ชื่ออื่น ๆ : กระบูน ตะบูนขาว ตะบูน (กลาง, ใต้), หยี่เหร่ (ใต้)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Xylocarpus granatum Koenig
ชื่อวงศ์ : MELIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 8-20 ม. ไม่ผลัดใบ ยอดแผ่กว้าง รูปทรงไม่แน่นอน ลำต้นมักคดงอ โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกสีเทาอมขาวน้ำตาลแดง เรียบบาง คล้ายต้นฝรั่งหรือต้นตะแบก รากมีลักษณะแบน แตกสาขามากมายอยู่บนผิวดินและใต้ดิน
  • ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม มี 2 คู่ รูปไข่กลับ กว้าง 4.5-5 ซม. ยาว 6-12 ซม. ปลายใบมนโคนใบ สอบเรียว แผ่นใบหนาและเปราะ ขอบใบโค้งลงและเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นแขนงใบข้างละ 6-9 เส้น ก้านใบสีน้ำตาลสั้น ยาว 0.3-0.5 ซม.
  • ดอก สีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอมยามบ่ายถึงคํ่า ออกรวมเป็นช่อ แบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยมสั้น 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.2 ซม. เกสรเพศผู้ 8 อัน ออกดอกเดือน มี.ค.-เม.ย.
  • ผล แห้งแตก ทรงกลมแข็ง สีน้ำตาล ขนาด 15-20 ซม. ก้านผลยาว 3-5 ซม. หนัก 1-2 กก. ซึ่งมีขนาดผลใหญ่ที่สุดในกลุ่มของตะบัน ตะบูนขาวและดำ มีร่องตามยาวตามผล 4 แนว มีเมล็ด รูปร่างเหลี่ยม โค้งปลายแบบประสานเข้าเป็นรูปทรงกลม 4-17 เมล็ดต่อผล สีของผลเหมือนลูกทับทิม ออกผลเดือน มิ.ย.-ก.พ.

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือก, ผล และเมล็ด

สรรพคุณกระบูนขาว :

  • เปลือกและผล แก้อหิวาต์
  • เปลือก และเมล็ดแก้ท้องร่วง แก้บิด และต้มเพื่อชะล้างแผล
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย