ยาแก้โรคกระเพาะ

ยาแก้โรคกระเพาะ

ขนานที่ ๑

ท่านให้เอา เกลือทะเล (เกลือใส่แกง ชนิดเม็ด) ๓ กำมือ (ของคนไข้) โดยให้คนใช้เป็นผู้หยิบด้วยตนเอง ขณะหยิบพึงกลั้นใจ นึกบริกรรมดังนี้

หยิบครั้งที่ ๑ บริกรรมว่า “ พุทธัง ปัจจักขามิ” หยิบเกลือ ๑ กำมือ,

หยิบครั้งที่ ๒ บริกรรมว่า “ธัมมัง ปัจจักขามิ” หยิบเกลือ ๑ กำมือ,

หยิบครั้งที่ ๓ บริกรรมว่า “สังฆัง ปัจจักขามิ” หยิบเกลือ ๑ กำมือ,

นำเกลือทั้ง ๓ กำมือนั้นมาใส่หม้อดิน ปิดฝาหม้อเสีย ยกขึ้นตั้งไฟสะตุให้สุก (ไม่ต้องใส่น้ำ) นำไข่ไก่มา ๓ ฟอง ทุบเอาเฉพาะไข่ขาว (โดยคัดเอาไข่แดงออกเสีย) นำมาผสมกับเกลือที่สะตุสุกดีแล้วนั้น ใส่ภาชนะเก็บไว้ ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ โดยตักใส่ปากแล้วดื่มน้ำตาม เวลาก่อนอาหารเช้า – เย็น มีสรรพคุณแก้โรคกระเพาะได้ผลดีอย่างชะงัด เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้วฯ

พระครูภาวนาวิสุทธิ์ วัดอัพวัน สิงห์บุรี

ขนานที่ ๒

ท่านให้เอา ใบต้นยอ (ชนิดไม่อ่อนหรือแก่เกินไป) ๑ พริกไทยร่อนขิงแห้งดีปลี ๑ ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๔ บาทเท่ากัน นำมาตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ หรือ ผสมกับ น้ำร้อนปั้นเป็นลูกกลอน ใช้รับประทานเวลาหลังอาหาร มีสรรพคุณแก้โรคกระเพาะได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๓

ท่านให้เอา เปลือกหอยแครง ๓๐ ฝา, เปลือกหอยขม ๓๓ ตัว, นำมาใส่หม้อดินเผาไฟให้ไหม้เป็นขี้เถ้า บดให้ละเอียด ใส่ดินสอพอง ราคา ๒ บาท, กับพิมเสน ราคา ๒ บาท, (ซื้ออย่างละ ๒ บาท ได้เท่าไรเอาเท่านั้น) นำตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้มาตำผสมกันเป็นผง ผสมกับน้ำต้มสุก หรือผสมกับน้ำเย็นธรรมดาก็ได้ ใช้รับประทาน มีสรรพคุณแก้โรคกระเพาะจะหายขาดภายใน ๔๐ วัน เคยใช้รักษาได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ ห้ามของแสลง คือ เนื้อเต่า ตะพาบน้ำ ปลาไหลเนื้อสัตว์ทะเลทุกชนิด ของหมักดองทุกชนิด ห้ามรับประทานเด็ดขาด ฯ

พระอธิการบุญลือ ฐิตปุญโญ วัดใหม่วงเดือน (บึงประจำรัง)

ขนานที่ ๔

ท่านให้เอา ข้าวตัง (ก้นหม้อ หรือ ก้นกระทะ ) มากพอสมควรนำมาตากแดดให้แห้ง ทุบให้แตกออกเป็นเม็ดเล็กๆ นำมาคั่วไฟให้สุกเหลือง ตำให้ละเอียด เก็บรักษาไว้ให้มิดชิด ใช้ผสมกับน้ำข้าว (น้ำที่รินออกจากหม้อหุงข้าว)อย่างละครึ่งแก้วกาแฟ ใช้รับประทานก่อนอาหารเช้า – เย็น และก่อนนอน วันละ ๓ เวลา รับประทานติดต่อกันทุกวัน ประมาณ ๑๕ วัน โรคกระเพราะจะหายขาด เจ้าของยานี้ได้ใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้ว ฯ

พระราชรัตนกวี วัดอนงคาราม กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๕

ท่านให้เอา กล้วยน้ำว้าดิบ มากพอสมควร นำมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง เก็บรักษาไว้ให้มิดชิด ใช้ผงกล้วยน้ำว้านั้น ๑-๒ ช้อนโต๊ะ ละลายกับน้ำต้มสุก ๑-๒ ช้อนโต๊ะ กวนให้เข้ากันใช้รับประทานวันละ ๒-๓ ครั้ง และเวลาก่อนนอน ติดต่อกันประมาณ ๑๕ วัน โรคกระเพาะจะหายไป มีสรรพคุณชะงัดนักแล ฯ

วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๖

ท่านให้เอา หัวขมิ้นชัน มากพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง บดให้ละเอียด ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานวันละ ๓ เวลา ประมาณ ๑๕ วัน โรคกระเพาะจะหายไป มีสรรพคุณชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมามากแล้วฯ

วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๗

ท่านให้เอา เปลือกต้นเรี่ยน ๓ เปลือก, เปลือกต้นยาง ๓ เปลือก, เปลือกต้นพิกุล ๓ เปลือก, ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานก่อนอาหาร วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคกระเพาะได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯ

พระครูสมุห์บุญทรง นิพภโย วัดแหลมคาง อ.บางระจัน สิงห์บุรี

ขนานที่ ๘

ท่านให้เอา หัวขมิ้นอ้อย ๑ หัวไพล ๑ หัวกะทือ ๑ ตัวยา ทั้ง ๓ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นำไปตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๓ เม็ด หรือละลายกับน้ำร้อน ใช้รับประทานก็ได้ รับประทานเวลาหลังอาหาร วันละ ๓ เวลา ชั่วระยะเวลาเพียง ๑๕ วัน โรคกระเพาะจะหายขาด ในระหว่างรับประทานยานี้ห้ามดื่มเหล้าเด็ดขาด เคยใช้รักษาได้ผลดีมามากแล้วฯ

พระครูอดุลธรรมาภรณ์ วัดภูเขาหลัก อ.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช

ขนานที่ ๙

ท่านให้เอา รกผา หนัก ๒ บาท แช่ในน้ำผึ้งแท้ ๑ ขวด แช่ไว้ ๓ คืน ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาก่อนอาหารเช้า – กลางวัน – เย็น วันละ ๓ เวลา ประมาณ ๑๕ วัน โรคกระเพาะ โรคลำไส้ จะหายขาด มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ

พระครูสิริมงคลวัฒน์ วัดบ่อแก้ววนาราม อ.สะเมิง เชียงใหม่

ขนานที่ ๑๐

ท่านให้เอา หัวไพล มากพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาดตำให้ละเอียด ผสมกับ เกลือทะเล (เกลือใส่แกง) ประมาณให้มีรสเค็มเล็กน้อย นำไปใส่กระทะ ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ให้ท่วมยา ตั้งไฟเคี่ยวให้แห้งพอปั้นเป็นลูกกลอนได้สะดวก ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด ก่อนอาหาร วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณแก้โรคกระเพาะ ซึ่งมีอาการปวดท้องเป็นประจำให้หายไปอย่างชะงัดนักแล ฯ

พระครูทอด สุทธจิตโต วัดหนองสุ่ม อ.อินทร์บุรี สิงห์บุรี