ขี้หนอน
ขี้หนอน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบในวงศ์ Sapindaceae มีชื่อท้องถิ่นว่า ขี้มอด พบตามป่าผลัดใบและป่าดิบแล้งในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอื่น ๆ ของประเทศ เปลือกต้นมีภูมิปัญญาการนำมาใช้เป็นทั้ง สมุนไพรพื้นบ้าน และวัสดุทำความสะอาด เนื่องจากเมื่อนำเปลือกมาผสมน้ำและตีจะเกิดฟองคล้ายสารซักล้างตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
หมายเหตุ: ชื่อ “ขี้หนอน” ใช้เรียกพืชหลายชนิดในประเทศไทย บทความนี้หมายถึง ขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis Pierre) ในวงศ์ Sapindaceae โดยเฉพาะ
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : ขี้หนอน
- ชื่อท้องถิ่น : ขี้มอด
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zollingeria dongnaiensis Pierre
- วงศ์ : Sapindaceae
- ลักษณะวิสัย : ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
- ความสูง : โดยทั่วไปประมาณ 14–20 เมตร และบางแหล่งระบุว่าสูงได้ประมาณ 20 เมตร
- ถิ่นกำเนิด : อินโดจีน
- การกระจายพันธุ์ : ไทยและเวียดนามเป็นถิ่นกระจายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูล Kew
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เรือนยอดโปร่ง รูปไข่หรือเป็นพุ่มกลม ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกด้านนอกสีเทาดำหรือสีน้ำตาลอ่อน เมื่อแก่มีลักษณะเรียบและแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ มีรูระบายอากาศสีน้ำตาลกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกด้านในมีสีขาว และอาจพบหนามยาวประปรายตามลำต้นหรือกิ่ง
- ใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนหรือเรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 4–8 คู่ ใบย่อยเรียงสลับหรือเกือบตรงข้าม รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม เรียวแหลม หรือเว้าบุ๋มเล็กน้อย โคนใบค่อนข้างเบี้ยว ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบอ่อนมีขนนุ่ม ส่วนใบแก่ค่อนข้างเกลี้ยงและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนร่วง
- ดอก : ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบหรือบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีสีขาวถึงสีเหลืองอ่อน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีประมาณ 5 กลีบ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แหล่งข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์ระบุว่ามักออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน–มกราคม
- ผล : เป็นผลแห้ง มีครีบหรือปีกบางยาว 3 ครีบ เรียงตามแนวยาวของผล เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองน้ำตาล เมล็ดมีลักษณะรูปไข่ สีน้ำตาลอ่อน ขนาดประมาณ 1–2 เซนติเมตร
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : อินโดจีน
- ประเทศไทย : พบในหลายพื้นที่ โดยขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าผสมผลัดใบ และป่าดิบแล้ง
- สภาพพื้นที่ : พบตามชายป่า พื้นที่รกร้าง และพื้นที่ป่าที่มีความแห้งแล้งตามฤดูกาล
- ระดับความสูง : มีรายงานการพบตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลถึงประมาณ 375 เมตร
- การกระจายพันธุ์ในระดับภูมิภาค : ฐานข้อมูล Plants of the World Online ระบุถิ่นกำเนิดของชนิดนี้อยู่ในอินโดจีน และยืนยันประเทศไทยกับเวียดนามเป็นพื้นที่กระจายพันธุ์พื้นเมือง
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด : เป็นวิธีที่มีข้อมูลรองรับมากที่สุด เมล็ดสามารถนำไปเพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดี
- การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ : มีรายงานการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด แต่ข้อมูลเชิงมาตรฐานสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ยังมีจำกัด
- การงอกของเมล็ด : งานทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่าเมล็ดขี้หนอนที่ทดสอบสามารถงอกได้ถึง 100% ภายใน 30 วันภายใต้สภาพการทดลองที่กำหนด
- การปลูก : ควรเลือกพื้นที่ที่มีการระบายน้ำดี มีแสงแดดเพียงพอ และมีพื้นที่ให้ต้นเจริญเติบโตเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- เปลือกต้น : เป็นส่วนที่กล่าวถึงมากที่สุดในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ใช้ทั้งเปลือกสดและเปลือกแห้ง
- ใบ : มีการใช้ตามตำรายาและภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ด่างไม้ : ขี้เถ้าจากไม้ขี้หนอนมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
สรรพคุณทางสมุนไพร
- เปลือกต้น : ตามตำรายาไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีการใช้เป็นยา แก้ไข้ ตัวร้อน แก้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล และดับพิษร้อน
- เปลือกต้นทำฟอง : เปลือกสดหรือแห้งนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำและตีให้เกิดฟอง แล้วใช้ฟองตามภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับดูแลอาการบริเวณศีรษะ เช่น ชันตุ หวัด และคัดจมูก
- ใบ : มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับ แก้ไข้และร้อนใน
- ด่างไม้ : ตำรายาพื้นบ้านบางแห่งกล่าวถึงการใช้สำหรับ แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ และขับมุตกิด
หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิผลในการรักษาโรคตามมาตรฐานการแพทย์แผนปัจจุบัน
วิธีใช้
- ใช้ภายนอก : เปลือกต้นนำมาหั่นหรือทุบแล้วแช่น้ำ จากนั้นตีหรือคนจนเกิดฟอง และนำฟองไปใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใช้เป็นสารทำความสะอาด : เปลือกต้นสามารถนำมาผสมน้ำให้เกิดฟอง ใช้ซักล้างหรือทำความสะอาดตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
- ใช้เป็นยาในตำรับพื้นบ้าน : ใบ เปลือกต้น หรือด่างไม้มีวิธีใช้แตกต่างกันตามตำรับและพื้นที่ จึงไม่ควรนำไปกำหนดขนาดรับประทานเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยกำกับ
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ บัญชียาจากสมุนไพร และข้อมูลตำรับยามาตรฐานที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่พบข้อมูลที่เพียงพอที่จะยืนยันว่า Zollingeria dongnaiensis เป็นตัวยาสำคัญที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรแห่งชาติในปัจจุบัน จึงควรแยกข้อมูล ภูมิปัญญาการใช้ยาไทย ออกจากสถานะของ บัญชียาจากสมุนไพร อย่างชัดเจน
สาระสำคัญ
- เปลือกขี้หนอน มีลักษณะเด่นคือเมื่อนำมาผสมน้ำและตีจะเกิดฟอง จึงถูกใช้เป็นวัสดุทำความสะอาดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- การเกิดฟองดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการมี สารกลุ่มซาโปนิน (saponins) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดแรงตึงผิว
- มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ระบุถึงการใช้เปลือกขี้หนอนเป็นสารทำความสะอาดแทนสบู่
องค์ประกอบทางเคมี
- ซาโปนิน (Saponins) : มีข้อมูลเชิงประยุกต์ระบุว่าเปลือกขี้หนอนมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดฟองและถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่ใช้เป็นสารทำความสะอาดตามภูมิปัญญา
- อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการระบุชนิดและโครงสร้างของสารสำคัญเฉพาะจาก Zollingeria dongnaiensis ยังมีจำกัด เมื่อเทียบกับพืชในวงศ์ Sapindaceae ที่มีการศึกษาทางเภสัชเคมีมากกว่า
- ไม่ควรนำข้อมูลสารเคมีของพืชชนิดอื่นในวงศ์เดียวกันมาเหมารวมว่าเป็นองค์ประกอบของขี้หนอนโดยตรง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- การศึกษาการงอกของเมล็ด : งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ทดสอบสมุนไพร 18 ชนิดพบว่าเมล็ดขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) มีอัตราการงอก 100% ภายใน 30 วันในสภาพการทดลองที่กำหนด
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : มีงานวิจัยไทยที่กล่าวถึงเปลือกขี้หนอนเป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้เป็นสารทำความสะอาด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสารกลุ่มซาโปนิน และมีการนำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทสบู่เหลวและเจลอาบน้ำ
- งานด้านอาหารสัตว์ : มีบทความวิชาการแบบ peer-reviewed ศึกษาอิทธิพลของอาหารเสริมสมุนไพรต้นขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) ต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพเนื้อของไก่กระทง
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับหลักฐานด้านพฤกษศาสตร์ : มีข้อมูลค่อนข้างดีจากฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์และแหล่งข้อมูลด้านทรัพยากรพรรณไม้
- ระดับหลักฐานด้านการใช้ประโยชน์พื้นบ้าน : มีข้อมูลจากตำรายาไทย เอกสารภูมิปัญญา และงานด้านวัฒนธรรม
- ระดับหลักฐานด้านเภสัชวิทยา : ยังมีจำกัด
- ระดับหลักฐานด้านการรักษาโรคในมนุษย์ : ยังไม่มีข้อมูลการทดลองทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลของขี้หนอนในโรคต่าง ๆ
หมายเหตุ: การมีสารออกฤทธิ์หรือผลการทดลองในหลอดทดลองไม่ได้หมายความว่าสมุนไพรจะรักษาโรคในมนุษย์ได้จริง จำเป็นต้องมีข้อมูลด้านขนาดยา ความปลอดภัย เภสัชจลนศาสตร์ และการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ข้อมูลเภสัชวิทยาโดยตรงของ Zollingeria dongnaiensis ยังมีค่อนข้างจำกัด การใช้ประโยชน์ที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนกว่าด้านเภสัชวิทยาคือ การใช้เปลือกเป็นสารทำความสะอาด จากคุณสมบัติการเกิดฟอง ขณะที่งานวิจัยทางเภสัชวิทยาเฉพาะด้าน เช่น ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อ ต้านอนุมูลอิสระ หรือผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายในมนุษย์ ยังไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้เป็นข้อสรุปทางการแพทย์
ความปลอดภัย
- การใช้ เปลือกขี้หนอนภายนอก ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านควรใช้ในปริมาณเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา
- ไม่ควรรับประทานส่วนต่าง ๆ ของพืชโดยอาศัยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทั่วไป เพราะข้อมูลด้านพิษวิทยาและขนาดรับประทานที่ปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- มีแหล่งข้อมูลบางแห่งรายงานว่า ดอกมีพิษหากรับประทาน จึงควรถือเป็นข้อควรระวังและหลีกเลี่ยงการนำดอกมารับประทาน
ข้อห้ามใช้
- ห้ามรับประทานดอกขี้หนอน เนื่องจากมีรายงานด้านพิษจากการรับประทาน
- ไม่ควรใช้สมุนไพรขี้หนอนรับประทานในหญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว หากไม่มีคำแนะนำจากแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์
- หลีกเลี่ยงการใช้บริเวณแผลเปิดและบริเวณรอบดวงตา
- หากเกิดผื่น คัน แสบร้อน บวม หรืออาการผิดปกติหลังใช้ภายนอก ควรหยุดใช้ทันที
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างขี้หนอนกับยารักษาโรคชนิดต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานเป็นสารสกัด ดังนั้นผู้ที่ใช้ยาประจำไม่ควรนำขี้หนอนมารับประทานหรือใช้เป็นสารสกัดร่วมกับยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
การใช้ในอาหาร
ไม่ควรจัดขี้หนอนเป็นสมุนไพรสำหรับประกอบอาหารหรือรับประทานทั่วไป โดยเฉพาะ ดอกและส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอ การใช้ประโยชน์หลักที่มีการกล่าวถึงในเอกสารคือด้านสมุนไพรพื้นบ้านและการทำความสะอาดมากกว่าการใช้เป็นอาหาร
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- สบู่และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : เปลือกขี้หนอนถูกนำมาใช้เป็นแหล่งสารทำความสะอาดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน เนื่องจากสามารถทำให้เกิดฟองเมื่อผสมกับน้ำ
- แชมพู : มีเอกสารด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ระบุ Zollingeria dongnaiensis เป็นหนึ่งในพืชที่สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์สบู่หรือแชมพู
- ผลิตภัณฑ์ชุมชน : มีการศึกษาการนำสมุนไพรที่มีคุณสมบัติทำความสะอาด รวมถึงเปลือกขี้หนอน ไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- เปลือกต้น : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และเลือกเก็บอย่างระมัดระวัง ไม่ควรลอกเปลือกรอบลำต้นจนหมด เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตาย
- การทำให้แห้ง : หากต้องการเก็บเปลือกไว้ใช้ ควรหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ และทำให้แห้งในที่สะอาด อากาศถ่ายเท และไม่ถูกความชื้น
- การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันแมลงหรือเชื้อรา
- การเก็บใบ : ควรเลือกใบที่สมบูรณ์ ไม่มีเชื้อราและสิ่งปนเปื้อน
- การอนุรักษ์ต้นแม่พันธุ์ : เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้น ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเปลือกในปริมาณมากจากต้นธรรมชาติ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ชุมชนไทยมีการนำ เปลือกขี้หนอนมาผสมน้ำให้เกิดฟอง เพื่อใช้ซักล้างแทนสบู่
- มีการใช้ฟองจากเปลือกสำหรับดูแลหนังศีรษะและ ชันตุ ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- เอกสารประวัติศาสตร์จากจังหวัดจันทบุรีระบุถึงการทดลองใช้ เปลือกขี้หนอนซักแทนสบู่ และมีรายงานจากพื้นที่ว่าการใช้งานให้ผลดี
- ในทางการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน มีการใช้เปลือก ใบ และด่างไม้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับไข้ หวัด คัดจมูก ร้อนใน และการขับปัสสาวะ
ประวัติและวัฒนธรรม
ขี้หนอนเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตพื้นบ้านในด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสารทำความสะอาด โดยเฉพาะเปลือกต้นที่สามารถนำมาทำให้เกิดฟอง จึงเป็นทางเลือกแทนสบู่ในบางชุมชนในอดีต หลักฐานจากเอกสารจังหวัดจันทบุรี พ.ศ. 2495 ยังแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานท้องถิ่นเคยทดลองและส่งเสริมการใช้เปลือกขี้หนอนแทนสบู่ในพื้นที่
สถานะการอนุรักษ์
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew ระบุว่า Zollingeria dongnaiensis มีสถานะข้อมูลการประเมินตาม IUCN เป็น DD (Data Deficient: ข้อมูลไม่เพียงพอ) และการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์เชิงคาดการณ์บางระบบระบุว่ามีแนวโน้มถูกคุกคาม แต่มีความเชื่อมั่นต่ำ
ดังนั้นการเก็บ เปลือกจากต้นธรรมชาติ ควรทำอย่างระมัดระวัง และควรส่งเสริมการขยายพันธุ์เพื่อใช้ประโยชน์แทนการเก็บจากป่ามากเกินไป
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Sapindales
- วงศ์ (Family) : Sapindaceae
- สกุล (Genus) : Zollingeria
- ชนิด (Species) : Zollingeria dongnaiensis Pierre
ชื่อวิทยาศาสตร์ Zollingeria dongnaiensis Pierre ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1886 และปัจจุบันได้รับการยอมรับเป็นชื่อทางอนุกรมวิธานของชนิดนี้
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบขี้หนอนเพื่อป้องกันการสับสนกับพืชที่มีชื่อพื้นเมืองว่า “ขี้หนอน” ชนิดอื่น ควรตรวจสอบ ชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะใบ ดอก ผล และลักษณะของเปลือกต้น ร่วมกัน
- ลักษณะเด่นของใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อยประมาณ 4–8 คู่
- ลักษณะเด่นของดอก : ดอกขนาดเล็ก สีขาวถึงเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแยกแขนง
- ลักษณะเด่นของผล : ผลแห้งมีครีบหรือปีก 3 ครีบ
- ลักษณะเด่นของต้น : ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ เปลือกสีเทาดำหรือสีน้ำตาลอ่อน
ควรยืนยันตัวอย่างด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์หรือเทียบกับตัวอย่างอ้างอิงจากพิพิธภัณฑ์พืช/หอพรรณไม้ก่อนนำมาใช้เป็นยา โดยเฉพาะเนื่องจากชื่อ “ขี้หนอน” มีการใช้กับพืชหลายชนิดในประเทศไทย
คำเตือนทางการแพทย์
ขี้หนอนเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาไทย แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด สรรพคุณด้านแก้ไข้ หวัด คัดจมูก นิ่ว หรือการขับปัสสาวะจึงควรนำเสนอในฐานะ ข้อมูลภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ใช่ข้อยืนยันว่ารักษาโรคดังกล่าวได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรรับประทานดอกหรือส่วนของพืชที่ไม่ผ่านการตรวจสอบชนิดและความปลอดภัย และไม่ควรใช้ขี้หนอนทดแทนการรักษามาตรฐาน หากมีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน (Khi non): Zollingeria dongnaiensis Pierre. ฐานข้อมูลต้นไม้.
- มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (ม.ป.ป.). สมุนไพร 30 ชนิดจากการสำรวจพรรณไม้ในป่าธรรมชาติกรุงชิง: ขี้หนอน. คลังสารสนเทศวลัยลักษณ์.
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน: Zollingeria dongnaiensis Pierre. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช.
- กรมศิลปากร. (2565). เอกสารประวัติศาสตร์เรื่องใช้เปลือกขี้หนอนซักแทนสบู่. หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี.
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2538). การทดสอบความงอกของเมล็ดพืชสมุนไพรบางชนิด. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
- สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และแหล่งข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้อง. ข้อมูลพฤกษศาสตร์และการใช้ประโยชน์ของ Zollingeria dongnaiensis.
- Santisuk, T., & Larsen, K. (Eds.). (1999). Flora of Thailand, Vol. 7(1). The Forest Herbarium, Royal Forest Department. ข้อมูลอนุกรมวิธานที่ Kew ใช้เป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิงของชนิดนี้
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Zollingeria dongnaiensis Pierre. Plants of the World Online.
- International Plant Names Index. (n.d.). Zollingeria dongnaiensis Pierre.
- Brennan, M. (2017). Traditional plant-based cleaning materials and their use in textile conservation. ICOM-CC. ข้อมูลการใช้เปลือกขี้หนอนเป็นวัสดุทำความสะอาดและข้อมูลเกี่ยวกับสารซาโปนิน

