ชื่อสมุนไพร : มันสำปะหลัง
ชื่ออื่นๆ :  
มันหิ่ว(พังงา), มันสำโรง, มันไม้ (ชื่อเดิม), ต้าวน้อย, ต้าวบ้าน(ภาคเหนือ), มันต้นเตี้ย(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), สำปะหลัง, มันสำโรง(ภาคกลาง), มันเทศ, มันต้น, มันไม้(ภาคใต้), ต้าง(คนเมือง, ไทลื้อ), ก๋อนต้ง(ม้ง), โคร่เซาะ (กะเหรี่ยงแดง), หน้อยซิ(กะเหรี่ยงเชียงใหม่), หน่วยเซ่(กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), ลำหม่อน, ไคว่ต้น(ลั้วะ), กวายฮ่อ(ขมุ), ม่ะหนิ่ว(ปะหล่อง), ต้างน้อย, ต้างบ้าน, มันตัน, อุบีกายู
ชื่อสามัญ : 
Cassava, Bitter Cassava, Manioc, Sweet Potato Tree, Tapioca plant, Yuca
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Manihot esculenta Crantz
ชื่อวงศ์ :  EUPHORBIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นมันสำปะหลัง จัดเป็นไม้พุ่ม มีลำต้นตั้งตรง เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความสูงของลำต้นประมาณ 1-5 เมตร ทุกส่วนของต้นเมื่อนำมาสับจะมีน้ำยางสีขาวไหลออกมา และรากสะสมอาหารเป็นแท่งหนาอยู่ใต้ดิน มีประมาณ 5-10 รากต่อต้น รากสะสมอาหารจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-100 เซนติเมตร
    มันสำปะหลัง
  • ใบมันสำปะหลัง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ เกิดเวียนสลับรอบลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปโล่ ขอบใบแยกเป็นแฉกประมาณ 3-9 แฉก เว้าลึกเกือบถึงโคนใบ ในแต่ละแฉกมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ แกมรูปใบหอก หรือแกมรูปดาบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ มีขนาดกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ด้านบนเกลี้ยง บางที่เป็นสีแดง ส่วนด้านล่างเป็นสีขาวนวล และอาจมีขนเล็กน้อยตามเส้นใบ ก้านใบเป็นสีแดงเข้ม ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ที่โคนก้านใบติดกับลำต้นมีหูใบ หูใบมักเป็นแฉกรูปหอก 3-5 แฉก ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ร่วงได้ง่าย
    มันสำปะหลัง
  • ดอกมันสำปะหลัง ออกดอกเป็นช่อกระจะ โดยจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาวประมาณ 3-10 เซนติเมตร ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน แต่อยู่คนละตำแหน่ง ใบประดับเป็นรูปยาวแคบ ร่วงง่าย ในแต่ละช่อจะมีดอกย่อยจำนวนมาก โดยช่อดอกจะเป็นแบบ Panicle ดอกเพศผู้มีก้านดอกยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยงดอกยาว 3-8 มิลลิเมตร เชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ที่ปลายแยกเป็นแฉกสามเหลี่ยม 5 แฉก แต่ไม่มีกลีบดอก ภายในดอกเพศผู้มีก้านเกสรเพศผู้ อับละอองเกสรเพศผู้ เกสรเพศผู้มี 10 อัน เรียงเป็น 2 วง สั้นและยาวสลับกัน ก้านเกสรไม่ติดกัน อับเรณูมีขนาดเล็ก ส่วนดอกเพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ มีก้านดอกยาวประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ติดกันที่โคนเพียงเล็กน้อย ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร รังไข่มีสัน 6 สัน และไม่มีขน ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ท่อรังไข่เชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มจะแยกเป็นแขนงเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกจำนวนมาก ดอกเพศเมียจะไม่มีกลีบดอก และดอกจะประกอบไปด้วยรังไข่ 3 คาร์เพล ในแต่ละคาร์เพลมี 1 ออวุล
  • ผลมันสำปะหลัง ผลเป็นแบบแคปซูล ผลมีลักษณะกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 เซนติเมตร เกลี้ยง และมีปีกแคบ ๆ ตามยาว ภายในผลจะมีเมล็ด 3 เมล็ด เมล็ดเป็นสีน้ำตาลลายดำ ลักษณะคล้ายเมล็ดละหุ่งแต่มีขนาดเล็กกว่า เมล็ดมีลักษณะรี ยาวประมาณ 12 มิลลิเมตร รอยของก้านออวุลที่เหลืออยู่มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นทางด้านหนึ่งของเมล็ด ส่วนด้านล่างของเมล็ดมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ มีสีขาว สีชมพู หรือสีม่วง

ส่วนที่ใช้เป็นยา :  รากหรือหัว

สรรพคุณ มันสำปะหลัง :

  • หัว ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดระดับไขมันในเลือด จากการศึกษาทดลองกับกระต่ายและหนูพบว่า มีฤทธิ์ช่วยลดคอลเรสเตอรอล ลดไขมันในเลือดให้ต่ำลง ต่อต้านเชื้อโรค โดยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
    มันสำปะหลัง

 

พิษ มันสำปะหลัง

          ทั้งต้น ราก ใบ และหัวมันสำปะหลังดิบมีสารพิษที่ชื่อว่า Cyanogenic glycoside เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนของเลือด ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่เซลล์สมองได้น้อยลง เมื่อกินพืชที่มีสารชนิดนี้สด ๆ จะทำให้เกิดอาการอาเจียน หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน กล้ามเนื้อกระตุก มีอาการมึนงง ไม่รู้ตัว มีอาการชักก่อนจะหมดสติ มีอาการขาดออกซิเจน ตัวเขียว ลมหายใจมีกลิ่นไซยาไนด์ หากได้รับเข้าไปในปริมาณมากจะมีอาการโคม่าภายใน 10-15 นาที และทำให้เสียชีวิตได้
          มันสำปะหลังดิบ มีสารพิษที่ชื่อว่าไซยาไนต์ ซึ่งจะได้ทุกส่วนของพืชชนิดนี้ แต่จะพบมากในเปลือกและราก หากทานแบบดิบๆ จะได้รับสารชนิดนี้เข้าไปและส่งผลอันตรายอย่างรุนแรงต่อระบบไหลเวียนเลือด โดยจะทำให้ออกซิเจนเข้าสู่สมองน้อยลง คลื่นไส้อาเจียน มึนงง สมองขาดออกซิเจน กล้ามเนื้ออ่อนแรงและทำงานไม่ประสานกัน ตัวอาจจะเขียวหรือชักได้ หากได้รับในปริมาณมาก อันตรายร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต
ดังนั้นก่อนรับประทานมันสำปะหลังไม่ว่าจะส่วนประกอบใด ต้องทำให้สุกก่อน ส่วนใครที่รับประทานแบบดิบๆ เข้าไปให้รีบทำให้อาเจียน จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

บทความก่อนหน้านี้ม้ากระทืบโรง
บทความถัดไปมังตาล