กำลังช้างเผือก
กำลังช้างเผือก เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น โดยชื่อดังกล่าวใช้เรียกพืชในสกุล Hiptage มากกว่าหนึ่งชนิด จึงควรระบุชื่อวิทยาศาสตร์กำกับเพื่อป้องกันความสับสน สำหรับข้อมูลนี้หมายถึง กำลังช้างเผือก (Hiptage candicans Hook.f.) ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับเป็นชนิดแยกจาก Hiptage benghalensis และเป็นพืชในวงศ์ Malpighiaceae ที่มีการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน โดยเฉพาะในด้าน บำรุงกำลัง และ ยาอายุวัฒนะ
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กำลังช้างเผือก
- ชื่อท้องถิ่น : กำลังช้างเผือก, พญาช้างเผือก, สามโคย, สามควาย และชื่อท้องถิ่นอื่นที่ใช้ในแต่ละพื้นที่
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hiptage candicans Hook.f.
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Hiptage benghalensis subsp. candicans (Hook.f.) Sirirugsa
- วงศ์ : Malpighiaceae
- สกุล : Hiptage
- ลักษณะทั่วไป : ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบในบางสภาพแวดล้อม เนื้อไม้แข็ง
- การใช้ประโยชน์พื้นบ้าน : ใช้แก่นหรือเปลือกต้นเป็นเครื่องยาในตำรับพื้นบ้านสำหรับ บำรุงกำลัง เจริญอาหาร แก้อ่อนเพลีย ขับลม และแก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ
หมายเหตุ : ชื่อ “กำลังช้างเผือก” อาจหมายถึงพืชชนิดอื่น เช่น Hiptage benghalensis (โนรา) หรือรางจืด (Thunbergia laurifolia) ในเอกสารบางแหล่ง ดังนั้นการระบุชื่อวิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญอย่างมากในการจัดทำฐานข้อมูลสมุนไพร
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งมีเนื้อไม้แข็ง แตกกิ่งเป็นพุ่ม กิ่งอ่อนมีลักษณะเรียว ส่วนต้นที่เจริญเต็มที่สามารถมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กได้ ใบอ่อนมีขนสีขาวปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งที่ช่วยแยกจาก Hiptage benghalensis ได้
- เปลือกต้น : เปลือกค่อนข้างเรียบถึงมีร่องตามความแก่ของลำต้น สีออกน้ำตาลหรือเทา และเมื่อแก่จะมีลักษณะเป็นเนื้อไม้แข็ง
- ใบ : เป็น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบค่อนข้างกว้าง รูปไข่ รูปรี หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลม โคนใบสอบหรือมน ขอบใบเรียบหรือมีต่อมขนาดเล็กบางบริเวณ ใบอ่อนมีขนสีขาวหนาแน่น ส่วนใบแก่ด้านบนค่อนข้างเกลี้ยงและเป็นมัน ขณะที่ด้านล่างยังพบขนละเอียด เส้นใบด้านข้างหลายคู่โค้งเข้าหาปลายใบและเชื่อมต่อกันเป็นร่างแห
- ดอก : ออกเป็น ช่อ บริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกมีขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวและอาจมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู กลีบดอกแต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีเกสรเพศผู้หลายอัน
- ผล : เป็น ผลแห้งมีปีก ลักษณะเด่นของพืชสกุล Hiptage คือผลมีปีกช่วยในการกระจายพันธุ์ โดยชนิด H. candicans มีโครงสร้างผลแตกต่างจากชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน
- เมล็ด : อยู่ภายในผลและมีส่วนของผลที่ช่วยในการกระจายโดยอาศัยลมหรือการเคลื่อนที่ของผล

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเขตการกระจายตั้งแต่อัสสัม บังกลาเทศ จีนตอนใต้ เมียนมา ลาว กัมพูชา ไทย และเวียดนาม
- ในประเทศไทย : มีรายงานพบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีหลักฐานตัวอย่างพรรณไม้จากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่อื่นของประเทศไทย
- ถิ่นอาศัย : พบในพื้นที่ป่าและบริเวณที่มีความชื้นเหมาะสม โดยพืชในชนิดนี้สัมพันธ์กับเขตร้อนชื้นและสามารถเจริญได้ในพื้นที่ป่าหลากหลายประเภท
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การปลูก : ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอถึงแสงรำไร มีความชื้นเหมาะสม และดินระบายน้ำได้ดี
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : สามารถเพาะเมล็ดได้ แต่เมล็ดอาจมีความงอกไม่สม่ำเสมอ การเพาะในวัสดุโปร่งและควบคุมความชื้นจะช่วยให้ต้นกล้าเจริญได้ดี
- การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ : มีรายงานการทดลองขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ แต่ประสิทธิภาพการออกรากอาจแตกต่างตามวัสดุและสภาพแวดล้อม
- การดูแล : ควรรักษาความชื้นในระยะต้นกล้า หลีกเลี่ยงน้ำขัง และเมื่อพืชตั้งตัวได้ควรจัดพื้นที่ให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดี
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- แก่น : ใช้เป็นเครื่องยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะในตำรับ ยาบำรุงกำลังและยาอายุวัฒนะ
- เปลือกต้น : มีรายงานการใช้ต้มเป็นยาบำรุงกำลังในภูมิปัญญาท้องถิ่น
สรรพคุณทางสมุนไพร
- บำรุงกำลัง : แก่นหรือเปลือกต้นใช้เป็นยาบำรุงกำลังในภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ยาอายุวัฒนะ : มีการใช้แก่นในตำรับพื้นบ้านเพื่อบำรุงร่างกายและบำรุงกำหนัด
- แก้อ่อนเพลีย : ใช้ในตำรับยาพื้นบ้านสำหรับผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียหรือร่างกายอ่อนแรง
- เจริญอาหาร : มีการบันทึกการใช้แก่นเพื่อช่วยให้เจริญอาหาร
- ขับลม : ใช้เพื่อบรรเทาอาการเกี่ยวกับลมในระบบทางเดินอาหาร
- แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ : ใช้ในตำรับพื้นบ้านเพื่อบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และจุกเสียด
วิธีใช้
- การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : นำแก่นหรือเปลือกต้นมาเป็นส่วนประกอบของตำรับยา โดยอาจต้มเป็นน้ำยาหรือใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น
- ตำรับยาดองบำรุงกำลัง : มีบันทึกการใช้ กำลังช้างเผือก (Hiptage benghalensis var. candicans) เป็นส่วนประกอบร่วมกับสมุนไพรหลายชนิด แล้วดองด้วยเหล้าเพื่อใช้เป็นยาบำรุงกำลัง
หมายเหตุ : ขนาดและวิธีใช้ของกำลังช้างเผือกเดี่ยว ๆ ยังไม่มีข้อมูลมาตรฐานทางคลินิกที่เพียงพอ จึงไม่ควรนำข้อมูลตำรับพื้นบ้านไปกำหนดเป็นขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโดยตรง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- สถานะการใช้ในบัญชียาจากสมุนไพร : ไม่ควรนำข้อมูลของ รางจืด (Thunbergia laurifolia) ซึ่งมีชื่อพื้นเมืองว่า “กำลังช้างเผือก” ในบางพื้นที่ มาปะปนกับ Hiptage candicans เพราะเป็นพืชคนละวงศ์และคนละชนิดกัน
- สำหรับ Hiptage candicans การใช้เป็นสมุนไพรที่พบในแหล่งภูมิปัญญาพื้นบ้านและตำรับยาโบราณ มากกว่าการเป็นตัวยามาตรฐานในบัญชียาจากสมุนไพร
สาระสำคัญ
- สาระสำคัญด้านภูมิปัญญา : แก่นและเปลือกต้นเป็นส่วนที่มีการกล่าวถึงมากที่สุดในฐานะเครื่องยาสำหรับ บำรุงกำลัง
- สาระสำคัญด้านการวิจัย : มีงานศึกษาสารสกัดของ Hiptage candicans ในด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีการศึกษาการใช้สารสกัดในอาหารสัตว์ แต่หลักฐานดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลในมนุษย์
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดควายเก้าแม่ (Hiptage candicans Hook.f.) ในการประชุมวิชาการระดับชาติ ซึ่งเป็นหลักฐานระดับงานวิจัยเบื้องต้น
- มีงานวิจัยศึกษาการใช้สารสกัดหยาบ Hiptage candicans ในอาหารไก่เนื้อ โดยทดลองที่ระดับ 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0% พบว่าระดับ 1.5% มีผลดีต่ออัตราการเจริญเติบโตในบางช่วง และมีผลต่อการลดการตกค้างของยาปฏิชีวนะบางชนิดในการทดลองดังกล่าว
- ผลการศึกษาข้างต้นเป็น งานทดลองในสัตว์ ไม่ใช่การทดลองรักษาในมนุษย์ จึงไม่ควรนำผลมาอ้างว่าเป็นประสิทธิผลในการรักษาโรคของคน
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับหลักฐานเบื้องต้น : มีข้อมูลจากการศึกษาพฤกษศาสตร์ การทดลองสารสกัด และการทดลองในสัตว์
- ระดับพรีคลินิก : มีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัด
- ระดับทางคลินิกในมนุษย์ : ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกคุณภาพสูงเพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลของ Hiptage candicans ในการรักษาโรคหรือการบำรุงกำลังในมนุษย์
- ข้อสรุป : ควรจัดให้เป็นสมุนไพรที่มี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระดับเบื้องต้นถึงพรีคลินิก มากกว่าการจัดเป็นสมุนไพรที่มีหลักฐานทางคลินิกชัดเจน
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : มีรายงานการศึกษาสารสกัดของ Hiptage candicans ในด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในระดับงานวิจัยเบื้องต้น
- การศึกษาด้านอาหารสัตว์ : สารสกัดหยาบของพืชถูกนำไปทดลองเสริมในอาหารไก่เนื้อ เพื่อประเมินผลต่อการเจริญเติบโตและการตกค้างของยาปฏิชีวนะ
- การศึกษาทางคลินิก : ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันผลทางเภสัชวิทยาในมนุษย์อย่างเป็นระบบ
ความปลอดภัย
- ข้อมูลด้าน ความปลอดภัยของ Hiptage candicans ในมนุษย์ ยังมีจำกัด
- ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับขนาดรับประทานที่เหมาะสม ระยะเวลาการใช้ และความเป็นพิษจากการใช้ต่อเนื่อง
- การใช้แก่นหรือเปลือกต้นในรูปแบบยาพื้นบ้านจึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรใช้เป็นยารักษาโรคด้วยตนเอง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านขนาดยาและความปลอดภัยในมนุษย์อย่างเพียงพอ
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบยา เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ
- เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้
- หากเกิดอาการผิดปกติหลังใช้ ควรหยุดใช้และพบแพทย์
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่าง Hiptage candicans กับยาแผนปัจจุบัน อย่างชัดเจน
- ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สมุนไพรชนิดนี้
- ไม่ควรนำข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยาของ รางจืด (Thunbergia laurifolia) มาใช้กับกำลังช้างเผือก Hiptage candicans เนื่องจากเป็นพืชคนละชนิดกัน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- มีศักยภาพในการนำสารสกัดไปพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือผลิตภัณฑ์จากพืช แต่ควรมีการตรวจสอบชนิดพืช สารสำคัญ ความปลอดภัย และมาตรฐานวัตถุดิบก่อนนำไปใช้
- มีงานศึกษาสารสกัดในด้านอาหารสัตว์ ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการต่อยอดเชิงผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานสนับสนุนการใช้ในมนุษย์
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- แก่น : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และผ่านการจำแนกชนิดอย่างถูกต้อง
- เปลือกต้น : ควรเก็บจากต้นที่มีความสมบูรณ์ และไม่ควรลอกเปลือกรอบลำต้นทั้งหมด เพราะอาจทำให้ต้นตาย
- การทำให้แห้ง : หั่นส่วนที่ใช้เป็นชิ้นพอเหมาะและทำให้แห้งในบริเวณสะอาด อากาศถ่ายเท และไม่โดนแดดจัดเป็นเวลานาน
- การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แมลง และเชื้อรา พร้อมติดฉลากชื่อสมุนไพรและชื่อวิทยาศาสตร์
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคเหนือ : มีการเรียกพืชชนิดนี้ว่า กำลังช้างเผือก และมีการใช้เป็นสมุนไพรบำรุงกำลัง
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : มีชื่อท้องถิ่น เช่น สามโคย หรือ สามควาย
- การใช้พื้นบ้าน : มีการนำแก่นหรือเปลือกต้นมาต้มดื่มเพื่อ บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เจริญอาหาร ขับลม และแก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ กำลังช้างเผือก สะท้อนคติการตั้งชื่อสมุนไพรตามความเชื่อเกี่ยวกับพลังและความแข็งแรงของพืช โดยมีการใช้ในตำรับยาพื้นบ้านมาเป็นเวลานาน และปรากฏชื่อในองค์ความรู้เกี่ยวกับ ยาดองบำรุงกำลัง ของภาคเหนือ นอกจากนี้ชื่อเดียวกันยังถูกใช้เรียกพืชต่างชนิดในบางพื้นที่ จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำคัญในการใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ประกอบข้อมูลสมุนไพร
สถานะการอนุรักษ์
- สถานภาพระดับโลก : แหล่งข้อมูลอนุกรมวิธานที่ตรวจสอบไม่ได้ระบุสถานะการคุกคามของ Hiptage candicans ในหน้าข้อมูลดังกล่าว จึงไม่ควรระบุว่าเป็นพืชใกล้สูญพันธุ์โดยไม่มีหลักฐานเฉพาะ
- การอนุรักษ์ในประเทศไทย : ควรส่งเสริมการเก็บรักษาพันธุกรรม การปลูกขยายพันธุ์ และการเก็บตัวอย่างพรรณไม้โดยระบุแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Malpighiales
- วงศ์ (Family) : Malpighiaceae
- วงศ์ย่อย (Subfamily) : Malpighioideae
- เผ่า (Tribe) : Hiptageae
- สกุล (Genus) : Hiptage Gaertn.
- ชนิด (Species) : Hiptage candicans Hook.f.
- ชื่อพ้องสำคัญ : Hiptage benghalensis subsp. candicans (Hook.f.) Sirirugsa
- ชื่อพ้องอื่น : Hiptage arborea Kurz
- ชนิดย่อย/วาไรตีที่ได้รับการยอมรับ : Hiptage candicans var. candicans และ Hiptage candicans var. harmandiana (Pierre) Dop
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ : ต้องยืนยันว่าเป็น Hiptage candicans Hook.f. ไม่ใช่ Hiptage benghalensis หรือรางจืด (Thunbergia laurifolia)
- ตรวจสอบลักษณะต้น : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก เนื้อไม้แข็ง
- ตรวจสอบใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบอ่อนมีขนสีขาวค่อนข้างหนาแน่น และใบแก่ด้านล่างมีขนละเอียด
- ตรวจสอบดอก : ดอกออกเป็นช่อ กลีบดอก 5 กลีบ มีสีขาวและอาจมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู
- ตรวจสอบผล : ผลมีโครงสร้างเป็นผลแห้งมีปีก ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของสกุล Hiptage
- ตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้แห้ง : ควรเปรียบเทียบกับตัวอย่างอ้างอิงจากพิพิธภัณฑ์พืชหรือหอพรรณไม้ และตรวจสอบด้วยเอกสารอนุกรมวิธานที่เป็นปัจจุบัน
- การตรวจสอบระดับโมเลกุล : ในงานวิจัยอนุกรมวิธานของสกุล Hiptage มีการใช้ข้อมูลลำดับดีเอ็นเอเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของชนิดต่าง ๆ รวมถึงตัวอย่าง H. candicans จากประเทศไทย
คำเตือนทางการแพทย์
กำลังช้างเผือก (Hiptage candicans Hook.f.) เป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการบำรุงกำลัง แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด ไม่ควรใช้แทนยาที่แพทย์สั่งหรือใช้เพื่อรักษาโรคโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกซื้อวัตถุดิบ เนื่องจากชื่อ “กำลังช้างเผือก” สามารถหมายถึงพืชหลายชนิด การใช้สมุนไพรผิดชนิดอาจทำให้ได้รับสารออกฤทธิ์และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2564). สารานุกรมพืชในประเทศไทย. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
- กรมวิชาการเกษตร. (2561). รายงานผลงานเรื่องเต็มการทดลองที่สิ้นสุด: ข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์และพฤกษเคมีของสมุนไพร. กรมวิชาการเกษตร.
- พันแสง, ส., & แก้วกรม, พ. (2021). ผลของการใช้สมุนไพรกำลังช้างเผือก (Hiptage candicans) ต่อสมรรถนะการเจริญเติบโต และลดการตกค้างของยาปฏิชีวนะในไก่เนื้อ. วารสารแก่นเกษตร, 50(4), 1053–1161.
- มูลนิธิสุขภาพไทย. (2569). กำลังช้างเผือก. มูลนิธิสุขภาพไทย.
- สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). ข้อมูลพรรณไม้และทรัพยากรพืช. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
- พวงผกา แก้วกรม, ปอแก้ว พรมเพชร, และสมเพียร ฟักทอง. (2560). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดควายเก้าแม่ (Hiptage candicans Hook.f.). ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ เกษตรแฟร์นนทรีอีสาน ครั้งที่ 5: นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคมที่ยั่งยืน (น. 193–194).
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Hiptage candicans Hook.f. Plants of the World Online.
- World Flora Online Consortium. (2026). Hiptage candicans Hook.f. World Flora Online.
- Tan, K., Dong, S. P., & Ren, M. X. (2019). Molecular phylogeny of Hiptage (Malpighiaceae) reveals a new species from Southwest China. PhytoKeys.
