กระทงหมาบ้า
กระทงหมาบ้า หรือที่รู้จักในชื่อ กระทุงหมาบ้า ผักฮ้วนหมู ฮ้วนหมู เครือเขาหมู และคันชุนสุนัขบ้า เป็นไม้เถาเนื้อแข็งที่พบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่า ชายป่า และพื้นที่รกร้าง นอกจากใช้เป็น สมุนไพรพื้นบ้าน แล้ว ยอดอ่อน ใบอ่อน และช่อดอกยังนำมาประกอบอาหารในบางท้องถิ่นอีกด้วย
หมายเหตุ : ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในเอกสารไทยจำนวนมากคือ Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f. ขณะที่ฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน Plants of the World Online ของ Kew ปัจจุบันรับชื่อ Stephanotis volubilis (L.f.) S.Reuss, Liede & Meve เป็นชื่อที่ยอมรับ และจัด Dregea volubilis เป็นชื่อพ้อง ดังนั้นในการค้นข้อมูลสมุนไพรควรใช้ทั้งสองชื่อประกอบกัน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กระทงหมาบ้า, กระทุงหมาบ้า
- ชื่อท้องถิ่น : ผักฮ้วนหมู, ฮ้วนหมู, เครือเขาหมู, เครือเขาคลอน, เครือเถาหมู, ผักม้วน, ผักง่วนหมู, ง่วนหมู, มวนหูกวาง, คันชุนสุนัขบ้า, เถาคัน และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในเอกสารไทย : Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ Kew ยอมรับปัจจุบัน : Stephanotis volubilis (L.f.) S.Reuss, Liede & Meve
- วงศ์ : Apocynaceae
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Asclepias volubilis L.f., Wattakaka volubilis (L.f.) Stapf, Hoya volubilis (L.f.) Griff., Marsdenia volubilis (L.f.) T.Cooke และชื่อพ้องอื่น ๆ
- ชื่อสามัญ : Green wax flower, Cotton milk plant, Green milkweed climber และ Sneezing wort
- ประเภท : ไม้เถาเนื้อแข็งอายุหลายปี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น : เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง สามารถเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ยาวหลายเมตร เถาอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอ่อน ผิวเถาอาจมีปุ่มปมและช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบค่อนข้างหนา รูปไข่ รูปไข่กว้าง หรือเกือบกลม ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมน เว้าหรือป้าน ด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณซอกใบหรือระหว่างก้านใบ ดอกมีสีเขียวถึงเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกเชื่อมกันบริเวณโคนและปลายแยกเป็นแฉก ดอกเมื่อบานมีขนาดประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร
- ผล : เป็นผลแห้งแบบฝัก มักพบเป็นฝักเดี่ยวหรือเป็นคู่ รูปรีถึงรูปหอกค่อนข้างกว้าง เปลือกมีสีเขียวและเปลี่ยนเป็นเหลืองเมื่อแก่ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
- เมล็ด : รูปรีหรือรูปไข่กว้าง ผิวเรียบเป็นมัน มีขอบคล้ายปีกและมีขนสีขาวช่วยในการกระจายพันธุ์

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ : มีเขตการกระจายพันธุ์กว้างในเอเชีย ตั้งแต่อนุทวีปอินเดีย ศรีลังกา เมียนมา จีนตอนใต้ ไต้หวัน ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
- ประเทศไทย : พบได้หลายภูมิภาค โดยขึ้นตามป่า ป่าดิบ ชายป่า พื้นที่รกร้าง และพื้นที่เกษตรบางแห่ง
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : เจริญได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ต้องการแสงแดด และสามารถทนต่อสภาพแล้งได้พอสมควร
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : ใช้เมล็ดแก่ที่สมบูรณ์เพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำดี
- การปักชำ : เป็นวิธีที่นิยมและทำได้ง่าย โดยใช้กิ่งหรือเถาที่มีความสมบูรณ์ ปักชำในวัสดุที่มีความชื้นเหมาะสม
- การดูแล : เนื่องจากเป็นไม้เถา ควรมีหลักหรือค้างสำหรับให้เถาเลื้อย และตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมทรงพุ่มและสะดวกต่อการเก็บยอด
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- เถา : ใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและตำรายาสมุนไพร
- ราก : ใช้เป็นยาในตำรับพื้นบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับพิษไข้
- ใบ : ใช้ทั้งในทางยาและเป็นผักพื้นบ้าน
- ผล : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่ รวมถึงการใช้กับสัตว์
สรรพคุณทางสมุนไพร
-
ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย :
-
เถา : มีการใช้เป็นยา ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ แก้ดีกำเริบ และใช้ในกลุ่มอาการเกี่ยวกับพิษไข้ นอกจากนี้มีข้อมูลการใช้แก้โรคตา แก้หวัด และช่วยทำให้จาม
-
ราก : ใช้ตามตำรายาพื้นบ้านสำหรับ กระทุ้งพิษ ขับพิษร้อน แก้พิษฝี แก้พิษไข้หัว ไข้กาฬ และพิษจากน้ำดีกำเริบ
-
ใบ : มีการใช้ภายนอกสำหรับ แผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก แก้บวม และแก้ฝี โดยภูมิปัญญาพื้นบ้านบางแห่งใช้ใบสดตำแล้วพอกหรือทาบริเวณที่ต้องการ
-
-
ภูมิปัญญาพื้นบ้าน :
-
ใช้ ยอดและใบอ่อน เป็นอาหารและสมุนไพรพื้นบ้าน
-
ใช้เถาและรากในตำรับพื้นบ้านสำหรับ ไข้ หวัด พิษร้อน และขับปัสสาวะ
-
มีการใช้ในภูมิปัญญาของชุมชนหลายภูมิภาค และมีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันตามพื้นที่
-
-
ในตำรับยา :
-
มีการบันทึก กระทุงหมาบ้า เป็นส่วนประกอบของตำรับยาพื้นบ้านบางตำรับ เช่น ยาครอบไข้ตักศิลา ซึ่งมีการใช้รากกระทุงหมาบ้าเป็นหนึ่งในตัวยา โดยอธิบายสรรพคุณในทางตำรับว่าเกี่ยวข้องกับการกระทุ้งพิษไข้
-
ตำรับยาไทยบางแหล่งระบุ เถา ในกลุ่มยาที่ใช้ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ กระทุ้งพิษ และขับปัสสาวะ
-
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน
วิธีใช้
- ใช้เป็นยาตามภูมิปัญญา : ส่วนของเถา ราก หรือใบถูกนำไปเตรียมในรูปแบบต่าง ๆ ตามตำรับยาและท้องถิ่น เช่น ต้ม หรือใช้ภายนอก
- ใช้ภายนอก : ใบสดอาจนำมาตำแล้วใช้ภายนอกตามภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับอาการบวม ฝี หรือแผลบางชนิด
- ใช้เป็นอาหาร : ยอดอ่อน ใบอ่อน และช่อดอกนำไปปรุงสุก เช่น แกงหรือลวกจิ้ม
หมายเหตุ : ไม่ควรนำรากหรือเถามารับประทานเองเพื่อรักษาโรคโดยไม่ทราบขนาดและวิธีเตรียมที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการใช้เพื่อรักษาไข้หรือพิษจากสัตว์กัดต่อย
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- ไม่พบชื่อ กระทุงหมาบ้า/กระทงหมาบ้า (Dregea volubilis) เป็นรายการสมุนไพรเดี่ยวที่มีข้อบ่งใช้และขนาดการใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติจากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบ
- การมีชื่อสมุนไพรอยู่ในตำรับยาพื้นบ้านหรือคัมภีร์ยาไทย ไม่เท่ากับการขึ้นทะเบียนเป็นยาในบัญชียาจากสมุนไพร
สาระสำคัญ
- กลุ่มสารสำคัญที่ได้รับความสนใจ : pregnane glycosides, flavonoids, phenolic compounds และ triterpenoids
- งานวิจัยพบสารกลุ่ม pregnane glycosides หลายชนิดในใบของพืชชนิดนี้ และสารบางชนิดแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยคาร์โบไฮเดรตในระดับห้องปฏิบัติการ
องค์ประกอบทางเคมี
- Pregnane glycosides : มีการแยกสาร เช่น volubilosides, dregeosides, drevoluosides และสารกลุ่ม pregnane glycosides อื่น ๆ จากใบและส่วนต่าง ๆ ของพืช
- Flavonoids : มีรายงานสาร เช่น rutin, quercetin, luteolin, apigenin, vitexin, isovitexin และ isoorientin โดยเฉพาะจากดอก
- Phenolic compounds : มีรายงาน gallic acid, ferulic acid, ellagic acid และ cinnamic acid ในสารสกัดจากดอก
- Triterpenoids และสารธรรมชาติกลุ่มอื่น : มีรายงานการพบสารหลายกลุ่มจากการศึกษาทางพฤกษเคมีของพืชชนิดนี้
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานทบทวนวรรณกรรมพบว่ามีการศึกษาทางเภสัชเวช พฤกษเคมี และเภสัชวิทยาของ Dregea volubilis จำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาสารสกัดจากใบและผล
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัดเมทานอลจากใบลดการบวมของอุ้งเท้าในแบบจำลองการอักเสบเฉียบพลันในสัตว์ทดลอง และมีผลต่อกระบวนการสร้าง nitric oxide ในเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ศึกษาในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากผลแสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระ ลดการเกิด lipid peroxidation และมีฤทธิ์รีดิวซ์ในแบบจำลองหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านเบาหวานในระดับหลอดทดลอง : สารสกัดจากใบและสาร pregnane glycosides บางชนิดสามารถยับยั้งเอนไซม์ α-amylase และ α-glucosidase ได้
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดจากใบหลายชนิดแสดงฤทธิ์ต่อแบคทีเรียบางสายพันธุ์ในการทดลองในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านพยาธิ : มีการศึกษาสารสกัดใบต่อพยาธิใบไม้ในสัตว์ทดลอง/ห้องปฏิบัติการและพบฤทธิ์ต่อพยาธิในระดับการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านเนื้องอก : สารสกัดเมทานอลจากใบมีการศึกษาในเซลล์มะเร็งและแบบจำลองหนูที่ได้รับ Ehrlich ascites carcinoma โดยพบผลทางชีวภาพที่น่าสนใจ แต่ยังไม่สามารถสรุปเป็นประสิทธิผลในการรักษามะเร็งในมนุษย์ได้
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับหลอดทดลอง (in vitro) : มีหลักฐานค่อนข้างมากสำหรับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ และยับยั้งเอนไซม์ α-amylase/α-glucosidase
- ระดับสัตว์ทดลอง (in vivo) : มีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบและฤทธิ์ต้านเนื้องอก
- ระดับมนุษย์ : ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและขนาดใช้สำหรับรักษาโรค
- สรุป : หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับ พรีคลินิกเป็นหลัก จึงไม่ควรนำผลการทดลองในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลองมาเทียบเท่ากับประสิทธิผลในการรักษาในคน
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ต้านการอักเสบ : พบฤทธิ์ลดการอักเสบในแบบจำลองสัตว์ทดลองและมีผลต่อการสร้าง nitric oxide ในเซลล์
- ต้านอนุมูลอิสระ : พบฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระหลายระบบการทดสอบ รวมถึงการลด lipid peroxidation
- ต้านเบาหวาน : สารบางชนิดจากใบมีฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase และ α-amylase ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมการย่อยคาร์โบไฮเดรต แต่ยังเป็นหลักฐานระดับห้องปฏิบัติการ
- ต้านจุลชีพ : สารสกัดจากใบแสดงฤทธิ์ต่อแบคทีเรียบางชนิด โดยผลขึ้นกับชนิดของสารสกัดและความเข้มข้น
- ต้านพยาธิ : มีข้อมูลการทดลองต่อพยาธิใบไม้และปรสิตบางชนิด
- ต้านเนื้องอก : มีการศึกษาระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานสำหรับการรักษามะเร็งในมนุษย์
ความปลอดภัย
- ข้อมูลด้าน ความปลอดภัยในมนุษย์ การใช้ต่อเนื่อง และขนาดการรักษามาตรฐาน ของกระทุงหมาบ้ายังมีจำกัดเมื่อเทียบกับสมุนไพรที่มีการศึกษาทางคลินิกอย่างกว้างขวาง
- การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากใช้ สารสกัดที่มีความเข้มข้นและวิธีเตรียมเฉพาะ จึงไม่สามารถนำผลโดยตรงมาเทียบกับการกินพืชสดหรือยาต้มพื้นบ้านได้
- การนำยอดหรือดอกอ่อนมาประกอบอาหารเป็นการใช้ในวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน แต่ควรปรุงให้สุกและใช้ในปริมาณอาหารตามปกติ
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรใช้เป็นยารักษาโรคด้วยตนเอง โดยเฉพาะการใช้รากหรือเถาในขนาดเข้มข้น เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่กำหนดขนาดใช้และความปลอดภัยอย่างชัดเจน
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบยา เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เป็นยา
- ผู้ที่รับประทานยาประจำ : ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์เข้มข้นจากกระทุงหมาบ้า
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างกระทุงหมาบ้ากับยาของมนุษย์
- อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสารสกัดมีรายงานฤทธิ์ ยับยั้ง α-amylase และ α-glucosidase จึงควรใช้ความระมัดระวังหากนำสารสกัดเข้มข้นไปร่วมกับยาที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด จนกว่าจะมีข้อมูลทางคลินิกยืนยันความสำคัญของปฏิกิริยาดังกล่าว
- ผู้ที่ใช้ยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ในรูปแบบสารสกัดหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
การใช้ในอาหาร
- ยอดอ่อนและใบอ่อน : นิยมรับประทานในบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคอีสาน
- ดอกอ่อนและช่อดอก : สามารถนำมาประกอบอาหารได้
- วิธีปรุง : นิยมนำไปต้ม ลวกจิ้ม หรือประกอบอาหารประเภทแกง โดยเฉพาะแกงกับปลาแห้ง
- รสชาติ : มีรสขมเล็กน้อยถึงขมอมหวาน ซึ่งความขมอาจแตกต่างตามฤดูกาลและระยะการเจริญของพืช
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้าน : ใช้ยอด ใบ และช่อดอกเป็นวัตถุดิบอาหาร
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : มีศักยภาพในการนำสารสกัดไปศึกษาต่อยอดด้านสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านการอักเสบ และสารยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือเวชสำอาง : ยังควรมีการศึกษาด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานสารสกัดเพิ่มเติมก่อนนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ยอดและใบอ่อน : เก็บในระยะที่ใบยังอ่อนและสมบูรณ์
- ดอก : เก็บช่อดอกหรือดอกอ่อนตามวัตถุประสงค์การใช้
- เถาและราก : หากใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรควรเก็บจากต้นที่ระบุชนิดถูกต้อง และทำความสะอาดก่อนนำไปทำให้แห้ง
- การเก็บรักษา : วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสงแดด และแมลง
- การตรวจสอบคุณภาพ : ควรมีการตรวจสอบเอกลักษณ์และสิ่งปนเปื้อนก่อนนำวัตถุดิบไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคเหนือ : รู้จักกันในชื่อ ผักฮ้วนหมู ฮ้วนหมู เครือเขาหมู หรือเครือเถาหมู และใช้เป็นทั้งผักพื้นบ้านและสมุนไพร
- ภาคกลาง : ใช้ชื่อ กระทุงหมาบ้า กระทงหมาบ้า และคันชุนสุนัขบ้า
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : มีชื่อ ผักง่วนหมู ผักม้วน และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ
- การใช้ประโยชน์ : สะท้อนภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงระหว่าง อาหารพื้นบ้านกับสมุนไพร โดยส่วนยอด ใบ และดอกอ่อนสามารถใช้ประกอบอาหาร ขณะที่รากและเถาถูกนำมาใช้ในตำรับยาพื้นบ้าน
ประวัติและวัฒนธรรม
- กระทุงหมาบ้าเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนในชนบท โดยเฉพาะในฐานะ ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพร
- ชื่อเรียกที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคสะท้อนความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมของการใช้พืชในประเทศไทย
- มีหลักฐานด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้านที่บันทึกการใช้กระทุงหมาบ้าในชุมชนไทยทั้งในด้านอาหารและการรักษาตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
สถานะการอนุรักษ์
- ข้อมูลจาก Plants of the World Online ระบุว่าการประเมินการสูญพันธุ์เชิงคาดการณ์ของพืชชนิดนี้อยู่ในกลุ่ม not threatened หรือยังไม่ถือว่าถูกคุกคามในระดับโลกตามการประเมินดังกล่าว
- อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่นยังมีความสำคัญ เนื่องจากพืชป่าที่ถูกเก็บจากธรรมชาติอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการลดลงของพื้นที่ป่า
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Division) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Gentianales
- วงศ์ (Family) : Apocynaceae
- สกุล (Genus) : Stephanotis
- ชนิด (Species) : Stephanotis volubilis (L.f.) S.Reuss, Liede & Meve
- ชื่อที่ใช้ในเอกสารสมุนไพรไทย : Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.
- ชื่อพ้องสำคัญ : Wattakaka volubilis (L.f.) Stapf; Asclepias volubilis L.f.; Hoya volubilis (L.f.) Griff.; Marsdenia volubilis (L.f.) T.Cooke
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ลักษณะมหภาค : ตรวจสอบไม้เถาเนื้อแข็ง เถากลม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบค่อนข้างหนา ดอกสีเขียวหรือเขียวอ่อน และผลเป็นฝัก
- เอกลักษณ์ของใบ : พิจารณารูปร่างใบ การเรียงตัวแบบตรงข้าม เส้นใบ และลักษณะผิวใบ
- เอกลักษณ์ของดอก : ตรวจสอบดอกขนาดเล็ก สีเขียวอ่อน กลีบดอก 5 กลีบ และลักษณะโครงสร้างดอก
- เอกลักษณ์ของผลและเมล็ด : ตรวจสอบฝักและเมล็ดที่มีขอบคล้ายปีกและมีขนสีขาว
- การตรวจสอบระดับจุลทรรศน์ : งานวิจัยด้าน pharmacognostic ของดอกได้ศึกษาลักษณะทางกายภาพ พฤกษเคมี และการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค เช่น HPLC และ FT-IR เพื่อใช้ประกอบการยืนยันและมาตรฐานวัตถุดิบ
- การตรวจสอบทางเคมี : สามารถใช้ลักษณะของสารกลุ่ม pregnane glycosides และ flavonoids เป็นข้อมูลประกอบการควบคุมคุณภาพสารสกัดได้
คำเตือนทางการแพทย์
- กระทุงหมาบ้าเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาไทยและมีงานวิจัยพรีคลินิก แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอสำหรับยืนยันการรักษาโรคในมนุษย์
- ไม่ควรใช้กระทุงหมาบ้าแทนการรักษามาตรฐาน โดยเฉพาะโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง เบาหวาน การติดเชื้อ หรือพิษจากสัตว์กัดต่อย
- กรณี ถูกงูกัด ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรใช้สมุนไพรแทนเซรุ่มต้านพิษงู
- หากมีไข้สูง ไข้ไม่ทราบสาเหตุ หายใจลำบาก อาการแพ้รุนแรง หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรพบแพทย์
- หลีกเลี่ยงการใช้ รากหรือเถาในขนาดเข้มข้น โดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ดูแล
- สารสกัดที่ใช้ในงานวิจัยอาจมีความเข้มข้นและองค์ประกอบแตกต่างจากพืชสดหรือยาพื้นบ้าน จึงไม่ควรนำผลการทดลองมาใช้กำหนดขนาดรับประทานด้วยตนเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร. (2559). คู่มือการตรวจสอบชนิดพืชและฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน. กรมวิชาการเกษตร.
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). (2559). ผักฮ้วนหมู (กระทุงหมาบ้า). องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน.
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (ม.ป.ป.). กระทุงหมาบ้า. Smart Herb Platform, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
- มูลนิธิสุขภาพไทย. (2565). ตำรับยาขาว (ตอนที่ 2) ง้วนหมู.
- สัจจะ ประสงค์ทรัพย์. (2555). กระทุงหมาบ้า. ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน, สถาบันวิจัยพืชสวน.
- Bhattacharya, S., Biswas, M., Mukhopadhyay, R., & Haldar, P. K. (2018). Dregea volubilis (L. f.) Benth. (Asclepiadaceae): An appraisal on pharmacognostic, phytochemical and pharmacological studies. Advances in Traditional Medicine, 18(1), 1–8.
- Das, B., De, A., Das, P., Nanda, A., & Samanta, A. (2019). Pharmacognostic studies on flowers of Dregea volubilis: Evaluation for authentication and standardization. Asian Journal of Pharmaceutical and Clinical Research, 12(5).
- Hossain, E., Sarkar, D., Maiti, A., Chatterjee, M., Mandal, S. C., & Gupta, J. K. (2010). Anti-inflammatory effect of a methanolic extract of leaves of Dregea volubilis. Journal of Ethnopharmacology, 132(2), 525–528.
- Hossain, E., Chandra, G., Nandy, A. P., Mandal, S. C., & Gupta, J. K. (2012). Anthelmintic effect of a methanol extract of leaves of Dregea volubilis on Paramphistomum explanatum. Parasitology Research, 110(2), 809–814.
- Nguyen Thi Kim Thuy, et al. (2021). Pregnane glycosides from the leaves of Dregea volubilis and their α-glucosidase and α-amylase inhibitory activities. Natural Product Research, 35(21), 3931–3938.
- Plants of the World Online. (2026). Stephanotis volubilis (L.f.) S.Reuss, Liede & Meve. Royal Botanic Gardens, Kew.
