ขี้หนอน

ขี้หนอน

ขี้หนอน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบในวงศ์ Sapindaceae มีชื่อท้องถิ่นว่า ขี้มอด พบตามป่าผลัดใบและป่าดิบแล้งในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอื่น ๆ ของประเทศ เปลือกต้นมีภูมิปัญญาการนำมาใช้เป็นทั้ง สมุนไพรพื้นบ้าน และวัสดุทำความสะอาด เนื่องจากเมื่อนำเปลือกมาผสมน้ำและตีจะเกิดฟองคล้ายสารซักล้างตามภูมิปัญญาดั้งเดิม

หมายเหตุ: ชื่อ “ขี้หนอน” ใช้เรียกพืชหลายชนิดในประเทศไทย บทความนี้หมายถึง ขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis Pierre) ในวงศ์ Sapindaceae โดยเฉพาะ

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : ขี้หนอน
  • ชื่อท้องถิ่น : ขี้มอด
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zollingeria dongnaiensis Pierre
  • วงศ์ : Sapindaceae
  • ลักษณะวิสัย : ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
  • ความสูง : โดยทั่วไปประมาณ 14–20 เมตร และบางแหล่งระบุว่าสูงได้ประมาณ 20 เมตร
  • ถิ่นกำเนิด : อินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์ : ไทยและเวียดนามเป็นถิ่นกระจายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูล Kew

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เรือนยอดโปร่ง รูปไข่หรือเป็นพุ่มกลม ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกด้านนอกสีเทาดำหรือสีน้ำตาลอ่อน เมื่อแก่มีลักษณะเรียบและแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ มีรูระบายอากาศสีน้ำตาลกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกด้านในมีสีขาว และอาจพบหนามยาวประปรายตามลำต้นหรือกิ่ง
  • ใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนหรือเรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 4–8 คู่ ใบย่อยเรียงสลับหรือเกือบตรงข้าม รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม เรียวแหลม หรือเว้าบุ๋มเล็กน้อย โคนใบค่อนข้างเบี้ยว ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบอ่อนมีขนนุ่ม ส่วนใบแก่ค่อนข้างเกลี้ยงและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนร่วง
  • ดอก : ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบหรือบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีสีขาวถึงสีเหลืองอ่อน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีประมาณ 5 กลีบ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แหล่งข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์ระบุว่ามักออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน–มกราคม
  • ผล : เป็นผลแห้ง มีครีบหรือปีกบางยาว 3 ครีบ เรียงตามแนวยาวของผล เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองน้ำตาล เมล็ดมีลักษณะรูปไข่ สีน้ำตาลอ่อน ขนาดประมาณ 1–2 เซนติเมตร

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : อินโดจีน
  • ประเทศไทย : พบในหลายพื้นที่ โดยขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าผสมผลัดใบ และป่าดิบแล้ง
  • สภาพพื้นที่ : พบตามชายป่า พื้นที่รกร้าง และพื้นที่ป่าที่มีความแห้งแล้งตามฤดูกาล
  • ระดับความสูง : มีรายงานการพบตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลถึงประมาณ 375 เมตร
  • การกระจายพันธุ์ในระดับภูมิภาค : ฐานข้อมูล Plants of the World Online ระบุถิ่นกำเนิดของชนิดนี้อยู่ในอินโดจีน และยืนยันประเทศไทยกับเวียดนามเป็นพื้นที่กระจายพันธุ์พื้นเมือง

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การเพาะเมล็ด : เป็นวิธีที่มีข้อมูลรองรับมากที่สุด เมล็ดสามารถนำไปเพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดี
  • การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ : มีรายงานการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด แต่ข้อมูลเชิงมาตรฐานสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ยังมีจำกัด
  • การงอกของเมล็ด : งานทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่าเมล็ดขี้หนอนที่ทดสอบสามารถงอกได้ถึง 100% ภายใน 30 วันภายใต้สภาพการทดลองที่กำหนด
  • การปลูก : ควรเลือกพื้นที่ที่มีการระบายน้ำดี มีแสงแดดเพียงพอ และมีพื้นที่ให้ต้นเจริญเติบโตเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • เปลือกต้น : เป็นส่วนที่กล่าวถึงมากที่สุดในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ใช้ทั้งเปลือกสดและเปลือกแห้ง
  • ใบ : มีการใช้ตามตำรายาและภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • ด่างไม้ : ขี้เถ้าจากไม้ขี้หนอนมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่

สรรพคุณทางสมุนไพร

  • เปลือกต้น : ตามตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีการใช้เป็นยา แก้ไข้ ตัวร้อน แก้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล และดับพิษร้อน
  • เปลือกต้นทำฟอง : เปลือกสดหรือแห้งนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำและตีให้เกิดฟอง แล้วใช้ฟองตามภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับดูแลอาการบริเวณศีรษะ เช่น ชันตุ หวัด และคัดจมูก
  • ใบ : มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับ แก้ไข้และร้อนใน
  • ด่างไม้ : ตำรายาพื้นบ้านบางแห่งกล่าวถึงการใช้สำหรับ แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ และขับมุตกิด

หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิผลในการรักษาโรคตามมาตรฐานการแพทย์แผนปัจจุบัน

วิธีใช้

  • ใช้ภายนอก : เปลือกต้นนำมาหั่นหรือทุบแล้วแช่น้ำ จากนั้นตีหรือคนจนเกิดฟอง และนำฟองไปใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • ใช้เป็นสารทำความสะอาด : เปลือกต้นสามารถนำมาผสมน้ำให้เกิดฟอง ใช้ซักล้างหรือทำความสะอาดตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
  • ใช้เป็นยาในตำรับพื้นบ้าน : ใบ เปลือกต้น หรือด่างไม้มีวิธีใช้แตกต่างกันตามตำรับและพื้นที่ จึงไม่ควรนำไปกำหนดขนาดรับประทานเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยกำกับ

ในบัญชียาจากสมุนไพร

จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ บัญชียาจากสมุนไพร และข้อมูลตำรับยามาตรฐานที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่พบข้อมูลที่เพียงพอที่จะยืนยันว่า Zollingeria dongnaiensis เป็นตัวยาสำคัญที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรแห่งชาติในปัจจุบัน จึงควรแยกข้อมูล ภูมิปัญญาการใช้ยาไทย ออกจากสถานะของ บัญชียาจากสมุนไพร อย่างชัดเจน

สาระสำคัญ

  • เปลือกขี้หนอน มีลักษณะเด่นคือเมื่อนำมาผสมน้ำและตีจะเกิดฟอง จึงถูกใช้เป็นวัสดุทำความสะอาดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • การเกิดฟองดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการมี สารกลุ่มซาโปนิน (saponins) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดแรงตึงผิว
  • มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ระบุถึงการใช้เปลือกขี้หนอนเป็นสารทำความสะอาดแทนสบู่

องค์ประกอบทางเคมี

  • ซาโปนิน (Saponins) : มีข้อมูลเชิงประยุกต์ระบุว่าเปลือกขี้หนอนมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดฟองและถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่ใช้เป็นสารทำความสะอาดตามภูมิปัญญา
  • อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการระบุชนิดและโครงสร้างของสารสำคัญเฉพาะจาก Zollingeria dongnaiensis ยังมีจำกัด เมื่อเทียบกับพืชในวงศ์ Sapindaceae ที่มีการศึกษาทางเภสัชเคมีมากกว่า
  • ไม่ควรนำข้อมูลสารเคมีของพืชชนิดอื่นในวงศ์เดียวกันมาเหมารวมว่าเป็นองค์ประกอบของขี้หนอนโดยตรง

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • การศึกษาการงอกของเมล็ด : งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ทดสอบสมุนไพร 18 ชนิดพบว่าเมล็ดขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) มีอัตราการงอก 100% ภายใน 30 วันในสภาพการทดลองที่กำหนด
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : มีงานวิจัยไทยที่กล่าวถึงเปลือกขี้หนอนเป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้เป็นสารทำความสะอาด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสารกลุ่มซาโปนิน และมีการนำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทสบู่เหลวและเจลอาบน้ำ
  • งานด้านอาหารสัตว์ : มีบทความวิชาการแบบ peer-reviewed ศึกษาอิทธิพลของอาหารเสริมสมุนไพรต้นขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) ต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพเนื้อของไก่กระทง

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ระดับหลักฐานด้านพฤกษศาสตร์ : มีข้อมูลค่อนข้างดีจากฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์และแหล่งข้อมูลด้านทรัพยากรพรรณไม้
  • ระดับหลักฐานด้านการใช้ประโยชน์พื้นบ้าน : มีข้อมูลจากตำรายาไทย เอกสารภูมิปัญญา และงานด้านวัฒนธรรม
  • ระดับหลักฐานด้านเภสัชวิทยา : ยังมีจำกัด
  • ระดับหลักฐานด้านการรักษาโรคในมนุษย์ : ยังไม่มีข้อมูลการทดลองทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลของขี้หนอนในโรคต่าง ๆ

หมายเหตุ: การมีสารออกฤทธิ์หรือผลการทดลองในหลอดทดลองไม่ได้หมายความว่าสมุนไพรจะรักษาโรคในมนุษย์ได้จริง จำเป็นต้องมีข้อมูลด้านขนาดยา ความปลอดภัย เภสัชจลนศาสตร์ และการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ข้อมูลเภสัชวิทยาโดยตรงของ Zollingeria dongnaiensis ยังมีค่อนข้างจำกัด การใช้ประโยชน์ที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนกว่าด้านเภสัชวิทยาคือ การใช้เปลือกเป็นสารทำความสะอาด จากคุณสมบัติการเกิดฟอง ขณะที่งานวิจัยทางเภสัชวิทยาเฉพาะด้าน เช่น ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อ ต้านอนุมูลอิสระ หรือผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายในมนุษย์ ยังไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้เป็นข้อสรุปทางการแพทย์

ความปลอดภัย

  • การใช้ เปลือกขี้หนอนภายนอก ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านควรใช้ในปริมาณเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา
  • ไม่ควรรับประทานส่วนต่าง ๆ ของพืชโดยอาศัยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทั่วไป เพราะข้อมูลด้านพิษวิทยาและขนาดรับประทานที่ปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
  • มีแหล่งข้อมูลบางแห่งรายงานว่า ดอกมีพิษหากรับประทาน จึงควรถือเป็นข้อควรระวังและหลีกเลี่ยงการนำดอกมารับประทาน

ข้อห้ามใช้

  • ห้ามรับประทานดอกขี้หนอน เนื่องจากมีรายงานด้านพิษจากการรับประทาน
  • ไม่ควรใช้สมุนไพรขี้หนอนรับประทานในหญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว หากไม่มีคำแนะนำจากแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการใช้บริเวณแผลเปิดและบริเวณรอบดวงตา
  • หากเกิดผื่น คัน แสบร้อน บวม หรืออาการผิดปกติหลังใช้ภายนอก ควรหยุดใช้ทันที

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างขี้หนอนกับยารักษาโรคชนิดต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานเป็นสารสกัด ดังนั้นผู้ที่ใช้ยาประจำไม่ควรนำขี้หนอนมารับประทานหรือใช้เป็นสารสกัดร่วมกับยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

การใช้ในอาหาร

ไม่ควรจัดขี้หนอนเป็นสมุนไพรสำหรับประกอบอาหารหรือรับประทานทั่วไป โดยเฉพาะ ดอกและส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอ การใช้ประโยชน์หลักที่มีการกล่าวถึงในเอกสารคือด้านสมุนไพรพื้นบ้านและการทำความสะอาดมากกว่าการใช้เป็นอาหาร

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • สบู่และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : เปลือกขี้หนอนถูกนำมาใช้เป็นแหล่งสารทำความสะอาดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน เนื่องจากสามารถทำให้เกิดฟองเมื่อผสมกับน้ำ
  • แชมพู : มีเอกสารด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ระบุ Zollingeria dongnaiensis เป็นหนึ่งในพืชที่สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์สบู่หรือแชมพู
  • ผลิตภัณฑ์ชุมชน : มีการศึกษาการนำสมุนไพรที่มีคุณสมบัติทำความสะอาด รวมถึงเปลือกขี้หนอน ไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • เปลือกต้น : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และเลือกเก็บอย่างระมัดระวัง ไม่ควรลอกเปลือกรอบลำต้นจนหมด เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตาย
  • การทำให้แห้ง : หากต้องการเก็บเปลือกไว้ใช้ ควรหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ และทำให้แห้งในที่สะอาด อากาศถ่ายเท และไม่ถูกความชื้น
  • การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันแมลงหรือเชื้อรา
  • การเก็บใบ : ควรเลือกใบที่สมบูรณ์ ไม่มีเชื้อราและสิ่งปนเปื้อน
  • การอนุรักษ์ต้นแม่พันธุ์ : เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้น ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเปลือกในปริมาณมากจากต้นธรรมชาติ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • ชุมชนไทยมีการนำ เปลือกขี้หนอนมาผสมน้ำให้เกิดฟอง เพื่อใช้ซักล้างแทนสบู่
  • มีการใช้ฟองจากเปลือกสำหรับดูแลหนังศีรษะและ ชันตุ ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • เอกสารประวัติศาสตร์จากจังหวัดจันทบุรีระบุถึงการทดลองใช้ เปลือกขี้หนอนซักแทนสบู่ และมีรายงานจากพื้นที่ว่าการใช้งานให้ผลดี
  • ในทางการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน มีการใช้เปลือก ใบ และด่างไม้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับไข้ หวัด คัดจมูก ร้อนใน และการขับปัสสาวะ

ประวัติและวัฒนธรรม

ขี้หนอนเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตพื้นบ้านในด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสารทำความสะอาด โดยเฉพาะเปลือกต้นที่สามารถนำมาทำให้เกิดฟอง จึงเป็นทางเลือกแทนสบู่ในบางชุมชนในอดีต หลักฐานจากเอกสารจังหวัดจันทบุรี พ.ศ. 2495 ยังแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานท้องถิ่นเคยทดลองและส่งเสริมการใช้เปลือกขี้หนอนแทนสบู่ในพื้นที่

สถานะการอนุรักษ์

ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew ระบุว่า Zollingeria dongnaiensis มีสถานะข้อมูลการประเมินตาม IUCN เป็น DD (Data Deficient: ข้อมูลไม่เพียงพอ) และการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์เชิงคาดการณ์บางระบบระบุว่ามีแนวโน้มถูกคุกคาม แต่มีความเชื่อมั่นต่ำ

ดังนั้นการเก็บ เปลือกจากต้นธรรมชาติ ควรทำอย่างระมัดระวัง และควรส่งเสริมการขยายพันธุ์เพื่อใช้ประโยชน์แทนการเก็บจากป่ามากเกินไป

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • ไฟลัม (Phylum) : Tracheophyta
  • ชั้น (Class) : Magnoliopsida
  • อันดับ (Order) : Sapindales
  • วงศ์ (Family) : Sapindaceae
  • สกุล (Genus) : Zollingeria
  • ชนิด (Species) : Zollingeria dongnaiensis Pierre

ชื่อวิทยาศาสตร์ Zollingeria dongnaiensis Pierre ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1886 และปัจจุบันได้รับการยอมรับเป็นชื่อทางอนุกรมวิธานของชนิดนี้

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบขี้หนอนเพื่อป้องกันการสับสนกับพืชที่มีชื่อพื้นเมืองว่า “ขี้หนอน” ชนิดอื่น ควรตรวจสอบ ชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะใบ ดอก ผล และลักษณะของเปลือกต้น ร่วมกัน

  • ลักษณะเด่นของใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อยประมาณ 4–8 คู่
  • ลักษณะเด่นของดอก : ดอกขนาดเล็ก สีขาวถึงเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแยกแขนง
  • ลักษณะเด่นของผล : ผลแห้งมีครีบหรือปีก 3 ครีบ
  • ลักษณะเด่นของต้น : ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ เปลือกสีเทาดำหรือสีน้ำตาลอ่อน

ควรยืนยันตัวอย่างด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์หรือเทียบกับตัวอย่างอ้างอิงจากพิพิธภัณฑ์พืช/หอพรรณไม้ก่อนนำมาใช้เป็นยา โดยเฉพาะเนื่องจากชื่อ “ขี้หนอน” มีการใช้กับพืชหลายชนิดในประเทศไทย

คำเตือนทางการแพทย์

ขี้หนอนเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาไทย แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด สรรพคุณด้านแก้ไข้ หวัด คัดจมูก นิ่ว หรือการขับปัสสาวะจึงควรนำเสนอในฐานะ ข้อมูลภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ใช่ข้อยืนยันว่ารักษาโรคดังกล่าวได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรรับประทานดอกหรือส่วนของพืชที่ไม่ผ่านการตรวจสอบชนิดและความปลอดภัย และไม่ควรใช้ขี้หนอนทดแทนการรักษามาตรฐาน หากมีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน (Khi non): Zollingeria dongnaiensis Pierre. ฐานข้อมูลต้นไม้.
  2. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (ม.ป.ป.). สมุนไพร 30 ชนิดจากการสำรวจพรรณไม้ในป่าธรรมชาติกรุงชิง: ขี้หนอน. คลังสารสนเทศวลัยลักษณ์.
  3. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน: Zollingeria dongnaiensis Pierre. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช.
  4. กรมศิลปากร. (2565). เอกสารประวัติศาสตร์เรื่องใช้เปลือกขี้หนอนซักแทนสบู่. หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี.
  5. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2538). การทดสอบความงอกของเมล็ดพืชสมุนไพรบางชนิด. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  6. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และแหล่งข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้อง. ข้อมูลพฤกษศาสตร์และการใช้ประโยชน์ของ Zollingeria dongnaiensis.
  7. Santisuk, T., & Larsen, K. (Eds.). (1999). Flora of Thailand, Vol. 7(1). The Forest Herbarium, Royal Forest Department. ข้อมูลอนุกรมวิธานที่ Kew ใช้เป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิงของชนิดนี้
  8. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Zollingeria dongnaiensis Pierre. Plants of the World Online.
  9. International Plant Names Index. (n.d.). Zollingeria dongnaiensis Pierre.
  10. Brennan, M. (2017). Traditional plant-based cleaning materials and their use in textile conservation. ICOM-CC. ข้อมูลการใช้เปลือกขี้หนอนเป็นวัสดุทำความสะอาดและข้อมูลเกี่ยวกับสารซาโปนิน
Scroll to top