กอก
กอก หรือ มะกอกฝรั่ง มะกอกหวาน เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Anacardiaceae ที่ให้ผลรับประทานได้ มีรสเปรี้ยวอมหวานและมีกลิ่นหอม นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก รวมถึงนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ในทางสมุนไพรมีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้นตาม ภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะผล ใบ เปลือกต้น ราก และเมล็ด อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการและการทดลองในสัตว์เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ควรนำข้อมูลการทดลองมาใช้แทนการรักษาทางการแพทย์โดยตรง หมายเหตุ : ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏในข้อมูลเดิมของสมุนไพรชนิดนี้คือ Spondias cytherea Sonn. ซึ่งปัจจุบัน Plants of the World Online (Kew) ยอมรับ Spondias dulcis Parkinson เป็นชื่อที่ถูกต้อง และจัด Spondias cytherea เป็นชื่อพ้อง (synonym)
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กอก
- ชื่ออื่น : มะกอกฝรั่ง, มะกอกหวาน, มะกอก, มะกอกดง, มะกอกเทศ และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ
- ชื่อสามัญ : Ambarella, Golden apple, Jew’s plum, Tahitian apple
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบัน : Spondias dulcis Parkinson
- ชื่อวิทยาศาสตร์เดิม/ชื่อพ้อง : Spondias cytherea Sonn.
- วงศ์ : Anacardiaceae
- ลักษณะการใช้ประโยชน์ : เป็นทั้ง พืชอาหาร ไม้ผล และพืชสมุนไพร
- ส่วนที่นำมาใช้ตามภูมิปัญญา : ผล ใบ ยอดอ่อน เปลือกต้น ราก และเมล็ด
ฐานข้อมูลพรรณไม้ของประเทศไทยระบุ Spondias dulcis ในชื่อไทยว่า มะกอกฝรั่ง และมีข้อมูลการพบในประเทศไทย เช่น จังหวัดชลบุรี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบหรืออาจคงใบได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีเทาถึงน้ำตาลแดง โดยทั่วไปสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นขนาดกลางถึงค่อนข้างใหญ่
- ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงเวียน ใบย่อยหลายคู่ รูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ปลายแหลม ขอบใบเรียบหรือหยักมนถี่
- ดอก : ออกเป็นช่อแยกแขนงบริเวณปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว กลีบดอกประมาณ 4–5 กลีบ และมีเกสรเพศผู้ประมาณ 10 อัน
- ผล : เป็นผลสดชนิดผนังชั้นในแข็ง รูปรีถึงค่อนข้างกลม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม เนื้อผลฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน
- เมล็ด : อยู่ภายในโครงสร้างแข็งและมีเส้นใยแข็งล้อมรอบ ทำให้แยกออกจากเนื้อผลได้ค่อนข้างยาก
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กอกหรือมะกอกฝรั่ง (Spondias dulcis) มีถิ่นกำเนิดตามข้อมูล Kew อยู่ในเขต มาลีเซียตะวันออกจนถึงหมู่เกาะซานตาครูซ และปัจจุบันมีการนำไปปลูกในเขตร้อนหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในประเทศไทยพบการปลูกเป็นไม้ผลและพืชสวน รวมถึงมีข้อมูลพรรณไม้จากพื้นที่ธรรมชาติและแหล่งรวบรวมพันธุกรรมบางแห่ง
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : กอกเหมาะกับพื้นที่เขตร้อน ปราศจากน้ำค้างแข็ง ชอบแสงแดดจัดและดินที่ระบายน้ำได้ดี
- การเพาะเมล็ด : สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดได้ เมล็ดสามารถงอกภายในประมาณ 1 เดือนในสภาพเหมาะสม แต่การงอกอาจไม่สม่ำเสมอ และต้นที่ได้อาจมีความแตกต่างจากต้นแม่
- การปักชำ : สามารถใช้กิ่งขนาดใหญ่ปักชำได้ แต่การออกรากอาจไม่สม่ำเสมอ
- การตอนกิ่ง : มีรายงานว่าสามารถทำได้
- การเสียบยอดหรือทาบกิ่ง : สามารถใช้ต้นตอในสกุล Spondias ได้
- การดูแล : ควรได้รับแสงแดดเพียงพอ ดินไม่แฉะ และให้น้ำอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะระยะตั้งตัวของต้นกล้า
งานทดลองด้านการขยายพันธุ์พบว่า การเพาะเมล็ดเหมาะสมกว่าการปักชำ ในเงื่อนไขการทดลองหนึ่ง โดยการปักชำให้ผลสำเร็จค่อนข้างต่ำ
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ผล : ใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วยให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ และใช้เป็นอาหาร
- ใบ : มีการใช้คั้นน้ำตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ยอดอ่อน : ใช้รับประทานเป็นผัก และมีการกล่าวถึงการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน
- เปลือกต้น : ใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการทางระบบทางเดินอาหารและอาการร้อนใน
- ราก : ใช้ตามตำรับพื้นบ้านเพื่อช่วยให้ชุ่มคอและแก้กระหายน้ำ
- เมล็ด : มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการนำไปเตรียมเป็นน้ำดื่ม
ข้อมูลการใช้ส่วนต่าง ๆ ของ มะกอกฝรั่ง มีรายงานจากฐานข้อมูลการเกษตรและพืชสมุนไพรของไทย
สรรพคุณทางสมุนไพร
ตาม ภูมิปัญญาพื้นบ้านและตำรายาสมุนไพร มีการใช้กอกในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
- ผล : ใช้รับประทานเพื่อช่วยให้ชุ่มคอและบรรเทาอาการกระหายน้ำ
- ผล : ใช้เป็นอาหารและมีการกล่าวถึงการใช้เพื่อ บำรุงธาตุ และช่วยในกรณีธาตุพิการตามแนวทางการแพทย์พื้นบ้าน
- ใบ : มีภูมิปัญญาการคั้นน้ำใบเพื่อใช้เกี่ยวกับอาการปวดหรืออักเสบของหู
- เปลือกต้น : มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านสำหรับ ร้อนใน ท้องเสีย และอาการทางระบบทางเดินอาหาร
- ราก : ใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ และทำให้ชุ่มคอ
- เมล็ด : มีการนำไปเตรียมเป็นน้ำดื่มตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วย แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และอาการสะอึก
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและการใช้แบบดั้งเดิม ไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานทางคลินิกยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค
วิธีใช้
- ใช้เป็นอาหาร : รับประทานผลสด ผลดิบ หรือผลสุก สามารถนำไปปรุงอาหาร ยำ น้ำพริก ส้มตำ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ
- ใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีการนำผล ใบ เปลือก ราก และเมล็ดมาเตรียมเป็นยาต้ม น้ำคั้น หรือวิธีเตรียมแบบพื้นบ้าน
- ใช้ภายนอก : มีข้อมูลพื้นบ้านเกี่ยวกับการใช้เปลือกบดหรือเตรียมในรูปแบบสำหรับทาบริเวณที่มีอาการบางชนิด
หมายเหตุ : ไม่ควรนำส่วนของพืชที่เตรียมเองมาใช้รักษาโรคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่รับประทานยาประจำ
สาระสำคัญ
สารสำคัญที่มีรายงานใน กอก (Spondias dulcis) อยู่ในกลุ่มสารพฤกษเคมีหลายประเภท โดยเฉพาะ สารประกอบฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ แทนนิน ซาโปนิน เทอร์พีนอยด์ สเตอรอล และสารประกอบอินทรีย์อื่น ๆ การวิเคราะห์ทางเคมีของพืชในสกุล Spondias พบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจำนวนมาก และมีการศึกษา S. dulcis โดยเฉพาะเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง
องค์ประกอบทางเคมี
มีรายงานการตรวจพบหรือระบุสารประกอบใน Spondias dulcis ได้แก่
- Rutin
- Gallic acid และอนุพันธ์
- Ellagic acid และอนุพันธ์
- Ellagitannins
- Flavonoids
- Phenolic acids
- Tannins
- Saponins
- Steroids และ phytosterols
- Terpenoids
- กรดอะมิโน
- สารประกอบคาร์โบไฮเดรตและสารประกอบธรรมชาติอื่น ๆ
การวิเคราะห์ด้วยเทคนิค UHPLC-ESI-MS/MS ในงานวิจัยหนึ่งสามารถระบุเมแทบอไลต์ของสารสกัด Spondias ได้จำนวนมาก รวมถึงกลุ่ม gallic acid, ellagic acid, ellagitannins, hydroxybenzoic acids, hydroxycinnamic acids และ flavonoids
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ กอก (Spondias dulcis) ยังเน้นการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองมากกว่าการทดลองในมนุษย์
- งานวิจัยสารสกัดจาก ผลและใบ พบกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระ และมีการตรวจพบสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในปริมาณแตกต่างกันตามส่วนของพืชและตัวทำละลายที่ใช้สกัด
- มีรายงานการศึกษาฤทธิ์ ต้านจุลชีพ ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ ของสารสกัดจากผลและใบ
- งานวิจัยปี 2023/2024 ศึกษาสารสกัด S. dulcis พบ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ในสัตว์ทดลอง และตรวจพบ rutin ในสารสกัด
- งานวิจัยด้านองค์ประกอบทางเคมีของ S. dulcis พบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มที่มีศักยภาพทางชีวภาพ แต่ยังจำเป็นต้องศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสารสำคัญ ขนาดที่ใช้ และผลต่อมนุษย์เพิ่มเติม
ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ระดับห้องปฏิบัติการ (in vitro) : มีหลักฐานค่อนข้างมากเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและกิจกรรมทางชีวภาพของสารสกัด
- ระดับสัตว์ทดลอง (in vivo) : มีข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเดินอาหารและการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน
- ระดับมนุษย์ : หลักฐานทางคลินิกยังมีจำกัด จึงยังไม่สามารถสรุปว่า กอกสามารถใช้รักษาโรคในมนุษย์ได้
- ภาพรวม : จัดเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเภสัชวิทยา แต่ยังต้องการการทดลองทางคลินิกที่มีคุณภาพเพื่อยืนยันประสิทธิผลและขนาดการใช้ที่เหมาะสม
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของ Spondias dulcis และสารสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : พบในสารสกัดจากผลและใบ และสัมพันธ์กับสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีรายงานในสารสกัดบางชนิดจากผลและใบ
- ฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร : งานวิจัยหนึ่งพบผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้และมีฤทธิ์ระบายในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ : งานทบทวนในสกุล Spondias รายงานฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ ต้านเบาหวาน ปกป้องตับ และฤทธิ์อื่น ๆ แต่ไม่ควรเหมารวมว่าผลการศึกษาของ Spondias ทุกชนิดเกิดขึ้นกับ S. dulcis โดยตรง
ความปลอดภัย
ข้อมูลความปลอดภัยของ กอก (Spondias dulcis) ในมนุษย์ยังมีจำกัด งานทดลองความเป็นพิษเฉียบพลันในหนูทดลองรายงานว่า ไม่พบผลข้างเคียงที่สังเกตได้เมื่อให้สารสกัดทางปากในขนาดสูงถึง 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ภายใต้เงื่อนไขของการทดลองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองความเป็นพิษเฉียบพลันในสัตว์ ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยของการใช้สารสกัดเข้มข้นในมนุษย์เป็นระยะเวลานาน ได้
ข้อห้ามใช้
- หลีกเลี่ยงการใช้ สารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากกอกในปริมาณสูง หากไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- ผู้ที่มีประวัติ แพ้พืชในวงศ์ Anacardiaceae ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ในรูปแบบยา
- หากรับประทานแล้วเกิดผื่น คัน บวม หายใจลำบาก ปวดท้อง หรืออาการผิดปกติ ควรหยุดใช้และพบแพทย์
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ปัจจุบันยังมีข้อมูลทางคลินิกไม่เพียงพอที่จะระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกอกกับยาชนิดใดอย่างชัดเจน แต่สารสกัดเข้มข้นอาจมีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน จึงควรระมัดระวังในผู้ที่ใช้ยาหลายชนิดเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หมายเหตุ : การรับประทานผลกอกในปริมาณอาหารทั่วไปแตกต่างจากการใช้สารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งอาจมีขนาดสารสำคัญสูงกว่า
การใช้ในอาหาร
กอกหรือมะกอกฝรั่ง เป็นไม้ผลที่มีการใช้ประโยชน์ด้านอาหารอย่างแพร่หลาย
- ผลดิบ : รับประทานสดกับเกลือ น้ำปลาหวาน น้ำพริก หรือเครื่องปรุงรส
- ผลสุก : รับประทานสด มีรสเปรี้ยวอมหวานและฉ่ำน้ำ
- ยอดและใบอ่อน : ใช้รับประทานเป็นผักในบางท้องถิ่น
- แปรรูป : ทำเป็นน้ำผลไม้ แยม เยลลี ของดอง น้ำปรุงรส และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ
- อาหารพื้นบ้าน : สามารถใช้เพิ่มรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมในอาหารบางชนิด
ฐานข้อมูลพืชของ NParks ระบุว่าผลกอกสามารถรับประทานสดหรือปรุงสุก ทำเป็นน้ำผลไม้ เยลลี และของดอง ส่วนใบอ่อนสามารถรับประทานได้เช่นกัน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
กอกมีศักยภาพในการพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากพืช เนื่องจากผลมีสารประกอบฟีนอลิกและสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงสามารถนำไปพัฒนาเป็นน้ำผลไม้ แยม เยลลี ผลิตภัณฑ์ดอง และเครื่องดื่มจากผลไม้ได้ นอกจากนี้ งานวิจัยด้านองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพทำให้ Spondias dulcis มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชันและผลิตภัณฑ์จากสารสกัด แต่ยังจำเป็นต้องศึกษาความคงตัว ปริมาณสารสำคัญ ความปลอดภัย และประสิทธิผลในมนุษย์ก่อนนำไปกล่าวอ้างทางสุขภาพ
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ผล : เก็บเกี่ยวได้ทั้งระยะผลดิบและผลแก่ตามวัตถุประสงค์การใช้
- ผลสำหรับรับประทานสด : ควรเลือกผลที่สมบูรณ์ ไม่มีรอยช้ำหรือเชื้อรา
- ใบและยอดอ่อน : ควรเก็บจากต้นที่แข็งแรงและสะอาด
- เปลือกและราก : หากนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรเก็บจากต้นที่ระบุชนิดได้ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการเก็บจากพื้นที่ที่มีสารเคมีปนเปื้อน
- การเก็บรักษา : ผลสดควรเก็บในสภาพที่เหมาะสมเพื่อลดการสูญเสียน้ำและการเน่าเสีย ส่วนวัตถุดิบสมุนไพรที่ทำให้แห้งแล้วควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กอกหรือมะกอกฝรั่ง มีการใช้ประโยชน์ทั้งในฐานะพืชอาหารและสมุนไพร โดยข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยกล่าวถึงการใช้ ผล ใบ ยอดอ่อน เปลือกต้น ราก และเมล็ด ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รับประทานเป็นอาหาร ใช้คั้นน้ำ ต้ม หรือเตรียมเป็นเครื่องดื่มพื้นบ้าน ภูมิปัญญาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากพืชแบบครบทั้งต้น แต่สรรพคุณตามภูมิปัญญาควรแยกจาก หลักฐานทางเภสัชวิทยาและหลักฐานทางคลินิก อย่างชัดเจน
ประวัติและวัฒนธรรม
กอกเป็นพืชเขตร้อนที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอาหารของหลายประเทศในเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก ผลถูกใช้เป็นอาหารสด ของดอง เครื่องปรุง และเครื่องดื่ม ขณะที่บางพื้นที่ใช้ใบอ่อนประกอบอาหาร ในประเทศไทย มะกอกฝรั่ง เป็นที่รู้จักในฐานะไม้ผลที่รับประทานได้ และมีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้นในภูมิปัญญาสมุนไพรท้องถิ่น
สถานะการอนุรักษ์
ข้อมูลจาก Plants of the World Online ระบุว่า Spondias dulcis มีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในเขตร้อนของมาลีเซียตะวันออกและหมู่เกาะแปซิฟิก และมีการนำไปปลูกในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย การใช้ประโยชน์ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นลักษณะ พืชอาหารและไม้ผลปลูก จึงควรส่งเสริมการเก็บรักษาพันธุกรรมของพันธุ์พื้นเมือง การปลูกทดแทน และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะหากมีการเก็บวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom : Plantae
- Phylum : Tracheophyta
- Class : Equisetopsida
- Order : Sapindales
- Family : Anacardiaceae
- Genus : Spondias
- Species : Spondias dulcis Parkinson
ชื่อพ้องที่สำคัญ : Spondias cytherea Sonn.
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ กอก ควรพิจารณาร่วมกันทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และข้อมูลทางอนุกรมวิธาน ได้แก่
- ลักษณะต้น : ไม้ยืนต้น ลำต้นเปลือกสีเทาถึงน้ำตาลแดง
- ใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ มีใบย่อยหลายคู่
- ดอก : ดอกขนาดเล็กสีขาว ออกเป็นช่อแยกแขนง
- ผล : ผลสดแบบผนังชั้นในแข็ง รูปรีถึงกลม เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม
- เมล็ด : มีโครงสร้างแข็งและเส้นใยโดยรอบ
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : ควรตรวจสอบให้ตรงกับ Spondias dulcis Parkinson และไม่สับสนกับ มะกอกป่า (Spondias pinnata) ซึ่งเป็นคนละชนิดกัน
หมายเหตุ : การตรวจสอบวัตถุดิบสมุนไพรเพื่อใช้ในงานวิจัยหรือการผลิตควรใช้ตัวอย่างอ้างอิงจากหอพรรณไม้ (herbarium specimen) ร่วมกับการตรวจสอบทางเภสัชเวทหรือวิธีทางเคมีเมื่อจำเป็น
คำเตือนทางการแพทย์
กอกเป็นทั้งพืชอาหารและสมุนไพรพื้นบ้าน แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันว่าผล ใบ เปลือก ราก หรือเมล็ดสามารถใช้รักษาโรคแทนยาแผนปัจจุบันได้ งานวิจัยที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง แม้มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและกิจกรรมทางชีวภาพอื่น ๆ ก็ตาม ผู้ที่มีโรคประจำตัว รับประทานยาหลายชนิด ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีประวัติแพ้พืช ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ กอกในรูปแบบยา สารสกัด หรือผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ และไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อเปลี่ยนมาใช้สมุนไพรด้วยตนเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้. (ม.ป.ป.). มะกอกฝรั่ง (Ambarella): Spondias dulcis. สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร.
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). ข้อมูลสิ่งมีชีวิต Spondias dulcis. ระบบฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย.
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลสมุนไพร: มะกอก. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
- National Parks Board Singapore. (2026). Spondias dulcis. Flora & Fauna Web.
- Castillo-Martínez, R., & Cálix-de-Dios, H. (2024). Spondias dulcis propagation by seeds and stem cuttings. Agro Productividad, 17(7), 3–12.
- Sameh, S., Al-Sayed, E., Labib, R. M., & Singab, A. N. (2018). Genus Spondias: A phytochemical and pharmacological review. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2018, 5382904.
- Sinan, K. I., Zengin, G., Zheleva-Dimitrova, D., Gevrenova, R., Picot-Allain, M. C. N., Dall’Acqua, S., Behl, T., Goh, B. H., Ying, P. T. S., & Mahomoodally, M. F. (2021). Exploring the chemical profiles and biological values of two Spondias species (S. dulcis and S. mombin): Valuable sources of bioactive natural products. Antioxidants, 10(11), 1771.
- Bora, N. S., Kakoti, B. B., Gogoi, B., & Goswami, A. K. (2014). Ethno-medicinal claims, phytochemistry and pharmacology of Spondias pinnata: A review. International Journal of Pharmaceutical Sciences and Research, 5(4), 1138–1145.
- Swathi, S., & Lakshman, K. (2022). Phytopharmacological and biological exertion of Spondias pinnata: A review. Oriental Journal of Chemistry, 38(2), 268–277.
- Spondias dulcis pharmacological, toxicological and phytochemical analysis. (2024). Natural Product Research, 38(6), 1049–1053.

