กระทุ่มนา
กระทุ่มนาเป็น สมุนไพรไทยและพืชวัตถุ ชนิดหนึ่งในวงศ์เข็ม (Rubiaceae) พบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชื้น ป่าผลัดใบ และบริเวณขอบทุ่งนา มีประวัติการใช้ใน ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและตำรายาไทย โดยเฉพาะใบและเปลือกต้น ขณะเดียวกันปัจจุบันมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ สารอัลคาลอยด์ ไตรเทอร์พีน ฟลาโวนอยด์ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย: กระทุ่มนา, กระทุ่มน้ำ
- ชื่อท้องถิ่น: กระทุ่มดง, กระทุ่มขี้หมู, ตุ้มน้ำ, ตุ้มน้อย, ตุ้มแซะ, ท่อมขี้หมู, ท่อมนา, โทมน้อย, ถ่มพาย, กาตูม และตำ
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil.
- วงศ์: Rubiaceae หรือวงศ์เข็ม
- ชื่อสามัญ: ไม่พบชื่อสามัญภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นมาตรฐานอย่างแพร่หลาย จึงควรใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ประกอบการระบุชนิด
- ประเภทพืช: ไม้ต้นผลัดใบ
- ความสูง: ประมาณ 8–15 เมตร
- ลักษณะเด่น: ใบออกตรงข้าม ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น และมักพบในพื้นที่ชื้นหรือบริเวณใกล้แหล่งน้ำ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น: เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลาง สูงประมาณ 8–15 เมตร เรือนยอดค่อนข้างเป็นพุ่ม
- กิ่ง: กิ่งแขนงแตกออกจากลำต้นและกิ่งหลักเป็นมุมค่อนข้างชัด
- ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี ขนาดประมาณ 5–16 เซนติเมตร ก้านใบยาวประมาณ 1–2.5 เซนติเมตร บริเวณโคนเส้นกลางใบและซอกใบอาจพบตุ่มใบที่มีขน
- หูใบ: รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร มีสันกลาง
- ดอก: ออกเป็นช่อกระจุกแน่น โดยช่อมีลักษณะค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร ดอกย่อยมีจำนวนมาก
- กลีบดอก: เป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉก โดยดอกมีลักษณะรวมกันเป็นก้อนกลม
- ผล: ผลมีขนาดเล็ก เกิดรวมกันเป็นกระจุก เมื่อแก่และแห้งจะแตก ปลดปล่อยเมล็ดขนาดเล็กที่สามารถกระจายไปตามธรรมชาติ
- ช่วงออกดอก: โดยข้อมูล Flora of Thailand ระบุว่ามักออกดอกประมาณเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม
- ช่วงติดผล: ประมาณเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด: อยู่ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย
- การกระจายพันธุ์: พบตั้งแต่บังกลาเทศ จีนตอนใต้ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย ชวา และฟิลิปปินส์
- ในประเทศไทย: พบกระจายอยู่หลายภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความชื้นและมีแหล่งน้ำใกล้เคียง
- ถิ่นอาศัย: พบในป่าผลัดใบ ป่าเต็งรังหรือป่าแห้งบางประเภท พื้นที่ถูกรบกวน และบริเวณพื้นที่นาหรือขอบทุ่งนา
- ระดับความสูง: Flora of Thailand รายงานการพบชนิดนี้ตั้งแต่ระดับใกล้ทะเลจนถึงประมาณ 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม: กระทุ่มนาชอบพื้นที่เขตร้อนที่มีความชื้นเพียงพอ และสามารถเจริญได้ในพื้นที่ดินค่อนข้างชื้น
- แสง: ควรได้รับแสงแดดเพียงพอ โดยต้นที่ปลูกในพื้นที่เปิดสามารถเจริญเป็นไม้ต้นขนาดกลางได้
- ดิน: ควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้พอเหมาะและมีอินทรียวัตถุ ไม่ควรปลูกในดินแห้งจัดเป็นเวลานาน
- น้ำ: ในระยะต้นกล้าควรมีความชื้นสม่ำเสมอ ส่วนต้นที่ตั้งตัวได้แล้วสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้
- การขยายพันธุ์: สามารถศึกษาและใช้ การเพาะเมล็ด เป็นแนวทางหลักได้ เนื่องจากพืชสร้างผลและเมล็ดตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ข้อมูลมาตรฐานด้านอัตราการงอก การปักชำ และการขยายพันธุ์เชิงพาณิชย์ของกระทุ่มนาโดยเฉพาะยังมีจำกัด
- การปลูกเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร: ควรระบุชนิดพืชด้วยชื่อวิทยาศาสตร์และใช้ต้นพันธุ์ที่ผ่านการตรวจสอบเอกลักษณ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการปะปนกับ Mitragyna ชนิดอื่น
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ: เป็นส่วนที่มีข้อมูลการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมากที่สุด
- เปลือกต้น: มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
- กิ่งและส่วนเหนือดิน: มีการนำไปศึกษาทางเภสัชเคมีและเภสัชวิทยาในงานวิจัยสมัยใหม่
- ผล: มีรายงานทางพฤกษศาสตร์และมีการศึกษาทางเคมี แต่ข้อมูลการใช้เป็นยาโดยตรงมีน้อยกว่าใบและเปลือกต้น
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย
- ใบ: ในภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้เป็นยาแก้ ท้องร่วง ปวดมวนท้อง และบิดมูกเลือด และมีการกล่าวถึงการใช้แทนใบกระท่อมในบางตำรับพื้นบ้าน โดยมีฤทธิ์อ่อนกว่า
- ใบ: มีการกล่าวถึงการใช้เพื่อ ลดความดันโลหิต และช่วยกดการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- เปลือกต้น: ใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับ แก้บิดมูกเลือด และโรคทางผิวหนังบางชนิด
- เปลือกต้น: ตำรายาพื้นบ้านบางแหล่งกล่าวถึงการใช้แก้โรคผิวหนังและคุดทะราด
- ตำรับพื้นบ้าน: มีการกล่าวถึงการใช้กระทุ่มนาในกลุ่มอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและอาการไข้บางชนิด
หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและเอกสารสมุนไพร ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองทางคลินิกในมนุษย์
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใบกระทุ่มนา มีการใช้ในบางพื้นที่สำหรับอาการ ท้องเสีย ท้องร่วง ปวดท้อง และบิด
- มีการใช้ใบเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติด้านการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อในความเชื่อและตำรับพื้นบ้าน
- การใช้กระทุ่มนาแทนกระท่อมพบในเอกสารภูมิปัญญาบางแหล่ง แต่ กระทุ่มนาไม่ควรถูกถือว่าเป็นกระท่อมชนิดเดียวกัน เนื่องจากเป็นคนละสปีชีส์
ในตำรับยา
-
ข้อมูลตำรับยาไทยและตำรับพื้นบ้านที่กล่าวถึงกระทุ่มนามักเน้น ใบและเปลือกต้น โดยเกี่ยวข้องกับอาการท้องร่วง บิด และอาการทางผิวหนัง
-
การนำไปใช้ในตำรับควรพิจารณาชนิดพืช ส่วนที่ใช้ วิธีเตรียมยา และองค์ประกอบของตำรับอย่างเคร่งครัด เพราะฤทธิ์ของสารสำคัญอาจแตกต่างกันตามส่วนของพืชและวิธีสกัด
สาระสำคัญ
- กระทุ่มนาเป็นพืชในสกุล Mitragyna เช่นเดียวกับกระท่อม แต่เป็น คนละชนิดกับ Mitragyna speciosa
- มีสารกลุ่ม monoterpene indole alkaloids ซึ่งเป็นสารเด่นที่ได้รับการศึกษาทางเภสัชเคมี
- นอกจากนี้ยังพบ triterpenes, flavonoids และสารประกอบฟีนอลิก
- งานวิจัยล่าสุดพบสารทุติยภูมิในใบของ Mitragyna หลายชนิด และพบว่ากระทุ่มนามีรูปแบบเมแทบอไลต์ที่แตกต่างจาก M. speciosa และ Mitragyna ชนิดอื่น
องค์ประกอบทางเคมี
- กลุ่มอัลคาลอยด์: มีรายงานการแยก monoterpene indole alkaloids จากเปลือกต้น เช่น mitradiversifoline, specionoxeine-N(4)-oxide, 7-hydroxyisopaynantheine, 3-dehydropaynantheine และ 3-isopaynantheine-N(4)-oxide
- กลุ่มไตรเทอร์พีน: พบสารหลายชนิดจากเปลือกต้น เช่น rotundic acid และสารอนุพันธ์ของ urs-12-en-28-oic acid
- กลุ่มฟลาโวนอยด์: งานวิจัยจากกิ่งพบฟลาโวนอยด์หลายชนิดที่แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยับยั้ง α-glucosidase ในการทดลอง
- กลุ่มสารฟีนอลิก: ตรวจพบและแยกสารฟีนอลิกจากส่วนกิ่งและใบ
- สารเมแทบอไลต์ระเหย: งานศึกษาปี 2026 ตรวจพบสารเมแทบอไลต์ระเหยหลายชนิดในใบ Mitragyna ที่ขึ้นตามธรรมชาติในประเทศไทย โดยกระทุ่มนามีจำนวนสารที่ตรวจพบสูงเมื่อเปรียบเทียบกับชนิดอื่นในการศึกษานั้น
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยด้าน เภสัชเคมี พบอัลคาลอยด์ชนิด monoterpene indole alkaloids หลายชนิดจากเปลือกต้นกระทุ่มนา และสารบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase ในหลอดทดลองระดับปานกลาง
- งานวิจัยปี 2014 พบ ไตรเทอร์พีน 8 ชนิด จากเปลือกต้น และสารบางชนิดแสดงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง MCF-7 และ HT-29 ในการทดลองระดับเซลล์
- งานวิจัยปี 2024 พบสารจากกิ่งจำนวน 16 ชนิด ประกอบด้วยไตรเทอร์พีน ฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์ โดยสารบางชนิดมีฤทธิ์ ยับยั้ง α-glucosidase และต้านอนุมูลอิสระ ในการทดลอง
- งานวิจัยปี 2025 รายงานว่าสารสกัดใบและส่วน polyphenolic fraction ของกระทุ่มนามี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดภาวะ oxidative stress ในแบบจำลองเซลล์กล้ามเนื้อ L6
- งานวิจัยปี 2026 พบสารที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและมีศักยภาพด้านการควบคุมเมแทบอลิซึมของกลูโคสในระดับ in vitro และ computational study แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาในสัตว์ทดลองและมนุษย์เพิ่มเติม
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับภูมิปัญญา: มีข้อมูลการใช้ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้ใบและเปลือกต้น
- ระดับเภสัชเคมี: มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่ากระทุ่มนามีสารอัลคาลอยด์ ไตรเทอร์พีน ฟลาโวนอยด์ และสารฟีนอลิกหลายชนิด
- ระดับ in vitro: มีข้อมูลสนับสนุนฤทธิ์ยับยั้ง acetylcholinesterase, α-glucosidase, ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต่อเซลล์บางชนิด
- ระดับ animal study: หลักฐานเฉพาะสำหรับ M. diversifolia ยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับงานวิจัยในหลอดทดลอง
- ระดับ clinical trial: ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกคุณภาพสูงเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์
- สรุป: หลักฐานในปัจจุบันเหมาะสำหรับการจัดเป็น สมุนไพรที่มีศักยภาพในการวิจัย มากกว่าการกล่าวอ้างว่าเป็นยารักษาโรคที่ได้รับการยืนยันแล้ว
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ยับยั้ง acetylcholinesterase: อัลคาลอยด์บางชนิดจากเปลือกต้นแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase ระดับปานกลางในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดและส่วนที่อุดมด้วย polyphenols แสดงฤทธิ์ในระบบทดสอบ DPPH, ABTS และ FRAP รวมถึงการป้องกัน oxidative damage ในแบบจำลองเซลล์
- ฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase: สารบางชนิดจากกิ่งมีฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase และมีการศึกษากลไกด้วย molecular docking และ molecular dynamics
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: สารบางชนิดจากกระทุ่มนาแสดงการยับยั้งการสร้าง nitric oxide ในแบบจำลองเซลล์ที่ถูกกระตุ้นด้วย LPS
- ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง: ไตรเทอร์พีนบางชนิดจากเปลือกต้นมีฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง MCF-7 และ HT-29 ในระดับเซลล์ แต่ไม่ควรนำผลดังกล่าวไปสรุปว่าใช้รักษามะเร็งในมนุษย์ได้
ความปลอดภัย
- ข้อมูลความปลอดภัยเฉพาะของ กระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia) ในมนุษย์ยังมีจำกัด
- งานศึกษาปี 2025 ที่ตรวจสอบสารสกัดจาก Mitragyna หลายชนิดพบความแตกต่างของสารสำคัญระหว่างชนิดพืช จึงไม่ควรใช้ข้อมูลความปลอดภัยของกระท่อม (M. speciosa) มาเหมารวมกับกระทุ่มนา
- งานศึกษาหนึ่งที่เปรียบเทียบ M. speciosa, M. diversifolia, M. hirsuta และ M. rotundifolia พบข้อมูลด้าน cytotoxicity และ genotoxicity ของสารสกัดใบ แต่ผลดังกล่าวเป็นข้อมูลระดับห้องปฏิบัติการและไม่สามารถแทนการศึกษาความปลอดภัยทางคลินิกได้
- การใช้เป็นยาในปริมาณสูง สารสกัดเข้มข้น หรือการใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญกำกับ ยังไม่ควรถือว่าปลอดภัย
ข้อห้ามใช้
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์กระทุ่มนาในรูปสารสกัดหรือยา เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- เด็ก: ไม่ควรใช้เป็นยาหรือสารสกัดโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
- ผู้มีโรคประจำตัว: ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตผิดปกติ โรคตับ หรือโรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- ผู้ใช้ยาหลายชนิด: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยากับกระทุ่มนายังไม่เพียงพอ
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ข้อมูลเฉพาะของ กระทุ่มนาและปฏิกิริยาระหว่างยาทางคลินิกยังมีจำกัด
- เนื่องจากกระทุ่มนามีสารกลุ่ม indole alkaloids และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายกลุ่ม จึงควรระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางหรือยาที่มีผลต่อความดันโลหิต
- ไม่ควรนำข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยาของ กระท่อม (Mitragyna speciosa) มาใช้แทนข้อมูลของกระทุ่มนาโดยตรง
- ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์กระทุ่มนา
การใช้ในอาหาร
- มีรายงานการใช้ กระทุ่มนาเป็นพืชอาหารในบริบทภูมิปัญญาท้องถิ่นบางพื้นที่ แต่ไม่ได้จัดเป็นผักหรืออาหารทั่วไปที่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยและปริมาณบริโภคมาตรฐานอย่างชัดเจน
- จึงไม่ควรส่งเสริมการบริโภคใบหรือส่วนอื่นของกระทุ่มนาในปริมาณมากโดยอ้างว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
- หากนำไปใช้เป็นอาหาร ควรแยกให้ชัดเจนจากการใช้เป็น สมุนไพรหรือสารสกัดเข้มข้น
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- มีศักยภาพในการนำสารจากกระทุ่มนาไปศึกษาต่อเพื่อพัฒนา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ต้านอนุมูลอิสระ และผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติ
- สารสกัดหรือสารบริสุทธิ์จากกระทุ่มนาเหมาะกับการวิจัยด้าน phytochemical standardization และการพัฒนาสารต้นแบบ
- การนำกระทุ่มนาไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภคหรือใช้เป็นยาควรผ่านการตรวจสอบเอกลักษณ์ คุณภาพ ความปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ไม่ควรใช้คำโฆษณาในลักษณะ รักษามะเร็ง รักษาเบาหวาน รักษาความดัน หรือรักษาโรค จากหลักฐานระดับหลอดทดลองเพียงอย่างเดียว
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ: ควรเก็บจากต้นที่จำแนกชนิดถูกต้องและมีสุขภาพดี
- เปลือกต้น: หากเก็บเพื่อการศึกษา ควรเก็บอย่างจำกัดและไม่ทำลายต้นไม้จนกระทบการเจริญเติบโต
- การทำแห้ง: ควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมในสภาพสะอาดและลดความชื้นอย่างรวดเร็วเพียงพอ เพื่อลดการเกิดเชื้อราและการเสื่อมสภาพของสารสำคัญ
- การเก็บรักษา: เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น และความร้อน
- การควบคุมคุณภาพ: ควรตรวจสอบเอกลักษณ์พืช ความชื้น สิ่งแปลกปลอม และสารสำคัญก่อนนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร
- งานวิจัยด้านการตรวจสอบคุณภาพของ Mitragyna แสดงให้เห็นว่าการทำแห้ง การบด และการเก็บตัวอย่างในภาชนะปิดสนิทมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- กระทุ่มนาเป็นพืชที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามภูมิภาค สะท้อนถึงการกระจายพันธุ์และการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่น
- ชื่อ กระทุ่มนา และ กระทุ่มน้ำ สัมพันธ์กับลักษณะถิ่นอาศัยที่มักพบในพื้นที่ชื้นและบริเวณทุ่งนา
- ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำ ใบ มาใช้กับอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วงและปวดมวนท้อง
- เปลือกต้น มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการบิดและโรคผิวหนังบางชนิด
- การใช้กระทุ่มนาแทนกระท่อมในบางพื้นที่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้ทรัพยากรพืชท้องถิ่นในภูมิปัญญาสมุนไพร แต่พืชทั้งสองชนิดมีความแตกต่างทางอนุกรมวิธานและองค์ประกอบทางเคมี
ประวัติและวัฒนธรรม
- กระทุ่มนาเป็นหนึ่งในพืชสกุล Mitragyna ที่พบในประเทศไทย และมีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ในประเทศไทยมี Mitragyna หลายชนิด ได้แก่ M. diversifolia, M. hirsuta, M. rotundifolia และ M. speciosa จึงมีความสำคัญทางพฤกษศาสตร์และการแพทย์พื้นบ้านในการจำแนกพืชแต่ละชนิดให้ถูกต้อง
- ชื่อท้องถิ่นที่หลากหลายของกระทุ่มนา เช่น กระทุ่มน้ำ กระทุ่มดง ท่อมนา และตุ้มน้อย สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับวัฒนธรรมการใช้ประโยชน์ในแต่ละชุมชน
สถานะการอนุรักษ์
- ตามข้อมูล World Flora Online และ Plants of the World Online (Kew) กระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia) มีสถานะการอนุรักษ์ตามข้อมูลที่อ้างอิงจาก IUCN เป็น Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำ
- แม้สถานะระดับโลกจะอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ แต่การเก็บเปลือกต้นหรือการตัดต้นจากธรรมชาติมากเกินไปอาจกระทบประชากรในท้องถิ่น
- การอนุรักษ์ แหล่งพันธุกรรมตามธรรมชาติ การปลูกทดแทน และการเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญต่อการใช้ประโยชน์ระยะยาว
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom): Plantae
- ไฟลัม (Phylum): Streptophyta
- ชั้น (Class): Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass): Magnoliidae
- อันดับ (Order): Gentianales
- วงศ์ (Family): Rubiaceae
- สกุล (Genus): Mitragyna Korth.
- ชนิด (Species): Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil.
- ชื่อพ้องสำคัญ: Nauclea diversifolia Wall. ex G.Don, Nauclea parvifolia var. diversifolia (Wall. ex G.Don) Kurz, Stephegyne diversifolia (Wall. ex G.Don) Brandis, Mitragyna javanica Koord. & Valeton
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ลักษณะทางสัณฐานวิทยา: ตรวจสอบลำต้น ใบ หูใบ ก้านใบ ช่อดอก และผล โดยเฉพาะลักษณะใบรูปไข่หรือรูปรี หูใบมีสันกลาง และช่อดอกกลมแน่น
- ชื่อวิทยาศาสตร์: ควรยืนยันว่าเป็น Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. ไม่ใช่ M. speciosa, M. hirsuta หรือ M. rotundifolia
- ตัวอย่างอ้างอิง: ควรเก็บ voucher specimen และฝากไว้ในพิพิธภัณฑ์พืชหรือหอพรรณไม้ที่เหมาะสม
- DNA barcoding: สามารถใช้บริเวณ DNA เช่น ITS เพื่อช่วยแยกชนิดของพืชสกุล Mitragyna โดยเฉพาะกรณีที่วัตถุดิบเป็นใบแห้งหรือผงสมุนไพรซึ่งไม่สามารถจำแนกด้วยลักษณะภายนอกได้ครบถ้วน
- การตรวจสอบทางเคมี: ใช้ HPLC, LC-MS/MS, GC-MS หรือ UHPLC ร่วมกับ DNA barcoding เพื่อสร้าง chemical profile และตรวจสอบการปะปนของ Mitragyna ชนิดอื่น
คำเตือนทางการแพทย์
- กระทุ่มนาไม่ใช่กระท่อม แม้อยู่ในสกุลเดียวกัน และไม่ควรใช้ข้อมูลฤทธิ์หรือขนาดการใช้ของกระท่อมมาแทนข้อมูลของกระทุ่มนา
- สรรพคุณที่กล่าวถึงในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้านควรนำเสนอในฐานะ ข้อมูลการใช้ดั้งเดิม ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลทางการแพทย์
- หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของกระทุ่มนาปัจจุบันส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ การวิเคราะห์สาร การทดลองในหลอดทดลอง แบบจำลองเซลล์ และการคำนวณทางชีวสารสนเทศ จึงยังไม่เพียงพอสำหรับการกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคในมนุษย์
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือรับประทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์กระทุ่มนา
- หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึมผิดปกติ หรืออาการแพ้ ควรหยุดใช้และพบแพทย์
- ไม่ควรใช้กระทุ่มนาเป็นยารักษาโรคแทนการรักษามาตรฐาน โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง หรือโรคทางระบบประสาท
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). สารานุกรมพืชในประเทศไทย: กระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil.). สำนักหอพรรณไม้.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2564). Flora of Thailand: Rubiaceae, Mitragyna. สำนักหอพรรณไม้.
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). ข้อมูลสมุนไพรและการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทย.
- Hama, I., Vonghirundecha, P., Wungsintaweekul, B., Boonsut, R., Limsuwanchote, S., & Wungsintaweekul, J. (2025). Antioxidative constituents of Mitragyna diversifolia plant extract and their protective effect on H₂O₂-induced oxidative stress in L6 myotubes. Journal of Applied Pharmaceutical Science, 15(4), 234–243.
- Lu, J., Wang, H., Chen, X., Zhao, X., Zhang, Y., et al. (2024). Exploration of potential antidiabetic and antioxidant components from the branches of Mitragyna diversifolia and possible mechanism. Biomedicine & Pharmacotherapy, 180, 117450.
- Lu, J., Wang, H., Zhang, K., Zhao, X., Chen, X., Chen, Y., & Zhang, Y. (2026). Anti-inflammatory and antidiabetic metabolites from Mitragyna diversifolia: In vitro, phytochemical, and computational studies. Chemical Biology & Drug Design, 107(1), e70234.
- Cao, X.-F., Wang, J.-S., Wang, X.-B., Luo, J., Wang, H.-Y., & Kong, L.-Y. (2013). Monoterpene indole alkaloids from the stem bark of Mitragyna diversifolia and their acetylcholine esterase inhibitory effects. Phytochemistry, 96, 389–396. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2013.10.002
- Cao, X.-F., Wang, J.-S., Wang, P.-R., & Kong, L.-Y. (2014). Triterpenes from the stem bark of Mitragyna diversifolia and their cytotoxic activity. Chinese Journal of Natural Medicines, 12(8), 628–631. https://doi.org/10.1016/S1875-5364(14)60096-0
- Andriyas, T., Leksungnoen, N., Ngernsaengsaruay, C., Uthairatsamee, S., Tansawat, R., & Sirilertpanich, P. (2026). Environmental influence on the untargeted foliar metabolome of naturally growing Mitragyna species in Thailand. Plant-Environment Interactions, 7(1), e70118. https://doi.org/10.1002/pei3.70118
- Wangmo, K. S., Wungsintaweekul, J., Zhu, Z., Yang, M., & Jaisi, A. (2026). A review on Mitragyna alkaloids pharmacology, biosynthesis and biotechnological insights. Journal of Genetic Engineering and Biotechnology, 24(2), 100710. https://doi.org/10.1016/j.jgeb.2026.100710
- Kew Science. (2026). Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew.
- World Flora Online. (2026). Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. World Flora Online.
- Chaveerach, A., et al. (2025). Discovery of rhynchophylline and mitraphylline in two Thai Mitragyna species and the investigation of their biological activity via opioid gene expression analysis. Scientific Reports.
- Srisurapanon, S., et al. (2020). Assessing the identity of commercial herbs from a Cambodian market using DNA barcoding. Frontiers in Pharmacology, 11, 244.
- DNA barcoding and chemical profile using UHPLC, GC-MS and LC-MS/QTOF of Mitragyna speciosa variation and allied species for quality control of kratom materials. (2026). Plants, 15(7), 1003.
