ข่อยหยอง

ข่อยหยอง

ข่อยหยอง เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีการใช้ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะ รากและเนื้อไม้ ซึ่งใช้ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับเมือกมันในลำไส้ และใช้แก้กระษัยหรือไตพิการ ส่วนใบมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านเพื่อช่วยถอนพิษจากยาเบื่อยาเมาหรืออาหารแสลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางเภสัชวิทยาและการศึกษาทางคลินิกของข่อยหยองยังมีจำกัด จึงควรแยกข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาออกจากข้อพิสูจน์ทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างชัดเจน

*หมายเหตุ : ชื่อ “ข่อยหยอง” ในเอกสารไทยพบการใช้กับพืชมากกว่าหนึ่งชนิด โดยฐานข้อมูลด้านทรัพยากรพรรณไม้ของประเทศไทยระบุ Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze ว่าเป็น “ข่อยหยอง” ขณะที่เอกสารและเว็บไซต์บางแห่งใช้ชื่อ Streblus ilicifolius (Vidal) Corner ดังนั้นข้อมูลสมุนไพรในบทความนี้ยึด Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze เป็นชนิดหลัก และควรตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้ก่อนนำไปใช้เป็นยา เพื่อป้องกันการสับสนกับข่อยหนามหรือพืชชนิดอื่นที่มีชื่อท้องถิ่นใกล้เคียงกัน *

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย : ข่อยหยอง
  • ชื่อท้องถิ่น : กวาด, ข่อยดิน, ข่อยนั่ง, ข่อยป่า, ข่อยหิน, คันทรง, คันเพชร, ชาป่า, ผักกรูด, หัสสะท้อน, เฮาสะท้อน, เฮาะสะต้อน และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze
  • วงศ์ : Violaceae
  • ลักษณะการดำรงชีวิต : ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
  • ส่วนที่ใช้เป็นยา : ราก เนื้อไม้ และใบ
  • รสยาและลักษณะตามตำรายาไทย : รากและเนื้อไม้มีรสเมาเบื่อ ส่วนใบมีรสเมาเฝื่อน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : ข่อยหยองเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดกลาง ลำต้นและกิ่งมีลักษณะเป็นพุ่ม เปลือกเมื่อแก่มีสีเทาหรือเทาปนน้ำตาลอ่อน ลักษณะของต้นในแหล่งข้อมูลไทยมีรายงานแตกต่างกันตามพื้นที่และการจำแนกชนิด จึงควรใช้ลักษณะใบ ดอก และผลประกอบการตรวจสอบชนิด
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ โดยใบมีรูปร่างค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ถึงรูปรี ขนาดประมาณ 2 × 4 เซนติเมตร ก้านใบสั้นประมาณ 0.5–1 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างเหนียวและแข็ง ผิวด้านบนสีเขียวเข้ม และขอบใบมีลักษณะจักหรือหยักเป็นฟันเลื่อย
  • ดอก : ดอกมีขนาดเล็ก ออกบริเวณซอกใบหรือกิ่ง ดอกแยกเพศ โดยมีดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ลักษณะดอกมีส่วนประกอบขนาดเล็กและกลีบดอกประมาณ 5 กลีบ ตามคำบรรยายทางพฤกษศาสตร์ของ Rinorea virgata
  • ผล : ผลเป็นผลแห้งแตก ลักษณะโดยทั่วไปเป็นแคปซูล เมื่อแก่สามารถแตกออกเป็นพูเพื่อปล่อยเมล็ด ลักษณะผลเป็นอีกลักษณะหนึ่งที่ใช้ช่วยจำแนก Rinorea virgata ออกจากพืชที่มีชื่อท้องถิ่นว่า “ข่อยหยอง” แต่เป็นคนละชนิด

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ : Rinorea virgata มีการกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียเขตร้อน โดยพบในอินโดจีน รวมถึงประเทศไทย ลาว เมียนมา เวียดนาม และพื้นที่ใกล้เคียง
  • ในประเทศไทย : พบในพื้นที่ป่าและบริเวณชายป่าหรือป่าละเมาะ โดยฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยระบุข่อยหยอง (Rinorea virgata) ในพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่ง
  • สภาพแวดล้อม : พบในพื้นที่ป่าและชายป่าในระดับความสูงไม่มาก โดยข้อมูล Flora of China ระบุว่าพบตามชายป่าและป่าละเมาะที่ระดับต่ำกว่า 600 เมตร

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ : ข้อมูลภูมิปัญญาสมุนไพรไทยระบุว่าสามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
  • สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม : ควรปลูกในดินที่ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นพอเหมาะ และได้รับแสงแดดเพียงพอ
  • การดูแล : เนื่องจากเป็นพืชที่พบตามธรรมชาติ การปลูกควรเลียนแบบสภาพแวดล้อมป่าหรือพื้นที่กึ่งร่ม โดยหลีกเลี่ยงน้ำขังเป็นเวลานาน

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ราก : ใช้เป็นยาตามภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับการขับปัสสาวะและกระษัยไตพิการ
  • เนื้อไม้ : ใช้ร่วมกับรากในตำรับยา
  • ใบ : ใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการตำร่วมกับข้าวสารแล้วคั้นน้ำใช้ตามวิธีดั้งเดิม

สรรพคุณทางสมุนไพร

ตามตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีการใช้ ข่อยหยอง ดังนี้

  • รากและเนื้อไม้ : มีรสเมาเบื่อ ใช้ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ
  • รากและเนื้อไม้ : ใช้ขับเมือกมันในลำไส้
  • รากและเนื้อไม้ : ใช้แก้กระษัยและไตพิการตามแนวทางแพทย์แผนไทย
  • รากและเนื้อไม้ : ในตำรับบางแห่งระบุว่าใช้แก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน
  • ใบ : มีรสเมาเฝื่อน ตำร่วมกับข้าวสารแล้วคั้นเอาน้ำ ใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อทำให้อาเจียนและใช้ถอนพิษยาเบื่อยาเมาหรืออาหารแสลง

หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิผลในการรักษาโรคตามมาตรฐานการแพทย์สมัยใหม่

วิธีใช้

  • รากและเนื้อไม้ : ในภูมิปัญญาพื้นบ้านนำมาต้มเป็นน้ำยาสมุนไพรสำหรับรับประทาน โดยใช้ในตำรับที่มุ่งขับปัสสาวะและขับเมือกมันในลำไส้
  • ใบ : ใช้ตำร่วมกับข้าวสาร แล้วคั้นเอาน้ำรับประทานตามตำรับพื้นบ้านเพื่อกระตุ้นการอาเจียนในกรณีถอนพิษยาเบื่อยาเมาหรืออาหารแสลง

หมายเหตุ : ไม่ควรนำวิธีใช้เพื่อทำให้อาเจียนไปใช้แทนการรักษาภาวะได้รับสารพิษหรือยาเกินขนาด เพราะการทำให้อาเจียนเองอาจทำให้เกิดอันตรายได้

สาระสำคัญ

ข่อยหยองเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลเด่นด้านภูมิปัญญาการใช้รากและเนื้อไม้ โดยเฉพาะตำรับขับปัสสาวะและแก้กระษัยไตพิการ ส่วนการศึกษาสมัยใหม่เกี่ยวกับ Rinorea virgata พบความน่าสนใจด้านสารชีวโมเลกุลกลุ่ม cyclotides ซึ่งเป็นเปปไทด์วงแหวนที่มีโครงสร้างซับซ้อน แต่ยังอยู่ในระดับการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันการใช้รักษาโรคในมนุษย์

องค์ประกอบทางเคมี

การศึกษาทางเคมีของ Rinorea virgata พบสารกลุ่ม cyclotides ซึ่งเป็นเปปไทด์ที่มีโครงสร้างแบบวงแหวนและมีพันธะไดซัลไฟด์หลายตำแหน่ง โดยมีการแยกสาร cyclotides จำนวน 7 ชนิดจาก R. virgata และตั้งชื่อว่า Rivi1–Rivi7 สารกลุ่มดังกล่าวมีความน่าสนใจในงานวิจัยด้านชีวโมเลกุล เนื่องจากมีโครงสร้างที่ค่อนข้างเสถียรและสามารถนำไปศึกษาเป็นโครงสร้างต้นแบบของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพได้ แต่ยังไม่ควรนำผลการทดลองดังกล่าวมาอ้างว่า ข่อยหยองสามารถรักษามะเร็งหรือโรคอื่นในคนได้

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยที่มีข้อมูลจำเพาะต่อ Rinorea virgata พบว่า มีการศึกษาสาร cyclotides จากพืชชนิดนี้โดยตรง นักวิจัยสามารถแยก cyclotides ได้ 7 ชนิด ได้แก่ Rivi1–Rivi7 และพบว่าสารบางชนิดมีความแตกต่างจาก cyclotides ที่เคยมีรายงานมาก่อน ในการทดลองระดับเซลล์ สาร Rivi2 และ Rivi3 แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ในระดับที่น่าสนใจ และมีการเสนอว่าสารกลุ่มนี้อาจเป็นโครงสร้างต้นแบบสำหรับการศึกษายาต้านมะเร็งในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นเพียง หลักฐานระดับห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่หลักฐานทางคลินิกว่าการรับประทานข่อยหยองสามารถรักษามะเร็งได้

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ภูมิปัญญาและตำรายาไทย : มีข้อมูลการใช้ราก เนื้อไม้ และใบเป็นสมุนไพร
  • ข้อมูลพฤกษศาสตร์ : มีข้อมูลค่อนข้างชัดเจนจากฐานข้อมูลพรรณไม้และเอกสารอนุกรมวิธาน
  • การศึกษาทางเคมี : มีหลักฐานการแยกและจำแนกสาร cyclotides จาก Rinorea virgata
  • การศึกษาระดับเซลล์ : มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ของ cyclotides บางชนิดต่อเซลล์
  • การศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ : ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลและขนาดรับประทานเพื่อรักษาโรค

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ข้อมูลเภสัชวิทยาที่มีความจำเพาะกับ Rinorea virgata ยังมีค่อนข้างจำกัด งานวิจัยที่เด่นคือการศึกษาสาร cyclotides Rivi1–Rivi7 และการประเมินฤทธิ์ต่อเซลล์ของสารบางชนิด โดย Rivi2 และ Rivi3 แสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ในการทดลอง ขณะที่งานวิจัยยังมุ่งศึกษากลไกและศักยภาพของโครงสร้างสารเหล่านี้ต่อการพัฒนาเป็นสารต้นแบบมากกว่าการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรโดยตรง

ความปลอดภัย

  • ข้อมูลความปลอดภัยของ ข่อยหยอง (Rinorea virgata) ในมนุษย์ยังมีจำกัด
  • ตำรายาพื้นบ้านระบุว่าการใช้รากและเนื้อไม้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิด คลื่นไส้และอาเจียน ซึ่งสอดคล้องกับการระบุลักษณะรสยาเป็น “เมาเบื่อ”
  • ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอสำหรับกำหนดขนาดที่ปลอดภัย ระยะเวลาใช้ หรือความปลอดภัยเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ข้อห้ามใช้

  • ไม่ควรใช้ในปริมาณสูงหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นยารับประทานจนกว่าจะมีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้
  • ไม่ควรใช้ข่อยหยองเพื่อรักษา พิษจากยา สารเคมี หรือสารพิษรุนแรง ด้วยตนเอง

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างข่อยหยองกับยาแผนปัจจุบัน จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อการขับปัสสาวะ ยาที่มีผลต่อไต หรือยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ และควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรทุกชนิด

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ข่อยหยองเป็นสมุนไพรที่ปรากฏในองค์ความรู้แพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้านหลายพื้นที่ โดยใช้รากและเนื้อไม้ต้มเป็นยารับประทานสำหรับขับปัสสาวะ ขับเมือกมันในลำไส้ และแก้กระษัยไตพิการ ส่วนใบมีวิธีใช้ร่วมกับข้าวสารเพื่อกระตุ้นการอาเจียนและถอนพิษตามความเชื่อของการแพทย์พื้นบ้าน

ประวัติและวัฒนธรรม

ชื่อ ข่อยหยอง เป็นชื่อพื้นบ้านที่มีการเรียกแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น ข่อยดิน ข่อยป่า ข่อยหิน ข่อยนั่ง ผักกรูด คันทรง คันเพชร และหัสสะท้อน การมีชื่อหลายชื่อสะท้อนถึงการรู้จักและนำพืชชนิดนี้มาใช้ในชุมชนท้องถิ่นมาช้านาน

สถานะการอนุรักษ์

ข่อยหยอง (Rinorea virgata) เป็นพืชที่มีรายงานการพบในพื้นที่ธรรมชาติของประเทศไทยและอยู่ในฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพของไทย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ใช้สำหรับการประเมินสถานะการอนุรักษ์ระดับชนิดยังไม่เพียงพอที่จะสรุปสถานะตามเกณฑ์ IUCN ได้จากหลักฐานที่ตรวจสอบในครั้งนี้ จึงควรส่งเสริมการรักษาถิ่นอาศัยตามธรรมชาติและการเก็บตัวอย่างสมุนไพรอย่างยั่งยืน

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร : Plantae
  • หมวด : Angiosperms
  • ชั้น : Eudicots
  • อันดับ : Malpighiales
  • วงศ์ : Violaceae
  • สกุล : Rinorea
  • ชนิด : Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze
  • ชื่อพ้องที่สำคัญ : Rinorea pierrei (Boissieu) Melchior, Scyphellandra pierrei H. Boissieu และชื่อพ้องในสกุล Alsodeia และ Scyphellandra

*หมายเหตุ : เอกสารราชการด้านรายชื่อพันธุ์ไม้ของไทยระบุ “ข่อยหยอง” เป็น Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze วงศ์ VIOLACEAE อย่างชัดเจน ขณะที่ชื่อ Streblus ilicifolius เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของ “ข่อยหนาม” ซึ่งมีชื่อท้องถิ่นซ้อนทับกัน จึงไม่ควรนำข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ของทั้งสองชนิดมาปะปนกัน *

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบ ข่อยหยอง ควรใช้ลักษณะทางพฤกษศาสตร์หลายประการร่วมกัน ได้แก่

  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze
  • วงศ์ : Violaceae
  • ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ถึงรูปรี ขอบใบจัก
  • ดอก : ดอกขนาดเล็ก แยกเพศ ออกบริเวณซอกใบหรือเป็นกลุ่ม
  • ผล : ผลแห้งแตกเป็นพู
  • ตัวอย่างพรรณไม้อ้างอิง : ควรเปรียบเทียบกับตัวอย่างพรรณไม้ที่ผ่านการตรวจสอบโดยนักพฤกษศาสตร์หรือหน่วยงานด้านพรรณไม้ก่อนนำส่วนของพืชมาใช้เป็นยา

คำเตือนทางการแพทย์

ข่อยหยองเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ในตำรายาไทย แต่หลักฐานทางการแพทย์สมัยใหม่ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคไต โรคทางเดินปัสสาวะ หรือมะเร็ง ไม่ควรใช้สมุนไพรแทนการรักษามาตรฐาน นอกจากนี้ ชื่อ “ข่อยหยอง” มีความคลุมเครือทางพฤกษศาสตร์ในเอกสารบางแหล่ง จึงมีความเสี่ยงที่จะนำพืช คนละชนิด มาใช้แทนกัน การตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะพฤกษศาสตร์จึงมีความสำคัญอย่างมากก่อนนำไปใช้เป็นยา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมป่าไม้. (2565). รายชื่อพันธุ์ไม้สามัญและวิทยาศาสตร์. กรมป่าไม้.
  2. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และหน่วยงานฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ. (ม.ป.ป.). ข่อยหยอง: Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze. ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย.
  3. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. (2539). พจนานุกรมสมุนไพรไทย (พิมพ์ครั้งที่ 4). ประชุมทองการพิมพ์.
  4. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. (2540). สารานุกรมสมุนไพร. โอเดียนสโตร์.
  5. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (ม.ป.ป.). ตำราเภสัชกรรมไทย: เภสัชวัตถุ ประเภทพืชวัตถุ จำพวกต้น.
  6. Jacobs, M. (1967). Notes on Rinorea (Violaceae) from Malesia and adjacent regions. Blumea, 15, 135–144.
  7. Niyomploy, P., Chan, L. Y., Harvey, P. J., Poth, A. G., Colgrave, M. L., & Craik, D. J. (2018). Discovery and characterization of cyclotides from Rinorea species. Journal of Natural Products, 81(11), 2512–2520. https://doi.org/10.1021/acs.jnatprod.8b00572
  8. Flora of China Editorial Committee. (ม.ป.ป.). Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze. Flora of China.
Scroll to top