กุหลาบมอญ
กุหลาบมอญ หรือ ดอกยี่สุ่น เป็นไม้พุ่มดอกหอมในวงศ์กุหลาบ (Rosaceae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้กันทั่วไปว่า Rosa damascena Mill. และรู้จักในภาษาอังกฤษว่า Damask Rose จุดเด่นคือดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอกซ้อนหลายชั้น และมีการนำกลีบดอกและน้ำมันหอมระเหยไปใช้ทั้งใน ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เครื่องหอม อาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในประเทศไทยมีหลักฐานว่ากุหลาบมอญถูกนำเข้ามาปลูกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 และมีการใช้ “น้ำดอกไม้เทศ” เป็นน้ำกระสายยาในตำรับยาไทยบางชนิด
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กุหลาบมอญ, ดอกยี่สุ่น, กุหลาบมอญดอกแดง
- ชื่อภาษาอังกฤษ : Damask Rose, Damascene Rose
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa damascena Mill. หรือในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานบางแห่งใช้ Rosa × damascena Mill. เนื่องจากเป็นกลุ่มกุหลาบลูกผสม
- วงศ์ : Rosaceae
- สกุล : Rosa
- ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอกและกลีบดอก
- สารสำคัญที่พบเด่น : น้ำมันหอมระเหย ฟีนิลเอทิลแอลกอฮอล์ (phenylethyl alcohol), β-citronellol, geraniol, nerol รวมถึงสารกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารประกอบฟีนอลิก
- ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มมีหนาม ดอกหอม กลีบดอกซ้อนหลายชั้น สีตั้งแต่ขาว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม จนถึงแดง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : กุหลาบมอญเป็น ไม้พุ่มหลายปี แตกกิ่งเป็นพุ่ม โดยทั่วไปสูงประมาณ 1–2 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแหลม ใช้สำหรับป้องกันสัตว์กินพืช กิ่งอ่อนมีสีเขียวหรือเขียวอมแดง และเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
- ใบ : ใบเป็น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับตามกิ่ง ใบประกอบหนึ่งมีใบย่อยประมาณ 5–7 ใบ ใบย่อยรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือค่อนข้างมน ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบสีเขียว
- ดอก : ดอกเป็นลักษณะเด่นที่สุดของกุหลาบมอญ มีกลิ่นหอมชัด ออกบริเวณปลายกิ่งหรือเป็นช่อ ดอกมีหลายสีตั้งแต่ สีขาว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม และสีแดง กลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น ดอกที่บานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4.5–7 เซนติเมตร
- ผล : ภายหลังการผสมเกสร กุหลาบในกลุ่มนี้สามารถพัฒนาเป็นผลแบบกุหลาบ (rose hip) ซึ่งเป็นผลเทียมที่เกิดจากฐานดอกขยายตัว ภายในมีผลย่อยและเมล็ด อย่างไรก็ตาม กุหลาบมอญที่ปลูกเพื่อเก็บดอกมักเน้นการใช้ดอกมากกว่าการใช้ผล
- เมล็ด : เมล็ดอยู่ภายในผลย่อย มีลักษณะแข็งขนาดเล็ก และสามารถใช้ในการขยายพันธุ์ได้ แต่การปลูกเชิงการค้าโดยทั่วไปนิยมใช้วิธีขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเพื่อรักษาลักษณะพันธุ์
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กุหลาบมอญมีประวัติการปลูกมายาวนานในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย และมีการกระจายพันธุ์หรือปลูกอย่างกว้างขวางใน อินเดีย อิหร่าน ตุรกี บัลแกเรีย และประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการผลิตน้ำมันกุหลาบและน้ำกุหลาบเพื่ออุตสาหกรรมเครื่องหอม สำหรับประเทศไทย สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า กุหลาบมอญถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยในช่วงรัชกาลที่ 2 และต่อมามีการปลูกเป็นไม้ดอกหอมและไม้ประดับในหลายพื้นที่
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : ควรปลูกในพื้นที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ มีอากาศถ่ายเทดี และดินระบายน้ำได้ดี
- ดิน : เหมาะกับดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุเพียงพอ ไม่ควรปลูกในบริเวณที่มีน้ำขัง
- น้ำ : ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยควรหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ดินแฉะเป็นเวลานาน
- การบำรุงต้น : ใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยที่เหมาะสมกับไม้ดอก และตัดแต่งกิ่งที่แห้งหรือเป็นโรคเพื่อกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่
- การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้ง การปักชำ การตอนกิ่ง การติดตา และการเพาะเมล็ด โดยการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเหมาะสำหรับการรักษาลักษณะพันธุ์เดิม
- การปลูกเพื่อเก็บดอก : ควรจัดการแสง น้ำ และธาตุอาหารให้เหมาะสม เพราะคุณภาพของดอกและปริมาณน้ำมันหอมระเหยขึ้นกับพันธุ์ สภาพแวดล้อม และระยะการเก็บเกี่ยว
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ดอก : เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในทางสมุนไพร
- กลีบดอก : ใช้ทำสารสกัด ชาดอกไม้ น้ำกุหลาบ และเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำมันหอมระเหย
- น้ำมันหอมระเหยจากดอก : ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เครื่องสำอาง และการศึกษาทางเภสัชวิทยา
- น้ำดอกไม้เทศ : ในภูมิปัญญาไทยหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันกุหลาบซึ่งนำมาละลายในน้ำ ใช้เป็นน้ำกระสายยาในตำรับยาไทยบางชนิด
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย
- แก้ไข้ตัวร้อน : ดอกกุหลาบมอญมีการใช้ตามภูมิปัญญาแผนโบราณเพื่อช่วยบรรเทาอาการไข้ตัวร้อน
- แก้กระหาย : ใช้ในตำรับหรือรูปแบบเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบ
- แก้อ่อนเพลีย : ใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำกระสายยาและตำรับที่มุ่งบำรุงกำลัง
- บำรุงกำลัง : มีการกล่าวถึงการใช้ดอกกุหลาบมอญเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายตามภูมิปัญญาแพทย์แผนโบราณ
- ใช้เป็นน้ำกระสายยา : น้ำดอกไม้เทศถูกใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงยาไทยบางตำรับ
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านและระบบการแพทย์ดั้งเดิมอื่น มีการใช้ดอกกุหลาบมอญเพื่อเกี่ยวข้องกับ ระบบทางเดินอาหาร อาการท้องผูก อาการปวด และการผ่อนคลาย รวมถึงการใช้เป็นเครื่องดื่มหรือ rose water ในบางวัฒนธรรม
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรับยา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมด
วิธีใช้
- ชาดอกกุหลาบ : ใช้กลีบดอกกุหลาบมอญที่สะอาดและเหมาะสำหรับบริโภคชงกับน้ำร้อน สามารถดื่มเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร
- น้ำกุหลาบ : ใช้ดอกหรือกลีบดอกผ่านกระบวนการสกัดหรือกลั่นเพื่อให้ได้น้ำกุหลาบหรือ hydrosol
- น้ำดอกไม้เทศ : ในการแพทย์แผนไทยใช้เป็นน้ำกระสายยาในตำรับบางชนิดตามหลักการปรุงยา
- ผลิตภัณฑ์ภายนอก : น้ำมันหอมระเหยหรือสารสกัดจากดอกอาจใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์อโรมาตามสูตรที่กำหนด
- การรับประทาน : ควรใช้เฉพาะวัตถุดิบที่ผลิตสำหรับการบริโภค และไม่ควรนำ น้ำมันหอมระเหยเข้มข้น มารับประทานเอง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากข้อมูลที่ตรวจสอบ ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่า กุหลาบมอญ (Rosa damascena) เป็นรายการสมุนไพรเดี่ยวในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านยา/บัญชียาจากสมุนไพรของประเทศไทย ในลักษณะเดียวกับสมุนไพรที่มีข้อบ่งใช้และขนาดการใช้กำหนดไว้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ดอกกุหลาบมอญและน้ำดอกไม้เทศมีประวัติการใช้ในเภสัชกรรมแผนไทย โดยเฉพาะในฐานะส่วนประกอบหรือน้ำกระสายยา
สาระสำคัญ
สาระสำคัญของกุหลาบมอญอยู่ที่ น้ำมันหอมระเหยและสารพฤกษเคมีในกลีบดอก โดยเฉพาะสารกลุ่ม monoterpene alcohols และสารประกอบฟีนอลิก ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลิ่นหอมและฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบในการทดลอง สารที่มีการศึกษาบ่อย ได้แก่ β-citronellol, geraniol, nerol และ phenylethyl alcohol รวมถึง flavonoids เช่น quercetin และ kaempferol
องค์ประกอบทางเคมี
- β-Citronellol : เป็นองค์ประกอบสำคัญของน้ำมันหอมระเหยและมีส่วนต่อกลิ่นเฉพาะของดอกกุหลาบ
- Geraniol : แอลกอฮอล์โมโนเทอร์พีนที่มีกลิ่นหอม พบในน้ำมันหอมระเหยกุหลาบ
- Nerol : สารในกลุ่ม monoterpene alcohol ที่มีส่วนต่อกลิ่น
- Phenylethyl alcohol : สารให้กลิ่นหอมที่พบในดอกและผลิตภัณฑ์จากกุหลาบ
- Nonadecane : ไฮโดรคาร์บอนที่พบในองค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยบางตัวอย่าง
- Quercetin : สารกลุ่ม flavonoid ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดลอง
- Kaempferol : flavonoid ที่พบในดอกกุหลาบ
- Anthocyanins และสารประกอบฟีนอลิก : มีส่วนเกี่ยวข้องกับสีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากดอก
องค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยสามารถแตกต่างกันมากตาม พันธุ์ แหล่งปลูก สภาพอากาศ ระยะเก็บเกี่ยว และวิธีสกัด ดังนั้นไม่ควรกำหนดสัดส่วนสารสำคัญจากตัวอย่างหนึ่งเป็นค่าตายตัวสำหรับกุหลาบมอญทุกแหล่ง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ Rosa damascena ครอบคลุมทั้ง การศึกษาในหลอดทดลอง การศึกษาในสัตว์ทดลอง และการทดลองในมนุษย์ โดยมีการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ระงับปวด ต้านจุลชีพ คลายกังวล ส่งเสริมการนอนหลับ ขยายหลอดลม และลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น การทบทวนอย่างเป็นระบบในปี 2017 พบการทดลองทางคลินิกที่เข้าเกณฑ์ 12 การศึกษา และสรุปว่ามีสัญญาณที่น่าสนใจด้านการบรรเทาปวด แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาที่มีผลิตภัณฑ์มาตรฐานและการออกแบบการวิจัยที่แข็งแรงมากขึ้น การทบทวนและวิเคราะห์อภิมานเกี่ยวกับอาการปวดเฉียบพลันพบว่า การรับประทาน Rosa damascena มีแนวโน้มลดความรุนแรงของอาการปวด แต่ผลโดยรวม ไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่การใช้ภายนอกไม่พบผลลดปวดที่ชัดเจน
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับการศึกษาในห้องปฏิบัติการ : มีข้อมูลค่อนข้างมากเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ และการยับยั้งเอนไซม์บางชนิด
- ระดับสัตว์ทดลอง : มีหลักฐานเกี่ยวกับฤทธิ์ระงับปวด คลายกังวล ส่งเสริมการนอนหลับ ต้านการชัก ขยายหลอดลม และลดน้ำตาลในเลือด
- ระดับมนุษย์ : มีการทดลองทางคลินิกบางส่วน โดยเฉพาะด้านอาการปวด ความวิตกกังวล และการใช้ในรูปแบบ aromatherapy แต่จำนวนตัวอย่างและคุณภาพการศึกษายังแตกต่างกัน
- ภาพรวม : หลักฐานยังอยู่ในระดับ เบื้องต้นถึงปานกลางสำหรับบางประเด็น และยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันกุหลาบมอญเป็นยารักษาโรคโดยทั่วไป
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดและน้ำมันหอมระเหยแสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีข้อมูลจากการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ระงับปวด : พบในการทดลองสัตว์หลายรูปแบบ และมีการศึกษาในมนุษย์บางส่วน แต่ผลทางคลินิกยังไม่สม่ำเสมอ
- ฤทธิ์คลายกังวล : การทดลองในสัตว์พบพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการลดความวิตกกังวลหลังได้รับกลิ่นหรือน้ำมันหอมระเหยกุหลาบมอญ
- ฤทธิ์ส่งเสริมการนอนหลับ : สารสกัดน้ำและเอทานอลจากดอกสามารถเพิ่มระยะเวลาการนอนหลับที่เกิดจาก pentobarbital ในหนูทดลอง
- ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ cholinesterase : น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยับยั้ง AChE และ BChE ในหลอดทดลอง โดยพบสาร phenylethyl alcohol เป็นหนึ่งในสารที่มีบทบาทสำคัญ
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดและน้ำมันบางรูปแบบแสดงฤทธิ์ต่อจุลชีพหลายชนิดในการทดลอง
- ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและขยายหลอดลม : มีรายงานจากการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่ควรนำมาใช้แทนการรักษาโรคเบาหวานหรือโรคระบบทางเดินหายใจ
ความปลอดภัย
โดยทั่วไป ผลิตภัณฑ์จากกุหลาบมอญที่ใช้ในอาหารหรือเครื่องสำอางตามระดับที่เหมาะสมมีข้อมูลด้านความปลอดภัยค่อนข้างน่าพอใจ แต่ความปลอดภัยขึ้นกับชนิดของผลิตภัณฑ์ ความเข้มข้น วิธีใช้ และคุณภาพวัตถุดิบ การทบทวนข้อมูลความปลอดภัยล่าสุดพบงานศึกษาจำนวนมากทั้งสารสกัด น้ำกุหลาบ และน้ำมันหอมระเหย โดยข้อมูลส่วนใหญ่ไม่พบความเป็นพิษรุนแรงจากการใช้ในระดับที่ศึกษา แต่ยังจำเป็นต้องมีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวและข้อมูลในมนุษย์เพิ่มเติม มีรายงานอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยจากการทดลองในมนุษย์บางการศึกษา เช่น อาการแพ้หรือระคายเคือง จึงควรหยุดใช้หากเกิดอาการผิดปกติ
ข้อห้ามใช้
- ผู้ที่แพ้กุหลาบหรือพืชในกลุ่ม Rosaceae ควรหลีกเลี่ยง
- ผู้ที่แพ้น้ำมันหอมระเหยหรือสารแต่งกลิ่น ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
- ไม่ควรรับประทานน้ำมันหอมระเหยกุหลาบมอญเข้มข้นโดยตรง
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ในรูปแบบยาเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์รับประทาน เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยของการใช้เป็นยาขนาดสูงยังมีจำกัด
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
หลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างกุหลาบมอญกับยาโดยตรงยังมีจำกัด จึงไม่สามารถระบุรายการปฏิกิริยาระหว่างยาได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในสัตว์พบว่าสารสกัดดอกกุหลาบมอญสามารถ เพิ่มระยะเวลาการนอนหลับที่เกิดจาก pentobarbital และมีงานศึกษาฤทธิ์ต่อระบบประสาท ดังนั้นผู้ที่ใช้ยานอนหลับ ยากดประสาท หรือยาที่ทำให้ง่วง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์กุหลาบมอญที่มีความเข้มข้นสูง
การใช้ในอาหาร
- ชาดอกกุหลาบ : ใช้กลีบดอกที่เหมาะสำหรับบริโภคชงเป็นเครื่องดื่ม
- น้ำกุหลาบ : ใช้แต่งกลิ่นและรสในอาหารและขนม
- ขนมหวาน : rose water ถูกใช้ในอาหารและขนมของหลายวัฒนธรรม
- อาหารไทย : มีรายงานว่าดอกกุหลาบ (Rosa damascena) เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่สามารถนำมาใช้บริโภคได้ในประเทศไทย
หมายเหตุ : ควรใช้เฉพาะดอกกุหลาบที่ปลูกเพื่อบริโภคและไม่มีการใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะสมกับอาหาร ดอกไม้จากร้านไม้ประดับหรือดอกไม้ที่ผ่านสารกำจัดศัตรูพืชไม่ควรนำมารับประทาน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ : ใช้ในเครื่องหอม น้ำหอม และผลิตภัณฑ์อโรมาติก
- Rose water / Hydrosol : ใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- สารสกัดกลีบดอก : ใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง : ใช้เพื่อคุณสมบัติด้านกลิ่นและสารต้านอนุมูลอิสระ
- ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม : ใช้เป็นวัตถุดิบแต่งกลิ่นและรส
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องหอม : ใช้เป็นส่วนประกอบของชาดอกไม้และผลิตภัณฑ์กลิ่นหอม
งานวิจัยในประเทศไทยปี 2025 ยังศึกษาสารสกัดกลีบกุหลาบมอญในด้าน สารพฤกษเคมี ศักยภาพด้านการชะลอวัย และความคงตัวของสารสกัด สะท้อนถึงศักยภาพของกุหลาบมอญในอุตสาหกรรม cosmeceutical
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- การเก็บดอก : ควรเก็บในระยะที่ดอกมีความสมบูรณ์และมีกลิ่นหอมเหมาะสม โดยเฉพาะหากนำไปผลิตน้ำมันหอมระเหย
- ช่วงเวลาเก็บ : ควรเก็บในช่วงที่อุณหภูมิไม่สูงและหลีกเลี่ยงแดดจัดหลังเก็บ เพื่อช่วยรักษาสารระเหย
- การทำแห้ง : หากต้องการเก็บเป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงความร้อนสูงเกินไป
- การเก็บรักษาดอกแห้ง : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น และแมลง
- การเก็บน้ำมันหอมระเหย : ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทและเหมาะสม หลีกเลี่ยงแสง ความร้อน และอากาศ
คุณภาพและองค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยกุหลาบมอญได้รับอิทธิพลจาก พันธุ์ สภาพภูมิอากาศ ระยะการออกดอก และกระบวนการกลั่น ดังนั้นการควบคุมวัตถุดิบและกระบวนการผลิตจึงมีความสำคัญ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในประเทศไทย กุหลาบมอญหรือดอกยี่สุ่น เป็นไม้ดอกหอมที่มีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการใช้ดอกไม้ทั้งด้านสมุนไพรและเครื่องหอม มีการใช้น้ำดอกไม้เทศเป็นน้ำกระสายยาในตำรับยาไทย และใช้กลิ่นหอมของดอกไม้ในวิถีชีวิตไทย นอกจากนี้ กุหลาบมอญยังปรากฏในองค์ความรู้เกี่ยวกับ ดอกไม้กินได้และดอกไม้สมุนไพร โดยสามารถนำดอกมาใช้ในอาหาร เครื่องดื่ม และการปรุงกลิ่นได้
ประวัติและวัฒนธรรม
กุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีบทบาทในวัฒนธรรมของหลายประเทศ และกุหลาบมอญมีประวัติการใช้ยาวนานในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่าน ซึ่งมีการผลิตน้ำกุหลาบและน้ำมันกุหลาบมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ สำหรับประเทศไทย กุหลาบมอญถูกนำเข้ามาปลูกในช่วง รัชกาลที่ 2 และต่อมามีบทบาททั้งในฐานะไม้ดอกหอม ไม้ประดับ วัตถุดิบเครื่องหอม และสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยาไทย
สถานะการอนุรักษ์
กุหลาบมอญเป็นพืชปลูกและไม้ดอกที่มีการขยายพันธุ์อย่างกว้างขวาง จึงไม่ได้มีลักษณะเป็นสมุนไพรป่าที่มีการเก็บจากธรรมชาติเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ควรรักษา ความหลากหลายของพันธุ์กุหลาบมอญพื้นเมืองและพันธุ์ดั้งเดิม โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีคุณค่าด้านกลิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom : Plantae
- Phylum : Tracheophyta
- Class : Magnoliopsida
- Order : Rosales
- Family : Rosaceae
- Genus : Rosa
- Species : Rosa × damascena Mill.
ชื่อ Rosa damascena Mill. ยังคงพบใช้ทั่วไปในเอกสารทางเภสัชศาสตร์และงานวิจัยจำนวนมาก ขณะที่ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานบางแห่งจัดเป็น Rosa × damascena เนื่องจากมีสถานะเป็นลูกผสม จึงควรระบุชื่อทั้งสองรูปแบบเมื่อจัดทำฐานข้อมูลสมุนไพรเพื่อรองรับการค้นคืนข้อมูลทางวิชาการ
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ของกุหลาบมอญควรพิจารณาร่วมกันทั้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะทางเภสัชเวท และข้อมูลทางเคมี ได้แก่
- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่มมีหนาม ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยประมาณ 5–7 ใบ และดอกมีกลีบซ้อนหลายชั้น
- กลิ่น : ดอกมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
- ลักษณะดอก : ดอกสีขาว ชมพู หรือแดง และมีหลายกลีบ
- การตรวจสอบทางเภสัชเวท : ตรวจลักษณะผงกลีบดอกและโครงสร้างเซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์
- การตรวจสอบทางเคมี : วิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหย เช่น β-citronellol, geraniol, nerol และ phenylethyl alcohol
- ตัวอย่างอ้างอิง : ควรจัดเก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้งพร้อมหมายเลข specimen หรือ voucher specimen เพื่อยืนยันชนิดพันธุ์
งานวิจัยในประเทศไทยปี 2025 ได้ระบุการตรวจสอบและยืนยันตัวอย่าง Rosa damascena โดยนักพฤกษศาสตร์ และเก็บ voucher specimen ไว้ที่หอพรรณไม้ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการควบคุมเอกลักษณ์ของวัตถุดิบสมุนไพร
คำเตือนทางการแพทย์
ข้อมูลกุหลาบมอญในเว็บไซต์นี้ควรใช้เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์
- สรรพคุณจากตำรายาไทย เป็นข้อมูลทางภูมิปัญญาและไม่ควรนำมาเทียบเท่ากับข้อบ่งใช้ของยาที่ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิก
- งานวิจัยจำนวนมากยังเป็นการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง จึงไม่สามารถสรุปผลต่อมนุษย์ได้โดยตรง
- ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีความเข้มข้นแตกต่างกัน เช่น ดอกแห้ง น้ำกุหลาบ สารสกัด และน้ำมันหอมระเหย ไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่พิจารณาความเข้มข้น
- น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นไม่ควรรับประทานเอง
- ผู้ที่มีประวัติ แพ้พืชหรือแพ้น้ำหอม/น้ำมันหอมระเหย ควรทดสอบหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้
- ผู้ที่รับประทาน ยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือยาที่มีฤทธิ์กดประสาท ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์กุหลาบมอญเข้มข้น เนื่องจากมีข้อมูลจากสัตว์ทดลองเกี่ยวกับผลต่อการนอนหลับ
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพก่อนใช้ในรูปแบบยาเข้มข้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ภาษาไทย
- จันทร์ดอน, ธ. (2559). กุหลาบมอญ..ดอกไม้หอมมีประโยชน์. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
- เฉลิมกลิ่น, ป. (2542). ไม้ดอกหอม เล่ม 1. กรุงเทพฯ: บ้านและสวน.
- พิเชียรสุนทร, ช. (2556). คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย เล่ม 1 น้ำกระสายยา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
- สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2559). กุหลาบมอญ..ดอกไม้หอมมีประโยชน์.
- ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. (2557). ระบบข้อมูลทางวิชาการ: กุหลาบมอญดอกสีแดง.
ภาษาอังกฤษ
- Akram, M., Riaz, M., Munir, N., Akhter, N., Zafar, S., Jabeen, F., et al. (2020). Chemical constituents, experimental and clinical pharmacology of Rosa damascena: A literature review. Journal of Pharmacy and Pharmacology, 72(2), 161–174. https://doi.org/10.1111/jphp.13185
- Boskabady, M. H., Shafei, M. N., Saberi, Z., & Amini, S. (2011). Pharmacological effects of Rosa damascena. Iranian Journal of Basic Medical Sciences, 14(4), 295–307.
- Nayebi, N., Khalili, N., Kamalinejad, M., & Emtiazy, M. (2017). A systematic review of the efficacy and safety of Rosa damascena Mill. with an overview on its phytopharmacological properties. Complementary Therapies in Medicine, 34, 129–140. https://doi.org/10.1016/j.ctim.2017.08.014
- Shams-Ardekani, M. R., et al. (2016). Rosa damascena as holy ancient herb with novel applications. Journal of Traditional and Complementary Medicine.
- Senol, F. S., Orhan, I. E., Kurkcuoglu, M., Khan, M. T. H., Altintas, A., Sener, B., & Baser, K. H. C. (2013). A mechanistic investigation on anticholinesterase and antioxidant effects of rose (Rosa damascena Mill.). Food Research International, 53, 502–509.
- Cai, Y. Z., Xing, J., Sun, M., Zhan, Z. Q., & Corke, H. (2005). Phenolic antioxidants identified from Rosa flowers. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 53, 9940–9948.
- Bradley, B. F., Starkey, N. J., Brown, S. L., & Lea, R. W. (2007). The effects of prolonged rose odor inhalation in two animal models of anxiety. Physiology & Behavior, 92, 931–938.
- Rakhshandah, H., Hosseini, M., & Dolati, K. (2004). Hypnotic effect of Rosa damascena in mice. Iranian Journal of Pharmaceutical Research, 3, 181.
- Tao, H., et al. (2022). Chemical constituents and pharmacological activities of medicinal plants from Rosa genus. Chinese Herbal Medicines.
- Kew Science. (2026). Rosa ×damascena Herrm. Plants of the World Online.
- Global Biodiversity Information Facility. (2026). Rosa × damascena Mill. GBIF Backbone Taxonomy.

