กำจัดเถา

กำจัดเถา

กำจัดเถา เป็นสมุนไพรในกลุ่มไม้เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อยวงศ์ส้ม มีชื่อท้องถิ่นที่รู้จักกัน เช่น กำจัดหน่วย กำจัดเครือ และงูเห่า โดยเฉพาะ รากกำจัดเถา มีประวัติการใช้ในภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านสำหรับอาการปวดและการใช้เกี่ยวกับพิษจากสัตว์บางชนิด ขณะเดียวกันในประเทศจีนรากของพืชชนิดนี้เป็นเครื่องยาสำคัญที่เรียกว่า Liang-Mian-Zhen และมีการศึกษาด้านสารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย: กำจัดเถา
  • ชื่อท้องถิ่น: กำจัดหน่วย, กำจัดเครือ, งูเห่า, สรรพลังวน และมีชื่อท้องถิ่นอื่นตามแต่ละพื้นที่
  • ชื่อสามัญ: Shiny-Leaf Prickly Ash
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC.
  • วงศ์: Rutaceae หรือวงศ์ส้ม
  • ส่วนที่ใช้เป็นยา: รากเป็นส่วนที่มีการใช้เป็นเครื่องยาหลัก
  • ลักษณะเด่น: เป็นไม้เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามแหลมตามลำต้น กิ่ง ก้านใบ และแกนใบ
  • รสยา: รากมีรสเผ็ดเค็มตามตำรายาไทย
  • ชื่อในยาจีน: Liang-Mian-Zhen หรือ 两面针 ซึ่งเป็นเครื่องยาจีนที่ใช้รากแห้งของพืชชนิดนี้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น: กำจัดเถาเป็น ไม้เถาเนื้อแข็งหรือไม้พุ่มรอเลื้อยอายุหลายปี สามารถสูงประมาณ 2–3 เมตร ลำต้นและกิ่งมีสีน้ำตาลถึงน้ำตาลดำ และมี หนามแหลมกระจายห่าง ๆ ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญในการจำแนกพืชชนิดนี้ กิ่งและเถาสามารถทอดเลื้อยหรือพาดพันพืชอื่นได้
  • ใบ: เป็น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงสลับ ก้านใบและแกนกลางใบมีหนามแหลม ช่อใบยาวได้ประมาณ 40 เซนติเมตร มีใบย่อยประมาณ 2–4 คู่ ใบย่อยรูปรีหรือรูปไข่ กว้างประมาณ 2.5–6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5–12 เซนติเมตร ปลายและโคนใบอาจแหลมหรือมน ขอบใบหยักห่าง ๆ ใกล้รอยหยักมักพบต่อมกลม และด้านล่างของเส้นกลางใบอาจมีหนามขนาดเล็ก แผ่นใบค่อนข้างเรียบและเป็นมัน
  • ดอก: ออกเป็น ช่อบริเวณปลายยอดหรือซอกใบ ช่อดอกยาวได้ประมาณ 15 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็กและแยกเพศ โดยดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีกลีบดอกประมาณ 4 กลีบ สีเหลืองอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ และมีเกสรเพศผู้ 4 อัน ส่วนดอกเพศเมียมีลักษณะใกล้เคียงกันแต่รังไข่เห็นได้ชัดเจนกว่า
  • ผล: เป็นผลแห้งที่มีลักษณะเป็น 4 พูค่อนข้างกลม แต่ละพูมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3–7 มิลลิเมตร เมื่อแก่ผลจะแตกตามแนวยาวบริเวณกลางพู แต่ละพูมีเมล็ดประมาณ 1 เมล็ด เมล็ดค่อนข้างกลม ผิวเรียบ เกลี้ยง และเป็นมัน
  • เมล็ด: เมล็ดมีผิวเรียบเป็นมัน และมีรายงานว่าบริเวณเมล็ดมีองค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มโมโนเทอร์พีน เช่น limonene และสารกลุ่ม terpenoid อื่น ๆ

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

กำจัดเถา มีถิ่นกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของเอเชียต่อเนื่องไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย พบในจีนตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย เนปาล เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่นหมู่เกาะริวกิว ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย และประเทศไทย ในประเทศไทยมีรายงานการพบ กำจัดหน่วย/กำจัดเถา ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าและพื้นที่ธรรมชาติที่มีความชื้นเหมาะสม แหล่งข้อมูลด้านพรรณไม้ของไทยระบุชื่อท้องถิ่น เช่น กำจัดหน่วยในภาคใต้ และงูเห่าในจังหวัดอุดรธานี

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด: เป็นวิธีที่ใช้กันและมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์พันธุกรรมของพืช โดยเมล็ดกำจัดเถามีลักษณะ พักตัวค่อนข้างนาน ทำให้การเพาะเมล็ดตามธรรมชาติมีอัตราการงอกต่ำและใช้เวลานาน
  • การทำลายภาวะพักตัว: มีการศึกษาการใช้กรดจิบเบอเรลลิก (GA₃) และการทำ stratification เพื่อช่วยกระตุ้นการงอก โดยงานวิจัยพบว่าการแช่เมล็ดใน GA₃ แล้วผ่านกระบวนการพักตัวในสภาพเหมาะสมสามารถเพิ่มอัตราการงอกได้อย่างชัดเจน
  • การปักชำ: มีรายงานการขยายพันธุ์ด้วยกิ่งปักชำ โดยเฉพาะกิ่งกึ่งแก่ ซึ่งเหมาะสำหรับการขยายพันธุ์จำนวนมาก แต่หากปลูกเพื่อผลิต รากเป็นยา การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดมีข้อได้เปรียบด้านการพัฒนาระบบรากตามธรรมชาติ
  • สภาพแวดล้อม: ควรปลูกในพื้นที่อากาศร้อนชื้น ดินระบายน้ำดีแต่มีความชื้นเพียงพอ และมีแสงแดดหรือร่มรำไรตามสภาพแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ

ส่วนที่ใช้เป็นยา

ราก เป็นส่วนที่ใช้เป็นยาหลักของกำจัดเถา โดยในตำรายาไทยมีการนำรากมาใช้ทั้งการฝน การต้ม หรือการเตรียมในรูปแบบอื่นตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่วนการแพทย์แผนจีนใช้รากแห้งเป็นเครื่องยา Liang-Mian-Zhen ซึ่งเป็นส่วนที่มีการศึกษาทางเภสัชวิทยามากที่สุด

สรรพคุณทางสมุนไพร

ตาม ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน มีการใช้รากกำจัดเถาในลักษณะต่าง ๆ ได้แก่

  • แก้พิษจากสัตว์มีพิษ: ใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับพิษงู ตะขาบ และแมงป่อง
  • แก้ปวด: ใช้สำหรับอาการปวดต่าง ๆ รวมถึงปวดฟัน
  • แก้ปวดเมื่อย: ใช้สำหรับอาการปวดเมื่อยบริเวณเอว เท้า และอาการปวดตามร่างกาย
  • แก้ปวดท้องและท้องเสีย: มีการใช้ตามตำรายาและภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • แก้พิษสำแดง: ใช้เป็นสมุนไพรในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
  • แก้ฝีตะมอย: มีการนำรากไปเตรียมเป็นยาสำหรับใช้ภายนอก
  • ใช้ภายนอกเมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย: มีตำรับพื้นบ้านที่นำรากมาฝนหรือบดแล้วใช้กับบริเวณที่มีอาการ

ใน การแพทย์แผนจีน รากกำจัดเถาถูกใช้สำหรับอาการปวดฟัน ปวดท้อง ปวดข้อ ปวดจากการบาดเจ็บ และอาการอักเสบ รวมถึงมีการใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับแผลและโรคในช่องปาก

หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและการศึกษาวิจัย ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค โดยเฉพาะกรณีถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัดต่อย ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

วิธีใช้

  • ตามภูมิปัญญาไทย: รากนำมาฝนกับน้ำเพื่อรับประทาน หรือใช้กากที่ได้สำหรับพอกหรือทาบริเวณที่มีอาการตามตำรับพื้นบ้าน
  • การใช้ภายนอก: มีภูมิปัญญาการนำรากแห้งมาบดหรือเตรียมเป็นตำรับสำหรับทาหรือพอกบริเวณที่มีอาการ
  • ตามตำรายาจีน: มีการใช้รากแห้งในขนาดประมาณ 5–10 กรัมในตำรับยา แต่ขนาดดังกล่าวเป็นข้อมูลจากระบบการแพทย์จีนและไม่ควรนำมาใช้เป็นคำแนะนำสำหรับการรักษาด้วยตนเอง
หมายเหตุ: ไม่ควรนำวิธีใช้จากตำรายาไทยหรือจีนไปปรับใช้เองโดยเฉพาะการรับประทานสารสกัดเข้มข้น การฉีด หรือการใช้ในผู้มีโรคประจำตัว

สาระสำคัญ

สารสำคัญที่ได้รับความสนใจมากที่สุดใน รากกำจัดเถา คือกลุ่ม อัลคาลอยด์ (alkaloids) โดยเฉพาะ nitidine และ nitidine chloride รวมทั้งสารกลุ่ม benzophenanthridine alkaloids และสารกลุ่มอื่น ๆ งานทบทวนล่าสุดระบุว่าสามารถแยกและระบุสารจาก Zanthoxylum nitidum ได้มากกว่า 150 ชนิด และงานทบทวนที่เผยแพร่ในปี 2025 รวบรวมสารที่มีการรายงานถึงประมาณ 184 ชนิด

องค์ประกอบทางเคมี

  • Alkaloids: nitidine, chelerythrine, oxynitidine, dictamnine, γ-fagarine, skimmianine และอนุพันธ์ของอัลคาลอยด์อีกหลายชนิด
  • Benzophenanthridine alkaloids: เป็นกลุ่มสารสำคัญที่พบเด่นในราก และ nitidine chloride เป็นสารที่ได้รับการศึกษามากเป็นพิเศษ
  • Coumarins: พบสารในกลุ่มคูมาริน
  • Flavonoids: มีรายงานสารฟลาโวนอยด์หลายชนิด
  • Lignans และ neolignans: ตรวจพบสารในกลุ่มลิกแนนและนีโอลิกแนน
  • Terpenoids และ steroids: พบสารในกลุ่มเทอร์พีนและสเตียรอยด์
  • Alkylamides: มีรายงานสารกลุ่มเอไมด์บางชนิด
  • น้ำมันหอมระเหย: ในส่วนเมล็ดมีรายงาน limonene, geraniol และองค์ประกอบระเหยอื่น ๆ

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ Zanthoxylum nitidum อย่างต่อเนื่อง โดยงานทบทวนปี 2020 สรุปว่ามีข้อมูลการทดลองทั้ง in vitro และ in vivo เกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ระงับปวด ห้ามเลือด ต้านจุลชีพ ต้านไวรัส และต้านเซลล์มะเร็งหลายชนิด งานทบทวนล่าสุดเกี่ยวกับ Zanthoxyli Radix ซึ่งหมายถึงรากแห้งของ Zanthoxylum nitidum ได้รวบรวมข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์ เคมี เภสัชวิทยา เภสัชจลนศาสตร์ การควบคุมคุณภาพ และพิษวิทยาจนถึงปี 2024 โดยเน้นฤทธิ์ต้านการอักเสบและสารออกฤทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ระดับหลักฐานโดยรวมยังอยู่ในขั้นก่อนคลินิกเป็นหลัก เนื่องจากข้อมูลจำนวนมากมาจากการทดลองในเซลล์และสัตว์ทดลอง ขณะที่หลักฐานจากการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ากำจัดเถาสามารถใช้แทนยามาตรฐานในการรักษาโรคใดโรคหนึ่งได้

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน ได้แก่

  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: สารสกัดและสารกลุ่มอัลคาลอยด์จากรากแสดงฤทธิ์ลดกระบวนการอักเสบในการทดลองหลายรูปแบบ
  • ฤทธิ์ระงับปวด: มีข้อมูลจากการทดลองในสัตว์และการศึกษาสารสำคัญบางชนิดที่สอดคล้องกับการใช้เป็นยาแก้ปวดตามภูมิปัญญา
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: สารบางชนิดจากรากมีฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสในระดับการทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านไวรัส: มีรายงานว่า alkaloids บางชนิด เช่น 5,6-dihydro-6-methoxynitidine, skimmianine และ 5-methoxydictamnine แสดงฤทธิ์ต่อไวรัสตับอักเสบบีในการทดลองในหลอดทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านมะเร็ง: nitidine และ nitidine chloride รวมถึงสารอื่น ๆ แสดงฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งหลายชนิดในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง
  • ฤทธิ์ห้ามเลือด: มีรายงานฤทธิ์ห้ามเลือดจากสารสกัด
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: มีรายงานจากการศึกษาสารสกัดและสารประกอบบางชนิด
หมายเหตุ: ผลการทดลองระดับเซลล์หรือสัตว์ทดลองไม่เท่ากับการพิสูจน์ประสิทธิผลในมนุษย์ และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการนำสารสกัดกำจัดเถาไปใช้รักษาโรคมะเร็งหรือโรคติดเชื้อด้วยตนเอง

ความปลอดภัย

ข้อมูลด้านพิษวิทยาของกำจัดเถายังมีจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณข้อมูลด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา งานทบทวนทางวิชาการระบุว่าการศึกษาความเป็นพิษยังมีไม่มาก และควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดที่ปลอดภัย เภสัชจลนศาสตร์ และความเป็นพิษระยะยาว ในตำรับยาจีนมีการจัดรากของพืชชนิดนี้อยู่ในกลุ่มที่ต้องระมัดระวังด้านพิษและกำหนดขนาดใช้แบบดั้งเดิมประมาณ 5–10 กรัม พร้อมคำเตือนไม่ให้ใช้เกินขนาด

ข้อห้ามใช้

  • หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกำจัดเถา เนื่องจากตำรายาไทยและจีนมีคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์
  • ไม่ควรใช้ในขนาดสูงหรือใช้สารสกัดเข้มข้นเอง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่รับประทานยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
  • ไม่ควรใช้กำจัดเถาเป็นการรักษาหลักแทนการรักษามาตรฐานในภาวะฉุกเฉิน

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอที่จะระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกำจัดเถากับยาสมัยใหม่ ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำจัดเถามีอัลคาลอยด์หลายชนิดและมีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายระบบ จึงควรใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับยา โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อระบบประสาท การแข็งตัวของเลือด ตับ หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ผู้ที่รับประทานยาประจำควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ สารสกัดกำจัดเถา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูง

การใช้ในอาหาร

มีข้อมูลชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ระบุว่า ใบและเมล็ด ของ Zanthoxylum nitidum ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือแต่งกลิ่นอาหารและเครื่องดื่มในบางพื้นที่ และมีรายงานการนำรากไปปรุงอาหารในบางภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การใช้เป็นอาหารในบางท้องถิ่นไม่ควรนำไปสรุปว่าทุกส่วนของพืชปลอดภัยสำหรับการบริโภคในปริมาณมาก เนื่องจากพืชมีสารอัลคาลอยด์ที่ออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

การใช้ในผลิตภัณฑ์

ในประเทศจีนมีการนำสารสกัดหรือส่วนประกอบจาก Zanthoxylum nitidum ไปใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและผลิตภัณฑ์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก สบู่ และแชมพู โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่มีประวัติการใช้มาเป็นเวลานาน

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ราก: เป็นส่วนที่ใช้เป็นยา จึงควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และมีการระบุชนิดพืชได้ถูกต้อง
  • หลังเก็บควรทำความสะอาดเอาดินและสิ่งปนเปื้อนออก
  • หั่นเป็นชิ้นตามความเหมาะสมแล้ว ทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาพที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความชื้นและป้องกันเชื้อรา
  • เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น และแมลง
  • ควรติดฉลากระบุชื่อสมุนไพร ส่วนที่ใช้ แหล่งที่มา และวันที่เก็บเพื่อควบคุมคุณภาพ
  • การเก็บรากจากธรรมชาติจำนวนมากอาจกระทบต่อประชากรพืช จึงควรส่งเสริมการปลูกเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบแทนการเก็บจากป่า

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กำจัดเถา/กำจัดหน่วย มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของหลายภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้ ราก สำหรับอาการปวด ปวดฟัน ปวดเมื่อย และการใช้ภายนอกในกรณีสัตว์มีพิษกัดต่อย ในภูมิปัญญาไทยบางพื้นที่มีการนำรากฝนกับน้ำรับประทาน และใช้กากพอกหรือทาบริเวณที่มีอาการ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับพิษจากงูและสัตว์มีพิษอื่น ๆ

ประวัติและวัฒนธรรม

กำจัดเถามีความสัมพันธ์กับภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรทั้งในประเทศไทยและจีน ในประเทศจีนรากของพืชชนิดนี้รู้จักในชื่อ Liang-Mian-Zhen และถูกใช้เป็นเครื่องยาสำคัญในระบบการแพทย์แผนจีนสำหรับอาการปวดและการอักเสบต่าง ๆ ความสำคัญของกำจัดเถาในวัฒนธรรมสมุนไพรจีนเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเป็นตำรับยาและผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ขณะที่ในประเทศไทยชื่อ กำจัดหน่วย กำจัดเถา กำจัดเครือ และงูเห่า สะท้อนความหลากหลายของชื่อพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาค

สถานะการอนุรักษ์

ข้อมูลจาก Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่า Zanthoxylum nitidum เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และแบบจำลองการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ของพืชดอกระบุว่า คาดการณ์ว่าไม่อยู่ในภาวะถูกคุกคามในระดับโลก อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทรัพยากรพืชป่าชนิดนี้ในบางพื้นที่ของจีนลดลงจากการเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติและการทำลายถิ่นอาศัย จึงควรส่งเสริมการขยายพันธุ์และการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom): Plantae
  • หมวด (Phylum): Tracheophyta
  • ชั้น (Class): Magnoliopsida
  • อันดับ (Order): Sapindales
  • วงศ์ (Family): Rutaceae
  • สกุล (Genus): Zanthoxylum L.
  • ชนิด (Species): Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC.
  • ชื่อพ้องสำคัญ: Fagara nitida Roxb.
  • ชื่อพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ: Zanthoxylum nitidum var. nitidum

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบ กำจัดเถา ควรพิจารณาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ร่วมกันหลายประการ ได้แก่

  • ลำต้นและกิ่งมีหนามแหลม
  • ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่
  • ก้านใบและแกนใบมีหนาม
  • มีใบย่อยประมาณ 2–4 คู่
  • ใบย่อยมีขอบหยักห่าง ๆ และอาจพบหนามเล็กบริเวณเส้นกลางใบด้านล่าง
  • ดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อบริเวณซอกใบหรือปลายยอด
  • ผลมีลักษณะ 4 พู และเมื่อแก่จะแตกตามแนวยาว
  • เมล็ดค่อนข้างกลม ผิวเรียบและเป็นมัน

สำหรับวัตถุดิบยาแห้ง ควรใช้ การตรวจสอบทางเภสัชเวทและการตรวจเอกลักษณ์ทางเคมี ร่วมกับการตรวจลักษณะภายนอก เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชในสกุล Zanthoxylum หรือพืชชนิดอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง

คำเตือนทางการแพทย์

กำจัดเถาไม่ควรใช้แทนการรักษาทางการแพทย์ โดยเฉพาะกรณีถูกงู ตะขาบ แมงป่อง หรือสัตว์มีพิษกัดต่อย เพราะภาวะพิษจากสัตว์อาจรุนแรงและต้องได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว การใช้สมุนไพรพื้นบ้านไม่สามารถทดแทนเซรุ่มต้านพิษหรือการรักษามาตรฐานได้
หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้กำจัดเถาแบบรับประทาน และไม่ควรใช้สารสกัดหรือขนาดเข้มข้นโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์ยังมีจำกัด
ข้อมูลด้านฤทธิ์ต้านมะเร็ง ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อ และระงับปวดจำนวนมากยังเป็นผลจากการทดลองในเซลล์หรือสัตว์ จึงไม่ควรนำไปกล่าวอ้างว่ากำจัดเถาสามารถรักษามะเร็งหรือโรคอื่นในมนุษย์ได้โดยตรง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). กำจัดหน่วย Zanthoxylum nitidum.
  2. สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). กำจัดเถา.
  3. วิทยา บุญวรพัฒน์. (ม.ป.ป.). สารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์.
  4. ราชบัณฑิตยสถาน. (2538). อนุกรมวิธานพืช อักษร ก. กรุงเทพฯ: เพื่อนพิมพ์.
  5. Wang, L., Zhu, Y., Jiang, J., Tan, G., Ma, Q., & Zhang, H. (2023). Dynamic changes in the levels of metabolites and endogenous hormones during the germination of Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC. seeds. Frontiers in Plant Science.
  6. Lu, Q., Ma, R., Yang, Y., Mo, Z., Pu, X., & Li, C. (2020). Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC: Traditional uses, phytochemistry, pharmacological activities and toxicology. Journal of Ethnopharmacology, 260, 112946. https://doi.org/10.1016/j.jep.2020.112946
  7. Lu, Q., Luo, S., Shi, Z., Yu, M., Guo, W., & Li, C. (2022). Nitidine chloride, a benzophenanthridine alkaloid from Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC., exerts multiple beneficial properties, especially in tumors and inflammation-related diseases. Frontiers in Pharmacology, 13. https://doi.org/10.3389/fphar.2022.1046402
  8. Liu, et al. (2025). Botany, phytochemistry, pharmacologic activities, traditional applications, pharmacokinetics, quality control and toxicity of Zanthoxyli Radix: An updated review. Journal of Ethnopharmacology, 337, 118783. https://doi.org/10.1016/j.jep.2024.118783
  9. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC. Plants of the World Online.
Scroll to top