กระเช้าผีมด
กระเช้าผีมด เป็นชื่อสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสับสนด้านชื่อเรียกอยู่พอสมควร โดยในฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุ กระเช้าผีมด ว่าเป็น Aristolochia acuminata Lam. วงศ์ Aristolochiaceae ขณะที่ชื่อ กระเช้าผีมด ในบางท้องถิ่นยังใช้เรียก หัวร้อยรู (Hydnophytum formicarum) ซึ่งเป็นพืชคนละชนิดกัน ดังนั้นบทความนี้ยึด กระเช้าผีมด = Aristolochia acuminata Lam. ตามข้อมูลอนุกรมวิธานของกรมอุทยานฯ และฐานข้อมูลสากลปัจจุบัน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กระเช้าผีมด, กระเช้ามด, กระเช้าสีดา
- ชื่อท้องถิ่น : ปุลิง, หาบกะเชอ และมีชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันตามภูมิภาค
- ชื่อสามัญ : Indian birthwort, Native Dutchman’s pipe
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aristolochia acuminata Lam.
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Aristolochia tagala Cham. ซึ่งปัจจุบัน Kew Plants of the World Online ยอมรับ Aristolochia acuminata เป็นชื่อที่ถูกต้อง และจัด A. tagala เป็นชื่อพ้อง
- วงศ์ : Aristolochiaceae
- ลักษณะการดำรงชีวิต : ไม้เถาเลื้อย
- การใช้ตามภูมิปัญญา : มีประวัติการใช้ในตำรับยาและภูมิปัญญาพื้นบ้านในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย
- ข้อควรทราบสำคัญ : พืชสกุล Aristolochia เป็นกลุ่มพืชที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับ กรดอะริสโตโลคิก (aristolochic acids) ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนด้าน พิษต่อไตและการก่อมะเร็ง จึงไม่ควรนำมาใช้รับประทานหรือทำยาด้วยตนเอง
หมายเหตุ: ควรแยกกระเช้าผีมด (Aristolochia acuminata) ออกจากหัวร้อยรู (Hydnophytum formicarum) เพราะเป็นพืชต่างวงศ์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แตกต่างกัน แม้บางพื้นที่จะใช้ชื่อพื้นเมืองเดียวกัน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นและส่วนต่าง ๆ บางบริเวณมีขนสั้นนุ่ม สามารถเลื้อยพันพืชอื่นเพื่อพยุงลำต้น
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปขอบขนาน แผ่นใบค่อนข้างเรียบ เส้นใบออกจากโคนใบและมีเส้นแขนงใบประมาณ 3–4 คู่ ก้านใบยาวประมาณ 3–6 เซนติเมตร
- ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงตามซอกใบ ดอกสีครีมหรือครีมอมสีน้ำตาล ปากหลอดดอกมีสีแดงอมน้ำตาล ดอกมีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ของพืชสกุล Aristolochia
- ผล : เป็นผลแห้งแตก รูปรี เมื่อแก่แตกออกตามแนวตะเข็บเป็นส่วน ๆ ลักษณะโดยรวมคล้ายกระเช้า
- เมล็ด : รูปไข่กลับ มีปีกโดยรอบหรือบริเวณขอบ ช่วยในการกระจายพันธุ์
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : เขตเอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนต่อเนื่องไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย
- การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย : พบได้หลายภูมิภาคของประเทศ
- ถิ่นอาศัย : พบตาม ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ชายป่าดิบชื้น และพื้นที่ธรรมชาติอื่นที่เหมาะสม โดยสามารถพบได้ตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงระดับความสูงประมาณ 1,000 เมตร
- การกระจายพันธุ์ในต่างประเทศ : พบในอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ จีนตอนใต้ เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย เป็นต้น
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : เนื่องจากเป็นไม้เถาที่พบในป่าธรรมชาติ จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นเพียงพอและมีโครงสร้างสำหรับให้เถาเลื้อยเกาะ
- การขยายพันธุ์ : สามารถศึกษาและทดลองขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด หรือวิธีขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การปักชำกิ่ง ทั้งนี้ข้อมูลมาตรฐานสำหรับการผลิตเชิงการค้ายังมีจำกัด
- การอนุรักษ์พันธุ์ : ควรส่งเสริมการขยายพันธุ์จากแหล่งเพาะปลูกแทนการเก็บจากธรรมชาติโดยตรง
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ส่วนที่มีประวัติใช้เป็นยา : ต้น ใบ และส่วนอื่นของพืชมีรายงานการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านในบางพื้นที่
- เครื่องยาที่เกี่ยวข้อง : พืชสกุล Aristolochia บางชนิดมีประวัติถูกนำไปใช้เป็นเครื่องยา ไคร้เครือ ในตำรับยาไทย อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากพืชกลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับสาร aristolochic acids ซึ่งมีความเป็นพิษสูง
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตามภูมิปัญญาไทย
- มีรายงานการใช้ กระเช้าผีมด ในภูมิปัญญาไทยเพื่อช่วย แก้ไข้ และใช้ในตำรับยาที่มุ่งบรรเทาอาการบางอย่างของระบบทางเดินอาหารและอาการผิดปกติทั่วไป
- มีข้อมูลการใช้เป็น ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาช่วยเจริญอาหาร ตามตำรายาและข้อมูลการแพทย์แผนไทยที่ปรากฏในเอกสารวิชาการ
ตามตำรายาไทย
- Aristolochia acuminata เป็นหนึ่งในพืชที่มีการกล่าวถึงในบริบทของ ไคร้เครือ และตำรับยาไทยโบราณ
- มีรายงานการใช้ในตำรับเพื่อ แก้อาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด และอาการไอ
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย มีรายงานการใช้พืชชนิดนี้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับ การติดเชื้อไวรัสและพยาธิ
ในตำรับยา
- มีประวัติการใช้ Aristolochia บางชนิดเป็นองค์ประกอบของตำรับยาไทย
- อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการดำเนินมาตรการถอนพืชสกุล Aristolochia ออกจากตำรับยาแผนไทยบางตำรับ เนื่องจากความเสี่ยงของสาร aristolochic acids
หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลด้านภูมิปัญญาและประวัติการใช้ ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิผลทางการแพทย์ และไม่ควรนำกระเช้าผีมดมารับประทานเพื่อรักษาโรคด้วยตนเอง
วิธีใช้
เนื่องจาก กระเช้าผีมด (Aristolochia acuminata) อยู่ในกลุ่มพืชที่มีความเสี่ยงด้านสาร aristolochic acids จึงไม่แนะนำให้จัดทำสูตร ขนาดรับประทาน หรือวิธีเตรียมเป็นยาสำหรับประชาชนทั่วไป การใช้ในตำรับพื้นบ้านควรนำเสนอในลักษณะ ข้อมูลประวัติศาสตร์และภูมิปัญญา เท่านั้น และไม่ควรนำไปทดลองใช้เอง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
ข้อมูลวิชาการปัจจุบันระบุว่า พืชสกุล Aristolochia ถูกถอนและควบคุมการใช้ในตำรับยาแผนไทยบางรายการ เนื่องจากความเสี่ยงจากสาร aristolochic acids โดยงานวิจัยที่ศึกษาพืช A. acuminata ในประเทศไทยระบุว่าคณะกรรมการยามีประกาศถอนพืชสกุลนี้ออกจากตำรับยาบางตำรับตั้งแต่ พ.ศ. 2554
สาระสำคัญ
ประเด็นสำคัญของ กระเช้าผีมด ไม่ได้อยู่เพียงที่สรรพคุณตามภูมิปัญญา แต่รวมถึง ความปลอดภัยของพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งเป็นประเด็นทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาที่ได้รับการศึกษามากกว่าประสิทธิผลทางการรักษา
องค์ประกอบทางเคมี
- สารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพืชสกุล Aristolochia ได้แก่ aristolochic acids (AAs) ซึ่งเป็นกลุ่มสาร nitrophenanthrene carboxylic acids
- สารที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ aristolochic acid I (AA-I) และ aristolochic acid II (AA-II)
- นอกจากนี้พืชสกุลนี้ยังสามารถพบสารกลุ่ม aristolactams ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเมแทบอลิซึมและพิษของ aristolochic acids
- สำหรับ A. acuminata โดยเฉพาะ งานทบทวนระดับนานาชาติระบุว่าในอดีตข้อมูลด้านองค์ประกอบทางพฤกษเคมีของชนิดนี้ยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับ Aristolochia บางชนิด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยในประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับ การตรวจสอบเอกลักษณ์ของพืชสกุล Aristolochia เนื่องจากมีปัญหาการใช้ชื่อพ้องและการปะปนกับพืชอื่นที่นำมาใช้แทนในเครื่องยาไคร้เครือ มีการพัฒนาวิธี PCR-lateral flow immunochromatographic assay (PCR-LFA) เพื่อช่วยตรวจหา DNA ของ Aristolochia ในวัตถุดิบสมุนไพร โดยสามารถตรวจตัวอย่าง A. acuminata ที่เก็บจากเชียงใหม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาด้านพิษวิทยาในระดับสกุล ซึ่งพบความสัมพันธ์อย่างชัดเจนระหว่าง aristolochic acids กับพิษต่อไต การกลายพันธุ์ของ DNA และมะเร็งทางเดินปัสสาวะ
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับข้อมูลพฤกษศาสตร์ : สูง มีข้อมูลจากฐานข้อมูลกรมอุทยานฯ และ Kew
- ระดับข้อมูลชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ : มีรายงานการใช้ในหลายภูมิภาค
- ระดับการศึกษาทางเภสัชวิทยา : มีข้อมูลในระดับพืชสกุลและสารสำคัญ แต่ข้อมูลเฉพาะ A. acuminata ยังมีจำกัด
- ระดับการทดลองในมนุษย์ : ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้เพื่อรักษาโรค
- ระดับหลักฐานด้านความปลอดภัย : สูงสำหรับความเสี่ยงของ aristolochic acids โดยเฉพาะพิษต่อไตและการก่อมะเร็ง
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
งานวิจัยเกี่ยวกับพืชสกุล Aristolochia พบการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน เช่น ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ และกิจกรรมทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ผลจากการศึกษาในพืช Aristolochia ชนิดอื่นไม่ควรนำมาเหมารวมว่าเป็นประสิทธิผลของ กระเช้าผีมด (A. acuminata) โดยตรง ในทางกลับกัน หลักฐานด้าน พิษวิทยา ของ aristolochic acids มีความสำคัญมากกว่า โดยสารกลุ่มนี้สามารถเกิด DNA adducts และสัมพันธ์กับความเสียหายของไตและการเกิดมะเร็ง
ความปลอดภัย
กระเช้าผีมดไม่ควรถูกจัดเป็นสมุนไพรสำหรับรับประทานทั่วไป เนื่องจากอยู่ในสกุล Aristolochia ซึ่งเป็นกลุ่มพืชที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนหรือมีสาร aristolochic acids การได้รับสารดังกล่าวสัมพันธ์กับ aristolochic acid nephropathy หรือภาวะไตเสื่อมจาก aristolochic acids และมีหลักฐานด้าน genotoxicity และ carcinogenicity หน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศจัด Aristolochia acuminata ไว้ในกลุ่มพืชที่ รู้หรือสงสัยว่ามี aristolochic acid
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรรับประทานกระเช้าผีมด หรือผลิตภัณฑ์ที่มี Aristolochia acuminata เป็นส่วนประกอบโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- ไม่ควรใช้เป็นยารักษาโรคด้วยตนเอง
- ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระบุส่วนประกอบคลุมเครือ เช่น ไคร้เครือ หากไม่สามารถตรวจสอบชนิดพืชและมาตรฐานความปลอดภัยได้
- ผู้มีโรคไต ผู้มีความเสี่ยงต่อโรคไต หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จากพืชกลุ่มนี้โดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
เนื่องจากความเสี่ยงหลักของ aristolochic acids คือพิษต่อไต จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ร่วมกับ ยาที่มีพิษต่อไต หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่อาจทำให้การทำงานของไตลดลง การประเมินปฏิกิริยาระหว่างยาควรทำโดยแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพืชสกุล Aristolochia
การใช้ในอาหาร
มีรายงานภูมิปัญญาท้องถิ่นบางแห่งเกี่ยวกับการนำส่วนอ่อนของพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์เป็นอาหารหรือผักพื้นบ้าน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำข้อมูลการบริโภคพื้นบ้านมาใช้เป็นข้อยืนยันด้านความปลอดภัย เพราะพืชสกุล Aristolochia มีประเด็นด้านสาร aristolochic acids ที่สำคัญ
การใช้ในผลิตภัณฑ์
ในอดีตมีการใช้พืชสกุล Aristolochia เป็น วัตถุดิบสมุนไพรและเครื่องยาในตำรับยาไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรบางประเภท แต่ปัจจุบันการใช้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากประเด็นความปลอดภัย โดย Thai Herbal Pharmacopoeia มีแนวทางควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ Aristolochia เพื่อป้องกันสาร aristolochic acids ในผลิตภัณฑ์
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
สำหรับการศึกษาทางพฤกษศาสตร์ ควรเก็บตัวอย่างพร้อม ดอก ผล ใบ และส่วนเถาที่มีลักษณะจำแนกได้ รวมถึงจัดทำตัวอย่างอ้างอิงหรือ voucher specimen เพื่อยืนยันชนิดพืช วัตถุดิบที่เก็บได้ควรเก็บแยกจากสมุนไพรชนิดอื่นและติดฉลาก ชื่อวิทยาศาสตร์ แหล่งที่มา วันที่เก็บ และส่วนของพืช อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการปะปนและการใช้ผิดชนิด
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
มีรายงานการใช้ กระเช้าผีมด ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของประเทศไทยหลายพื้นที่ รวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันตก โดยมีการใช้ในบริบทของการดูแลอาการไข้ การอักเสบ และโรคบางชนิดตามองค์ความรู้พื้นบ้าน
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ กระเช้าผีมด มีความสัมพันธ์กับลักษณะของผลที่มีรูปร่างคล้ายกระเช้า และเป็นชื่อพื้นเมืองที่ปรากฏในเอกสารพฤกษศาสตร์ไทย ชื่อดังกล่าวยังสะท้อนปัญหาสำคัญของการศึกษาสมุนไพรไทย คือ พืชหลายชนิดสามารถมีชื่อพื้นเมืองเหมือนกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้พืชผิดชนิด จึงจำเป็นต้องใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร ประกอบการระบุวัตถุดิบเสมอ
สถานะการอนุรักษ์
Kew Plants of the World Online ระบุว่า Aristolochia acuminata เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และมีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างตั้งแต่เอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย โดยการประเมิน Angiosperm Extinction Risk Predictions ระบุว่ามีการคาดการณ์ว่า ไม่อยู่ในกลุ่มถูกคุกคาม (not threatened)
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Piperales
- วงศ์ (Family) : Aristolochiaceae
- สกุล (Genus) : Aristolochia L.
- ชนิด (Species) : Aristolochia acuminata Lam.
- ชื่อพ้องสำคัญ (Synonym) : Aristolochia tagala Cham.
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ของ กระเช้าผีมด ควรใช้ทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ เนื่องจากชื่อพื้นเมืองอาจใช้กับพืชหลายชนิด
- การตรวจลักษณะทางสัณฐานวิทยา : ตรวจใบ ดอก ผล ลำต้น และลักษณะเฉพาะของพืช
- การตรวจสอบตัวอย่างอ้างอิง : เปรียบเทียบกับตัวอย่างพรรณไม้ที่ผ่านการระบุชนิดโดยนักอนุกรมวิธาน
- DNA barcoding / PCR : สามารถช่วยยืนยันพืชสกุล Aristolochia ในวัตถุดิบที่มีลักษณะทางกายภาพไม่สมบูรณ์
- การตรวจสารสำคัญ : สามารถใช้เทคนิคทางโครมาโทกราฟีเพื่อตรวจสอบสารกลุ่ม aristolochic acids และใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมคุณภาพ
คำเตือนทางการแพทย์
กระเช้าผีมด (Aristolochia acuminata) ไม่ควรนำมาใช้รับประทานหรือใช้เป็นยาด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาร aristolochic acids ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนถึง พิษต่อไต การทำลายสารพันธุกรรม และความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อการเผยแพร่ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ สมุนไพรไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ใช่คำแนะนำในการใช้ยา หากสงสัยว่ารับประทานผลิตภัณฑ์ที่มี Aristolochia หรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กระเช้าผีมด: Aristolochia acuminata Lam. สารานุกรมพืช.
- มูลนิธิสุขภาพไทย. (2565). กระเช้าผีมด และหัวร้อยรู.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2560). หัวร้อยรู: Hydnophytum formicarum Jack. สารานุกรมพืช.
- Do, T., Neinhuis, C., & Wanke, S. (2014). New synonym of Aristolochia cambodiana Pierre ex Lecomte. Thai Forest Bulletin (Botany), 42, 96–99.
- Phuphathanaphong, L. (1987). Aristolochiaceae. In Flora of Thailand (Vol. 5, Part 1, pp. 1–31).
- Heinrich, M., Chan, J., Wanke, S., Neinhuis, C., & Simmonds, M. S. J. (2009). Local uses of Aristolochia species and content of nephrotoxic aristolochic acid 1 and 2—A global assessment based on bibliographic sources. Journal of Ethnopharmacology, 125(1), 108–144.
- IARC Working Group. (2012). Plants containing aristolochic acid. In Pharmaceuticals: IARC Monographs on the Evaluation of Carcinogenic Risks to Humans (Vol. 100A). International Agency for Research on Cancer.
- Wong, S. K., et al. (2022). A PCR-lateral flow immunochromatographic assay (PCR-LFA) for detecting Aristolochia species, the plants responsible for aristolochic acid nephropathy. Scientific Reports, 12.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Aristolochia acuminata Lam. Plants of the World Online.
- Zhou, Y., et al. (2019). Systematic overview of aristolochic acids: Nephrotoxicity, carcinogenicity, and underlying mechanisms. Frontiers in Pharmacology, 10, 648.

