่ายเท และป้องกันแสง ความชื้น แมลง และเชื้อรา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กำจายมีชื่อเรียกแตกต่างกันอย่างมากในประเทศไทย เช่น กระจาย ขี้คาก ขี้แรด มะหนามจาย หนามหัน หนามแดง งาย ฮาย และฮายปูน สะท้อนการใช้ประโยชน์และการรู้จักพืชในหลายภูมิภาค ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีการใช้ รากกำจาย สำหรับไข้ พิษงู พิษแมลงสัตว์กัดต่อย พิษฝี แผลเรื้อรัง และการขับระดู ส่วน ฝัก ใช้เป็นยาฝาดสมาน ชะล้างแผล ห้ามเลือด และใช้แก้ท้องร่วง นอกจากนี้ภาคอีสานมีการกล่าวถึงการใช้รากกำจายร่วมกับรากมะขามป้อมในตำรับพื้นบ้าน
ประวัติและวัฒนธรรม
กำจายเป็นพืชที่มีการใช้ประโยชน์ในเอเชียมานาน ทั้งด้าน สมุนไพร สารฝาด และการย้อมวัสดุ โดยฝักมีสารฝาดที่สามารถนำมาใช้กับผ้า หนัง แห และอวนได้ ในประเทศไทยชื่อกำจายและชื่อท้องถิ่นที่หลากหลายแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพืชชนิดนี้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนในหลายพื้นที่
สถานะการอนุรักษ์
ข้อมูลจาก Kew ระบุการประเมินตาม Angiosperm Extinction Risk Predictions ว่า Moullava digyna มีการคาดการณ์สถานะ Not Threatened และมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ฐานข้อมูลตัวอย่างพรรณไม้บางแห่งยังระบุสถานะเป็น Not Evaluated (NE) ดังนั้นข้อมูลสถานะอนุรักษ์ควรอ้างอิงตามระบบประเมินที่ใช้และปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom : Plantae
- Clade : Angiosperms
- Clade : Eudicots
- Clade : Rosids
- Order : Fabales
- Family : Fabaceae
- Subfamily : Caesalpinioideae
- Genus : Moullava
- Species : Moullava digyna (Rottler) Gagnon & G.P.Lewis
- ชื่อที่ใช้ในเอกสารสมุนไพรไทยและชื่อพ้อง : Caesalpinia digyna Rottler
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Caesalpinia gracilis Miq., Caesalpinia oleosperma Roxb.
หมายเหตุ: การจัดอนุกรมวิธานของพืชชนิดนี้มีการปรับปรุง โดย Kew ยอมรับชื่อ Moullava digyna ขณะที่เอกสารพฤกษศาสตร์และสมุนไพรไทยจำนวนมากยังใช้ Caesalpinia digyna ดังนั้นควรระบุชื่อทั้งสองแบบในฐานข้อมูลเว็บไซต์
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ลักษณะเด่นภาคสนาม : ไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถามีหนามแข็งโค้ง
- ใบ : ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น มีใบย่อยเรียงตรงข้ามหลายคู่
- ดอก : ช่อกระจะตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง
- ผล : ฝักแบน รูปรีแกมขอบขนาน ตรงกลางป่องเล็กน้อย ปลายเป็นจะงอย เมื่อแก่มีสีดำและไม่แตก
- ราก : เป็นส่วนที่ใช้เป็นยาในตำรายาไทยและมีการศึกษาทางเภสัชเวท โดยพบสารสำคัญ เช่น bergenin, caesalpinine A และ caesalpinine C
การตรวจสอบวัตถุดิบสำหรับใช้เป็นยาควรอาศัย ตัวอย่างพรรณไม้แห้ง ลักษณะทางสัณฐานวิทยา และการตรวจสอบทางเภสัชเวทหรือห้องปฏิบัติการ เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชชนิดอื่นที่มีชื่อท้องถิ่นคล้ายกัน
คำเตือนทางการแพทย์
กำจายเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาทางเคมี การทดลองในหลอดทดลอง และสัตว์ทดลอง จึงยังไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษามาตรฐานหรือสรุปประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์ได้
โดยเฉพาะการใช้รากเพื่อขับระดู ควรหลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ และไม่ควรใช้สมุนไพรเพื่อรักษาพิษงูหรือแผลรุนแรงแทนการได้รับการรักษาฉุกเฉินจากบุคลากรทางการแพทย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (ม.ป.ป.). กำจาย (Caesalpinia digyna). ฐานข้อมูลพรรณไม้ รพส.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). e-Flora of Thailand: Caesalpinia digyna Rottler / Moullava digyna. e-Flora of Thailand
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2568). ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- Srinivasan, R., Chandrasekar, M. J. N., & Nanjan, M. J. (2011). Phytochemical investigations of Caesalpinia digyna root. E-Journal of Chemistry, 8(4), 1843–1847. https://doi.org/10.1155/2011/630375
- Mitra, S. K., Kannan, R., & Sundaram, R. (2007). Pharmacognostical and physicochemical characteristics of roots of lesser known medicinal plant Caesalpinia digyna Rottl. Ancient Science of Life, 26(3), 35–39.
- Fatema, K., Mia, M. A. R., Nipun, T. S., & Hossen, S. M. M. (2024). Phytochemical profiling and pharmacological evaluation of methanolic leaf extract of C. digyna for cytotoxic, anti-inflammatory, antioxidant, antiarthritic, and analgesic activities. Food Science & Nutrition, 12, 10231–10241. https://doi.org/10.1002/fsn3.4504
- Gagnon, E., & Lewis, G. P. (2016). Moullava digyna (Rottler) Gagnon & G.P.Lewis. PhytoKeys, 71, 67.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Moullava digyna (Rottler) Gagnon & G.P.Lewis. Plants of the World Online. Plants of the World Online
- Ramamurthy, R., Chandrasekar, M. J. N., & Nanjan, M. J. (2011). Phytochemical investigations of Caesalpinia digyna root. E-Journal of Chemistry, 8(4), 1843–1847.
- Ghosh, S., et al. (2021). Antipyretic activity of Caesalpinia digyna (Rottl.) leaves extract along with phytoconstituent’s binding affinity to COX-1, COX-2, and mPGES-1 receptors: In vivo and in silico approaches. Saudi Journal of Biological Sciences. https://doi.org/10.1016/j.sjbs.2021.05.050
- Scientific Reports. (2025). Combined in vitro and computational studies on the antioxidant and anticancer effects of Caesalpinia digyna (Rottl.) fruit extracts.
