กะเม็งตัวเมีย

กะเม็งตัวเมีย

กะเม็งตัวเมีย เป็นสมุนไพรล้มลุกขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ชื้นแฉะ ริมทาง และพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะบริเวณนาข้าว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eclipta prostrata (L.) L. ในวงศ์ Asteraceae หรือวงศ์ทานตะวัน เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีน โดยนิยมใช้ ทั้งต้นหรือส่วนเหนือดิน และมีข้อมูลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ปกป้องตับ ต้านจุลชีพ และส่งเสริมการเจริญของเส้นผม อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงควรแยกข้อมูลจากภูมิปัญญาดั้งเดิมออกจากข้อสรุปด้านการรักษาโรคที่ได้รับการยืนยันทางการแพทย์

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย : กะเม็งตัวเมีย, กะเม็ง, กาเม็ง, คัดเม็ง, หญ้าสับ, ฮ่อมเกี่ยว หรือห้อมเกี้ยว
  • ชื่อสามัญ : False daisy, White head, Yerba de tajo
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eclipta prostrata (L.) L.
  • ชื่อพ้องที่พบในเอกสาร : Eclipta alba Hassk., Verbesina prostrata L.
  • วงศ์ : Asteraceae (Compositae)
  • ชื่อเครื่องยา : Ecliptae Herba สำหรับส่วนเหนือดินหรือทั้งต้นตามระบบยาสมุนไพร
  • ชื่อจีน : 墨旱莲 (Mò Hàn Lián) หรือ ม่อฮั่นเหลียน
  • ลักษณะเด่น : เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีขน ใบออกตรงข้าม และมีช่อดอกขนาดเล็กสีขาว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : ไม้ล้มลุกอายุสั้น ลำต้นตั้งตรง แผ่ หรือทอดนอน แตกกิ่งมากจากโคนต้น สูงโดยทั่วไปประมาณ 30–60 เซนติเมตร และอาจพบต้นที่สูงได้มากกว่านี้ ลำต้นมีขนสั้นสีขาวหรือขนแข็งละเอียด
  • ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ไม่มีก้านหรือมีก้านสั้นมาก รูปใบหอก รูปรีแกมใบหอก หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือมีหยักฟันเลื่อยตื้น ๆ ผิวใบมีขน
  • ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกแน่นแบบช่อกระจุกแน่นรวมเป็นกระจุกดอกหรือ head บริเวณซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีขนาดประมาณ 6–8 มิลลิเมตร กลีบดอกวงนอกเป็นดอกลิ้นสีขาว ส่วนดอกกลางเป็นดอกหลอดสีขาว
  • ผล : ผลแบบผลแห้งไม่แตกชนิด achene มีขนาดเล็ก รูปรีหรือรูปไข่กลับ สีน้ำตาลถึงดำ มีลักษณะเป็นเหลี่ยมหรือแบน และมีโครงสร้างคล้ายเกล็ดขนาดเล็กที่ปลาย
  • ราก : ระบบรากค่อนข้างแตกแขนง และสามารถเกิดรากตามข้อของลำต้นที่สัมผัสพื้นได้ในบางสภาพแวดล้อม

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเขตร้อนของทวีปอเมริกา
  • การกระจายพันธุ์ : ปัจจุบันแพร่กระจายกว้างขวางในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย และภูมิภาคอื่น ๆ
  • ในประเทศไทย : พบได้หลายภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ชื้นแฉะ นาข้าว ริมลำคลอง ริมทาง และพื้นที่รกร้าง
  • สภาพแวดล้อมที่พบ : เจริญได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ดินชื้นหรือมีน้ำขังเป็นครั้งคราว และพบได้ตั้งแต่พื้นที่ระดับต่ำจนถึงประมาณ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีหลัก โดยใช้เมล็ดแก่ที่สมบูรณ์ หว่านหรือโรยบนวัสดุเพาะที่มีความชื้น แล้วกลบดินบาง ๆ หรือวางเมล็ดใกล้ผิวดิน เนื่องจากเมล็ดต้องการแสงและความชื้นที่เหมาะสมต่อการงอก
  • สภาพแวดล้อม : ควรปลูกในพื้นที่ได้รับแสงแดดเต็มที่หรือร่มบางส่วน ดินควรมีความชื้นสม่ำเสมอและระบายน้ำได้พอเหมาะ
  • การให้น้ำ : ต้องการน้ำค่อนข้างมาก ไม่เหมาะกับสภาพแห้งแล้งเป็นเวลานาน
  • การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ : เมล็ดสามารถกระจายไปกับน้ำและสัตว์ และลำต้นบางส่วนที่สัมผัสดินสามารถเกิดรากและเจริญเป็นต้นใหม่ได้

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ส่วนเหนือดินหรือทั้งต้น : เป็นส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยาสำคัญ เรียกว่า Ecliptae Herba
  • ใบ : มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านทั้งรับประทานและใช้ภายนอก
  • ลำต้น : มีรายงานการใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับพื้นบ้านหลายชนิด
  • ราก : มีการใช้ตามตำรับพื้นบ้านบางแห่ง โดยเฉพาะตำรับเกี่ยวกับตับและระบบขับถ่าย

สรรพคุณทางสมุนไพร

  • ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน : ใช้กะเม็งตัวเมียเป็นยาฝาดสมาน ห้ามเลือด บำรุงเลือด และใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับอาการเลือดออก เช่น เลือดกำเดาออก ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด และถ่ายเป็นเลือด
  • ด้านตับและไต : ตำรับพื้นบ้านมีการใช้เพื่อบำรุงตับ บำรุงไต และใช้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ ตับอักเสบและดีซ่าน
  • ด้านระบบทางเดินอาหาร : มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับ ลำไส้อักเสบ บิด และความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • ด้านผิวหนัง : ใบหรือทั้งต้นนำมาตำพอกหรือใช้ภายนอกสำหรับ บาดแผล กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และโรคผิวหนังบางชนิด
  • ด้านช่องปาก : มีภูมิปัญญาการใช้ดอกและใบต้มเพื่อใช้ภายนอกบริเวณเหงือกหรืออาการปวดฟัน
  • ด้านเส้นผม : น้ำคั้นจากต้นหรือใบผสมกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันงาใช้หมักหรือทาศีรษะตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมีความเชื่อว่าช่วยให้ ผมดกดำและชะลอผมหงอก
  • ตามการแพทย์แผนจีน : เครื่องยา Ecliptae Herba มีสรรพคุณดั้งเดิมในการ บำรุงตับและไต ทำให้เลือดเย็น และช่วยห้ามเลือด
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ว่าสามารถรักษาโรคดังกล่าวได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ตับอักเสบ เลือดออกผิดปกติ หรือโรคติดเชื้อ ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์

วิธีใช้

  • ใช้เป็นยาต้ม : ตำรายาพื้นบ้านมีการนำทั้งต้นหรือส่วนเหนือดินมาต้มกับน้ำแล้วรับประทาน
  • ใช้คั้นน้ำสด : บางตำรับใช้ต้นสดตำและคั้นน้ำสำหรับรับประทานในกรณีเลือดกำเดา ไอเป็นเลือด หรืออาการตามตำรับพื้นบ้าน
  • ใช้ภายนอก : ใบหรือทั้งต้นสดนำมาตำ พอกบริเวณบาดแผลหรือผิวหนังตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • ใช้กับเส้นผม : น้ำคั้นจากต้นหรือใบอาจนำไปผสมกับน้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันงา ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
หมายเหตุ : ไม่ควรนำวิธีใช้และขนาดยาจากตำรับพื้นบ้านไปใช้แทนคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเลือดออก ดีซ่าน ปัสสาวะเป็นเลือด หรือสงสัยโรคร้ายแรง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

กะเม็ง ปรากฏอยู่ใน รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 ในฐานะพืชวัตถุ โดยระบุทั้ง กะเม็ง ส่วนเหนือดิน (Ecliptae Prostratae Herba) และ กะเม็ง ใบ (Ecliptae Prostratae Folium) นอกจากนี้ยังมีกะเม็งเป็นส่วนประกอบในตำรับยาบางรายการ เช่น ยาผสมเพชรสังฆาต ซึ่งใช้กะเม็งส่วนเหนือดินเป็นตัวยาร่วม

สาระสำคัญ

สาระสำคัญของ กะเม็งตัวเมีย อยู่ที่กลุ่มสารพฤกษเคมีหลายประเภท โดยเฉพาะ coumestans, flavonoids, phenolic acids, triterpenoid saponins, steroidal saponins และ thiophenes ซึ่งมีการศึกษาเชื่อมโยงกับฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน

องค์ประกอบทางเคมี

  • Coumestans : เช่น wedelolactone และสารอนุพันธ์ของ wedelolactone
  • Saponins : เช่น eclalbasaponins และ ecliptasaponins
  • Flavonoids : เช่น luteolin, luteolin-7-O-glucoside และ apigenin
  • Phenolic compounds : รวมถึงกรดฟีนอลิกหลายชนิด
  • Triterpenoids และ steroids : พบสารในกลุ่ม triterpenes, phytosterols และ steroidal compounds
  • Thiophenes และ polyacetylenes : เป็นอีกกลุ่มสารที่มีรายงานในพืชชนิดนี้
  • สารอื่น ๆ : มีการตรวจพบสารประกอบอินทรีย์หลายกลุ่มเพิ่มเติมจากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟีและแมสสเปกโทรเมทรี

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยเกี่ยวกับ Eclipta prostrata ครอบคลุมทั้งการศึกษาองค์ประกอบทางเคมี การทดลองในหลอดทดลอง การทดลองในสัตว์ และการศึกษาด้านเภสัชวิทยา โดยพบศักยภาพของสารสกัดหรือสารบริสุทธิ์ในหลายด้าน แต่หลักฐานจำนวนมากยังอยู่ในระดับ in vitro และสัตว์ทดลอง มากกว่าการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์

  • การศึกษาด้านตับ : สารสกัดและสารบางชนิดแสดงฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับในแบบจำลองการทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : พบศักยภาพในการลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระในระบบทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารบางชนิด โดยเฉพาะ wedelolactone มีการศึกษากลไกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดจากกะเม็งมีรายงานการยับยั้งเชื้อจุลชีพหลายชนิดในหลอดทดลอง
  • ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : มีการศึกษาสารสกัดและสารบริสุทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งหลายชนิด แต่ยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานว่ากะเม็งรักษามะเร็งในมนุษย์ได้
  • ด้านเส้นผม : มีการศึกษาฤทธิ์ส่งเสริมการเจริญของเส้นผมทั้งในแบบจำลองเซลล์และสัตว์ทดลอง
  • ด้านระบบประสาทและเมตาบอลิซึม : มีงานวิจัยเบื้องต้นเกี่ยวกับฤทธิ์ neuroprotective และผลต่อระดับน้ำตาลและไขมัน แต่ยังต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ระดับสูงสุดที่มีข้อมูลชัดเจน : การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพในห้องปฏิบัติการ
  • ระดับก่อนคลินิก : มีข้อมูลจากการทดลองในสัตว์สำหรับฤทธิ์ปกป้องตับ ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และกิจกรรมทางชีวภาพอื่น ๆ
  • ระดับคลินิกในมนุษย์ : ยังมีข้อมูลจำกัดเมื่อเทียบกับจำนวนงานวิจัยก่อนคลินิก
  • ข้อสรุป : หลักฐานในปัจจุบันสนับสนุน ศักยภาพทางเภสัชวิทยา มากกว่าการยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : มีรายงานจากการทดสอบสารสกัดหลายชนิด
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : โดยเฉพาะสาร wedelolactone ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
  • ฤทธิ์ปกป้องตับ : สารสกัดกะเม็งแสดงศักยภาพในการลดความเสียหายของตับในแบบจำลองก่อนคลินิก
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : พบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในหลอดทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง : สารสกัดและสารบางชนิดแสดงการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งในแบบจำลองเซลล์
  • ฤทธิ์ส่งเสริมเส้นผม : มีหลักฐานจากการทดลองก่อนคลินิกเกี่ยวกับการกระตุ้นการเจริญของเส้นผม
  • ฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ : มีการศึกษากลไกหลายเส้นทาง แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการสรุปผลทางคลินิก

ความปลอดภัย

ข้อมูลความปลอดภัยในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น ข้อมูลจากการทดลองในสัตว์และการทดสอบในห้องปฏิบัติการ งานทบทวนหนึ่งรายงานว่าการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันในหนูของส่วนสกัดเอทานอลบางชนิดไม่พบการเสียชีวิตแม้ใช้ขนาดสูง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความเป็นพิษระยะยาว ความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ และความปลอดภัยในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด

หมายเหตุ : การที่ผลการทดลองในสัตว์ไม่พบความเป็นพิษรุนแรง ไม่ได้หมายความว่าการใช้ในมนุษย์ทุกขนาดและทุกระยะเวลาจะปลอดภัย

ข้อห้ามใช้

  • ตามภูมิปัญญาไทย : แหล่งข้อมูลตำรายาพื้นบ้านระบุให้หลีกเลี่ยงในผู้ที่มีอาการ ปัสสาวะบ่อยมากหรือถ่ายเป็นน้ำมาก
  • ตามข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิมในบางระบบการแพทย์ : ควรระมัดระวังในผู้ที่มีภาวะม้ามหรือไตพร่องตามแนวคิดการแพทย์แผนจีน
  • การตั้งครรภ์และให้นมบุตร : เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เพื่อรักษาโรคด้วยตนเอง
  • เด็ก : ไม่ควรใช้ในเด็กโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่มีความรู้ด้านสมุนไพร

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างกะเม็งตัวเมียกับยาแผนปัจจุบัน ยังมีจำกัด จึงไม่ควรถือว่าไม่มีปฏิกิริยาระหว่างยา โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาหลายชนิดหรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อ การแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาที่มีผลต่อตับ ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ เนื่องจากมีข้อมูลก่อนคลินิกเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพหลายระบบ แต่ยังไม่มีข้อมูลในมนุษย์เพียงพอที่จะกำหนดคู่ยาที่ปลอดภัยอย่างชัดเจน

การใช้ในอาหาร

กะเม็งตัวเมียมีประวัติการใช้เป็นอาหารในบางพื้นที่ของเอเชีย โดยเฉพาะใบและยอดอ่อนที่นำมาปรุงสุกเป็นผัก อย่างไรก็ตาม การใช้เป็นอาหารควรแยกจากการใช้ในขนาดเข้มข้นในรูปสารสกัดหรือยา

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับยาสมุนไพร โดยเฉพาะส่วนเหนือดิน
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม : มีการใช้สารสกัดกะเม็งในผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง : อาจใช้สารสกัดเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม
  • ผลิตภัณฑ์การแพทย์แผนจีน : เครื่องยา Ecliptae Herba เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในระบบการแพทย์แผนจีนและมีการควบคุมคุณภาพด้วยการตรวจเอกลักษณ์ทางเคมี

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ระยะเก็บเกี่ยว : สำหรับทำเครื่องยา มักเก็บเกี่ยวในระยะที่ต้นออกดอกหรือมีส่วนเหนือดินเจริญสมบูรณ์
  • การเตรียมวัตถุดิบ : เก็บส่วนเหนือดินหรือทั้งต้น ทำความสะอาด ตัดส่วนที่ไม่ต้องการ แล้วทำให้แห้ง
  • การทำให้แห้ง : สามารถผึ่งในที่อากาศถ่ายเทหรือทำให้แห้งด้วยวิธีควบคุมอุณหภูมิ เพื่อป้องกันความชื้นและเชื้อรา
  • การเก็บรักษา : ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทหรือถุงที่ป้องกันความชื้น เก็บในที่แห้ง เย็น และพ้นแสง
  • คุณภาพวัตถุดิบ : ควรหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่มีเชื้อรา กลิ่นผิดปกติ หรือปนเปื้อนดินและสิ่งแปลกปลอม

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กะเม็งตัวเมียเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยมายาวนาน โดยเฉพาะการใช้ทั้งต้นหรือส่วนเหนือดินสำหรับอาการเกี่ยวกับเลือด ตับ ไต ผิวหนัง และเส้นผม นอกจากนี้ยังมีการใช้เป็นยาภายนอกสำหรับบาดแผลและโรคผิวหนังบางชนิด ขณะที่ในบางพื้นที่มีการนำใบและยอดอ่อนไปประกอบอาหาร

ประวัติและวัฒนธรรม

ในประเทศไทย กะเม็งตัวเมีย เป็นพืชที่พบในองค์ความรู้สมุนไพรพื้นบ้านและตำรับยาไทย ขณะเดียวกันพืชชนิดนี้มีประวัติการใช้ในระบบการแพทย์จีนและอายุรเวทมายาวนาน โดยในตำราแพทย์จีนใช้เครื่องยา Ecliptae Herba หรือม่อฮั่นเหลียน ในกลุ่มยาที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงตับและไตและการห้ามเลือด

สถานะการอนุรักษ์

Eclipta prostrata เป็นพืชที่มีการกระจายพันธุ์กว้างมากในเขตร้อนและกึ่งร้อน และในหลายพื้นที่จัดเป็นพืชที่ขึ้นทั่วไปหรือวัชพืชในพื้นที่ชื้น จึงไม่ได้มีประเด็นการอนุรักษ์ในประเทศไทยในลักษณะเดียวกับพืชถิ่นเดียวหรือพืชหายาก อย่างไรก็ตาม การเก็บจากธรรมชาติควรคำนึงถึงการปนเปื้อนสารเคมีและมลพิษ โดยเฉพาะบริเวณนาข้าว ริมถนน และพื้นที่ที่อาจได้รับสารกำจัดศัตรูพืช

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom : Plantae
  • Phylum : Tracheophyta
  • Class : Magnoliopsida
  • Order : Asterales
  • Family : Asteraceae
  • Genus : Eclipta L.
  • Species : Eclipta prostrata (L.) L.
  • ชื่อพ้องสำคัญ : Eclipta alba Hassk.; Verbesina prostrata L.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Eclipta prostrata (L.) L.

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

  • เอกลักษณ์ทางมหภาค : เครื่องยามีลำต้นทรงกระบอก มีสันตามยาว ผิวสีเขียวอมสีน้ำตาลถึงเขียวคล้ำ ใบออกตรงข้าม รูปใบหอก และพบช่อดอกขนาดเล็ก
  • เอกลักษณ์ทางจุลทรรศน์ : ใบมี ขนปกคลุมชนิดหลายเซลล์ โดยมักพบ 3 เซลล์ มีผนังขนเป็นปุ่มหรือคล้ายหนาม และพบปากใบชนิด anomocytic ซึ่งสามารถใช้เป็นลักษณะช่วยยืนยันเอกลักษณ์ของเครื่องยา
  • การตรวจสอบทางเคมี : สามารถใช้ TLC/HPTLC หรือ LC-MS ตรวจสารเครื่องหมาย เช่น wedelolactone, luteolin และกลุ่ม ecliptasaponins/eclalbasaponins เพื่อประกอบการยืนยันชนิดและควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ

คำเตือนทางการแพทย์

กะเม็งตัวเมียเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาไทยและการแพทย์ดั้งเดิมหลายด้าน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากยังเป็นการศึกษาในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง ไม่ควรใช้กะเม็งตัวเมียทดแทนการรักษามาตรฐาน โดยเฉพาะกรณีเลือดออกผิดปกติ ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด ดีซ่าน ตับอักเสบ หรือสงสัยโรคมะเร็ง
ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคตับหรือโรคไต หรือผู้ที่รับประทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สมุนไพรในรูปแบบยาและสารสกัดเข้มข้น
การใช้กะเม็งตัวเมียเป็นอาหารในปริมาณตามวัฒนธรรมการบริโภคแตกต่างจากการใช้สารสกัดหรือยาสมุนไพรที่มีความเข้มข้นสูง จึงไม่ควรนำขนาดการบริโภคอาหารมาใช้เป็นเกณฑ์กำหนดขนาดยา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). กะเม็ง (Eclipta prostrata (L.) L.). สารานุกรมพืช.
  2. กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564.
  3. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. (2522). กะเม็งตัวเมีย.
  4. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. (2561). กะเม็งตัวเมีย : บำรุงตับ บำรุงเลือด.
  5. ศูนย์ข้อมูลสมุนไพรไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. (ม.ป.ป.). กะเม็งตัวเมีย (ส่วนเหนือดิน): Ecliptae Herba.
  6. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ม.ป.ป.). กะเม็ง: Eclipta prostrata. ศูนย์ความรู้ด้านพืช.
  7. Abbasi, A. M., & Tauseef, S. (2018). Eclipta prostrata (L.) L. (Asteraceae): Ethnomedicinal uses, chemical constituents, and biological activities. Biomolecules, 11(11), 1738.
  8. Jadhav, V. M., Thorat, R. M., Kadam, V. J., & Sathe, N. S. (2009). Eclipta alba Linn.—A review. Journal of Pharmacy Research, 2(8), 1125–1131.
  9. Liao, Y., et al. (2019). A review on traditional uses, phytochemistry and pharmacology of Eclipta prostrata (L.) L. Journal of Ethnopharmacology.
  10. Liu, Y., et al. (2014). Qualitative and quantitative analysis of Eclipta prostrata L. by LC/MS. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine.
  11. Mohd Rusli, N., Ghazalli, N. M., Talip, N., Jusoh, S., Mirad, R., Abd Ghani, R., Wan Ali, W. K., Awang, M. R., Nordin, N. I., & Ismail, A. A. (2021). Leaf epidermal characteristics of medicinal Eclipta prostrata (L.) L., Vernonia amygdalina Delile (Asteraceae) and Clitoria ternatea L. (Fabaceae). Malaysian Applied Biology, 50(1), 189–196.
  12. Singh, B., et al. (2017). Ethnopharmacological uses, phytochemistry, biological activities, and biotechnological applications of Eclipta prostrata. Applied Microbiology and Biotechnology, 101, 5247–5257.
  13. Cai, H., Wu, Y., & Zhang, X. (2025). A comprehensive review on wedelolactone: Natural sources, total synthesis, and pharmacological activities. Chinese Journal of Natural Medicines, 23(2), 169–181.
Scroll to top