ข้าวตอกแตก
ข้าวตอกแตก เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งในวงศ์ Combretaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบันว่า Getonia floribunda Roxb. และมีชื่อพ้องสำคัญคือ Calycopteris floribunda (Roxb.) Lam. ex Poir. พบกระจายพันธุ์ในเอเชียเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย และเป็น สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีการใช้ใบและรากในตำรับและภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายพื้นที่ โดยเฉพาะด้านระบบทางเดินอาหาร การขับพยาธิ และการใช้ภายนอกกับบาดแผล
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย: ข้าวตอกแตก
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Getonia floribunda Roxb.
- ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์: Calycopteris floribunda (Roxb.) Lam. ex Poir.; Calycopteris nutans (Roxb.) Kurz
- วงศ์: Combretaceae
- ชื่อท้องถิ่น: ติ่งตั่ง, ติ่งตั่งตัวผู้, งวงสุ่ม, งวงสุ่มขาว, งวงชุม, ดวงสุ่ม, มันเครือ, เถาวัลย์นวล, หน่วยสุด, กรูด, ตะกรูด, ประโยค, มันแดง, ดอกโรค และชื่ออื่น ๆ ตามแต่ละภูมิภาค
- ลักษณะการเจริญเติบโต: ไม้พุ่มเลื้อยหรือไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่
- ส่วนที่ใช้เป็นยา: ใบและรากเป็นส่วนที่มีการระบุใช้ในภูมิปัญญาสมุนไพรไทย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น: ข้าวตอกแตกเป็นไม้พุ่มเลื้อยหรือไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ลำต้นและกิ่งอ่อนมีขนนุ่มปกคลุม กิ่งอ่อนมักมีสันเป็นเหลี่ยมและมีขนสีน้ำตาลแกมแดง เมื่อเจริญเต็มที่จะมีลักษณะเป็นเถาแข็งแรง สามารถเลื้อยพาดพิงต้นไม้อื่นได้
- ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบสอบหรือแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบมีขนาดประมาณ 2–7 เซนติเมตร กว้าง และ 6–17 เซนติเมตรยาว ด้านบนของใบอ่อนมีขนนุ่มค่อนข้างหนาแน่น ส่วนด้านล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแกมเหลืองปกคลุมหนาแน่น ก้านใบค่อนข้างสั้น
- ดอก: ออกเป็นช่อขนาดใหญ่แบบแยกแขนงบริเวณปลายกิ่ง ช่อดอกอาจยาวประมาณ 10–40 เซนติเมตร ดอกย่อยมีสีเขียวแกมเหลือง ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉกและมีขนภายใน เกสรเพศผู้มี 10 อัน เรียงเป็น 2 วง วงละ 5 อัน
- ผล: ผลมีรูปร่างรีหรือคล้ายกระสวย มีสันตามยาวประมาณ 5 สัน ปลายผลมีกลีบเลี้ยงที่ขยายตัวเป็นปีกจำนวน 5 ปีก ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด ลักษณะปีกช่วยให้ผลมีรูปทรงที่โดดเด่นเมื่อแก่
- ราก: รากมีเนื้อค่อนข้างเหนียวและเป็นเส้นใย โดยมีรายงานการนำรากมาใช้เป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
ข้าวตอกแตกมีถิ่นกระจายพันธุ์ตั้งแต่ อินเดีย จีนตอนใต้ บังกลาเทศ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย ไปจนถึงคาบสมุทรมลายู โดย Kew ระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติของชนิดนี้ และพืชเจริญได้ดีในเขตร้อนชื้น ในประเทศไทยพบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และบริเวณริมน้ำหรือพื้นที่ป่าที่มีความชื้นเหมาะสม จึงมีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด: สามารถเพาะเมล็ดและอนุบาลต้นกล้าก่อนย้ายปลูก
- การปักชำ: ใช้กิ่งที่สมบูรณ์ปักชำในวัสดุที่ระบายน้ำได้ดีและรักษาความชื้นให้เหมาะสม
- การตอนกิ่ง: สามารถใช้กิ่งที่แข็งแรงสำหรับการตอนกิ่งเพื่อให้ได้ต้นใหม่
- สภาพแวดล้อม: เจริญได้ในดินหลายประเภท ชอบแสงแดดค่อนข้างมาก และต้องการน้ำในระดับปานกลาง เมื่อปลูกควรจัดค้างหรือโครงสำหรับให้เถาเลื้อย
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ: เป็นส่วนที่มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมากที่สุด ใช้ทั้งใบสด ใบอ่อน น้ำคั้น ใบตำ หรือเตรียมเป็นยาตามวิธีพื้นบ้าน
- ราก: มีการนำมาต้มเป็นยาดื่มในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
- ลำต้นและเปลือก: มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาท้องถิ่นบางแห่ง แต่การใช้แตกต่างกันตามตำรับและพื้นที่
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตาม ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยและตำรายาพื้นบ้าน มีการใช้ข้าวตอกแตกดังนี้
- ใบ: รสเฝื่อน ใช้เป็นยา เจริญอาหาร ช่วยขับพยาธิ เป็นยาระบาย แก้ปวดท้อง จุกเสียด แก้บิด และใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการไข้ป่า
- ใบ: ใช้ภายนอกสำหรับ แผลเรื้อรัง โดยภูมิปัญญาพื้นบ้านจังหวัดนครราชสีมามีการนำใบมาตำละเอียด ผสมกับเนย แล้วนำไปทาบริเวณแผล
- ราก: ตำรายาพื้นบ้านอีสานมีการนำรากมาต้มกับน้ำดื่มเพื่อใช้สำหรับ กามโรค
- ราก: มีการใช้เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับ พิษงู แต่ไม่ควรนำมาใช้ทดแทนการรักษาพิษงูในระบบการแพทย์ปัจจุบัน
- ลำต้นและราก: ตำรับพื้นบ้านล้านนาบางตำรับนำไปต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่นเพื่อใช้แก้อาการปวดเมื่อย
หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาพื้นบ้านและเอกสารสมุนไพร ไม่ได้หมายความว่าได้รับการยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์จากการทดลองทางคลินิก
วิธีใช้
- ใช้ใบภายนอก: นำใบมาตำให้ละเอียด แล้วใช้ตามตำรับพื้นบ้านสำหรับแผลเรื้อรัง
- ใช้ราก: ภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่นำรากมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม
- ใช้เป็นตำรับ: ลำต้นหรือรากอาจใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นในตำรับพื้นบ้าน
- การใช้รักษาพิษงู: ไม่ควรใช้สมุนไพรเพียงอย่างเดียว เพราะพิษงูบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะรุนแรงและเสียชีวิตได้ ต้องได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์โดยเร็ว
สาระสำคัญ
สาระสำคัญที่ได้รับการศึกษาจากข้าวตอกแตกอยู่ในกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ ไบฟลาโวนอยด์ ฟีนอลิก และสารเมแทบอไลต์ทุติยภูมิอื่น ๆ โดยมีการแยกสารเฉพาะชนิดจากใบ ดอก และส่วนสีเขียวของพืชได้หลายชนิด
องค์ประกอบทางเคมี
มีรายงานสารสำคัญหลายกลุ่ม ได้แก่
- Biflavonoids: calycopterone, calyflorenones และ neocalycopterone derivatives
- Flavonoids/Flavonols: calycopterin, pachypodol และ flavonols ที่มีหมู่ methoxy หลายชนิด
- Ellagic acid derivatives: เช่น 3,8-di-O-methyl ellagic acid และ 2,3,7-tri-O-methyl ellagic acid
- Triterpenoids: มีรายงาน lupeol
- Phytosterols: เช่น gamma-sitosterol
- สารจากการวิเคราะห์ GC-MS: พบสารหลายชนิดแตกต่างกันตามชนิดตัวทำละลายและส่วนของพืชที่นำมาสกัด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับข้าวตอกแตกส่วนใหญ่เป็น การศึกษาระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง มากกว่าการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ มีการศึกษาพบว่า สารสกัดและสารบริสุทธิ์จากข้าวตอกแตกมีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน เช่น ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ ต้านพยาธิ ปกป้องตับ และความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งบางชนิด แต่ผลดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้รักษาโรคเหล่านี้ในมนุษย์ได้ งานวิจัยทางเคมีในปี 2004 สามารถแยกไบฟลาโวนอยด์ 5 ชนิดจากส่วนสีเขียวของพืชและระบุโครงสร้างด้วย NMR และ MS
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับภูมิปัญญาพื้นบ้าน: มีข้อมูลการใช้ในประเทศไทยและประเทศเอเชียหลายประเทศ
- ระดับห้องปฏิบัติการ: มีหลักฐานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านจุลชีพ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านพยาธิ และความเป็นพิษต่อเซลล์บางชนิด
- ระดับสัตว์ทดลอง: มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบและปกป้องตับ รวมถึงข้อมูลด้านพิษวิทยา
- ระดับมนุษย์: ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่มีคุณภาพเพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค
ดังนั้น หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของข้าวตอกแตกในปัจจุบันยังอยู่ในระดับก่อนคลินิกเป็นหลัก
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านพยาธิ: สารสกัดจากใบมีรายงานฤทธิ์ต่อพยาธิตัวกลม Ascaris lumbricoides ในการทดลองภายนอกร่างกาย
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: สารสกัดจากใบในตัวทำละลายต่าง ๆ แสดงฤทธิ์ต่อแบคทีเรียบางชนิดในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดจากใบและส่วนต่าง ๆ ของพืชมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดสอบในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: มีการศึกษาสารสกัดจากลำต้นในหนูทดลอง พบการลดการบวมจากแบบจำลองการอักเสบ
- ฤทธิ์ปกป้องตับ: สารสกัดจากใบและลำต้นมีผลปกป้องตับในสัตว์ทดลองบางแบบจำลอง รวมถึงงานวิจัยปี 2024 ที่ศึกษาสารสกัดใบต่อความเสียหายของตับจาก atorvastatin และ clopidogrel
- ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง: สารบางชนิด เช่น pachypodol และ biflavonoids มีฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต่อเชื้อวัณโรคและมาลาเรีย: สารบางชนิดได้รับการทดสอบ แต่ผลแตกต่างกันตามสารและแบบจำลองการทดลอง
ความปลอดภัย
ข้อมูลด้านความปลอดภัยของข้าวตอกแตกมีประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากมีงานวิจัยด้านพิษวิทยาที่พบ ความเป็นพิษของใบสดและสารสกัดเมทานอลในสัตว์ทดลอง โดยงานวิจัยในปี 2006 รายงานการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในลูกโค กระต่าย และหนูภายใต้เงื่อนไขและขนาดที่ศึกษา ในหนู สารสกัดเมทานอลมีค่า oral LD50 ประมาณ 0.384 กรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักตัว ในการศึกษาดังกล่าว และพบความผิดปกติที่สัมพันธ์กับตับและไต ขณะที่สารสกัดน้ำในขนาดเดียวกันไม่แสดงความเป็นพิษแบบเดียวกันในกระต่าย
หมายเหตุ: ข้อมูลความเป็นพิษดังกล่าวเป็นผลจากสัตว์ทดลองและไม่สามารถนำค่าขนาดยามาคำนวณเป็นขนาดที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ได้โดยตรง
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรรับประทานข้าวตอกแตกในรูปสารสกัดเข้มข้นหรือขนาดสูงด้วยตนเอง เนื่องจากมีข้อมูลด้านพิษวิทยาในสัตว์ทดลอง
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นยารับประทานโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ที่มี โรคตับหรือโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดที่ไม่ทราบขนาดและมาตรฐาน
- ไม่ควรใช้ข้าวตอกแตกแทน เซรุ่มต้านพิษงู หรือการรักษามาตรฐานเมื่อถูกงูกัด
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะระบุปฏิกิริยาระหว่างข้าวตอกแตกกับยาชนิดต่าง ๆ อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยสัตว์ทดลองที่ศึกษาสารสกัดใบในแบบจำลองที่ได้รับ atorvastatin และ clopidogrel พบว่าสารสกัดมีผลต่อค่าชีวเคมีของตับ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากผู้ป่วยใช้ยาที่มีผลต่อตับหรือยาที่ต้องอาศัยการทำงานของเอนไซม์ตับในการกำจัด
หมายเหตุ: ยังไม่ควรสรุปว่าข้าวตอกแตกมีปฏิกิริยากับ atorvastatin หรือ clopidogrel ในมนุษย์จากงานวิจัยสัตว์ทดลองเพียงอย่างเดียว
การใช้ในผลิตภัณฑ์
มีข้อมูลการนำ ลำต้นข้าวตอกแตก ไปใช้ประโยชน์ด้านงานจักสานและเครื่องใช้พื้นบ้าน เนื่องจากเถามีเนื้อไม้เหนียวและสามารถนำไปทำขอบภาชนะ ด้ามเครื่องมือ และชิ้นส่วนเครื่องจักสานได้
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ: ควรเลือกใบที่สมบูรณ์ ไม่ขึ้นรา และไม่ปนเปื้อนสารเคมีหรือสิ่งสกปรก
- ราก: ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และระบุชนิดพืชได้ถูกต้อง
- การทำให้แห้ง: หากต้องการเก็บเป็นวัตถุดิบแห้ง ควรทำความสะอาดและทำให้แห้งสนิทในสภาพที่ป้องกันฝุ่น ความชื้น และเชื้อรา
- การเก็บรักษา: เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และพ้นจากแสงแดดโดยตรง
- การระบุชนิด: เนื่องจากข้าวตอกแตกมีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ ควรตรวจสอบลักษณะทางพฤกษศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ข้าวตอกแตกมีชื่อเรียกแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละพื้นที่ เช่น ติ่งตั่ง งวงสุ่ม งวงชุม ดวงสุ่ม มันเครือ เถาวัลย์นวล หน่วยสุด และประโยค สะท้อนการรับรู้และการใช้ประโยชน์จากพืชชนิดเดียวกันในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีการใช้ใบสำหรับ เจริญอาหาร ขับพยาธิ แก้ปวดท้อง จุกเสียด บิด และใช้กับแผลเรื้อรัง ขณะที่รากมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับ กามโรคและพิษงู นอกจากนี้ยังมีตำรับล้านนาที่ใช้ลำต้นและรากร่วมกับสมุนไพรอื่นเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ ข้าวตอกแตก เป็นชื่อสมุนไพรที่ใช้ในประเทศไทย แต่ไม่ควรสับสนกับคำว่า “ข้าวตอกแตก” ที่หมายถึงข้าวเปลือกคั่วจนแตกเป็นข้าวตอกในภาษาไทยและวัฒนธรรมอีสาน ในด้านพฤกษศาสตร์ ชื่อข้าวตอกแตกหมายถึงพืชเถาชนิด Getonia floribunda ซึ่งมีชื่อท้องถิ่นหลากหลายตามภูมิภาค การมีชื่อพื้นบ้านจำนวนมากสะท้อนถึงการรู้จักพืชและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าในชุมชนไทย
สถานะการอนุรักษ์
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ยอมรับ Getonia floribunda Roxb. เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องในปัจจุบัน และการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ของพืชดอกระบุว่าชนิดนี้มีการคาดการณ์ว่า ไม่ถูกคุกคาม (not threatened) โดยมีระดับความเชื่อมั่นในการประเมินสูง อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่นยังควรให้ความสำคัญกับการเก็บจากธรรมชาติอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการขุดรากซึ่งทำให้ต้นพืชเสียหายหรืออาจตายได้
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร: Plantae
- ไฟลัม: Streptophyta
- ชั้น: Equisetopsida
- ชั้นย่อย: Magnoliidae
- อันดับ: Myrtales
- วงศ์: Combretaceae
- สกุล: Getonia Roxb.
- ชนิด: Getonia floribunda Roxb.
ชื่อ Calycopteris floribunda (Roxb.) Lam. ex Poir. เป็นชื่อพ้องที่ยังพบได้บ่อยในเอกสารวิชาการ โดยฐานข้อมูล Kew ปัจจุบันจัดให้เป็น synonym ของ Getonia floribunda
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ควรพิจารณาร่วมกันทั้ง ลักษณะทางสัณฐานวิทยาและชื่อวิทยาศาสตร์ โดยจุดสังเกตสำคัญ ได้แก่
- ลำต้น: ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง กิ่งอ่อนมีขนนุ่มและมักมีสันเป็นเหลี่ยม
- ใบ: ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่ ด้านใต้ใบมีขนสีน้ำตาลอ่อนถึงเหลืองน้ำตาล
- ดอก: ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ ดอกสีเขียวแกมเหลือง ไม่มีกลีบดอก และมีเกสรเพศผู้ 10 อัน
- ผล: ผลมีสัน 5 สัน และกลีบเลี้ยงขยายเป็นปีก 5 ปีก
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ควรใช้เป็นหลัก: Getonia floribunda Roxb.
คำเตือนทางการแพทย์
ข้าวตอกแตกเป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่หลักฐานประสิทธิผลในมนุษย์ยังมีจำกัด และมีข้อมูลจากสัตว์ทดลองที่แสดงความเป็นพิษของใบสดและสารสกัดเมทานอล ดังนั้นไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือรับประทานในปริมาณสูงด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับ โรคไต ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก หรือผู้ที่ใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ และไม่ควรใช้แทนการรักษามาตรฐานสำหรับโรครุนแรง เช่น งูกัด ไข้มาลาเรีย หรือการติดเชื้อ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะเภสัชศาสตร์. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลสมุนไพร: งวงสุ่ม/ข้าวตอกแตก.
- เมดไทย. (2563). ติ่งตั่ง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นติ่งตั่ง (งวงสุ่ม).
- สำนักงานวัฒนธรรม. (2562). ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาอันงดงามแห่งลุ่มแม่น้ำชี. กระทรวงวัฒนธรรม.
- Sreekanth, P., Narayana, K., Shridhar, N. B., & Bhat, A. (2006). Toxicity studies of Calycopteris floribunda Lam. in calf, rabbit and rat. Journal of Ethnopharmacology, 107(2), 229–233. https://doi.org/10.1016/j.jep.2006.03.016
- Mayer, R. (1999). Calycopterones and calyflorenones, novel biflavonoids from Calycopteris floribunda. Journal of Natural Products, 62(9), 1274–1278. https://doi.org/10.1021/np990182e
- Mayer, R. (2004). Five biflavonoids from Calycopteris floribunda (Combretaceae). Phytochemistry, 65(5), 593–601. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2004.01.001
- Vongvanich, N., Kittakoop, P., Charoenchai, P., Intamas, S., Danwisetkanjana, K., & Thebtaranonth, Y. (2005). Combretastatins D-3 and D-4, new macrocyclic lactones from Getonia floribunda. Planta Medica, 71(2), 191–193. https://doi.org/10.1055/s-2005-837791
- Suttaratrungsee, K., Chanhan, P., Kanokmedhakul, K., Moosophon, P., & Kanokmedhakul, S. (2015). Two new flavonols from flowers of Getonia floribunda Roxb. Phytochemistry Letters, 11, 316–319. https://doi.org/10.1016/j.phytol.2015.02.004
- Yarazari, S. B., & Jayaraj, M. (2022). GC-MS analysis of bioactive compounds of flower extracts of Calycopteris floribunda Lam.: A multi potent medicinal plant. Applied Biochemistry and Biotechnology, 194(11), 5083–5099. https://doi.org/10.1007/s12010-022-03993-7
- Yarazari, S. B., & Jayaraj, M. (2025). Physico-chemical evaluation and phytochemical analysis of different leaf extracts of Calycopteris floribunda Lam. a multipotent medicinal climber by GC-MS. Vegetos, 38(1), 385–396. https://doi.org/10.1007/s42535-024-00872-w
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Getonia floribunda Roxb. Plants of the World Online.
- Lakshmi, J. N., Sai, P. C., Sowjanya, P., Babu, P. S., Kanneganti, S., & Thalla, S. (2024). Hepatoprotective activity of Calycopteris floribunda on clopidogrel and atorvastatin induced hepatic damage in rodents. International Journal of Pharmaceutical Research and Allied Sciences, 13(2), 41–47.

