ชื่ออื่นๆ : โสม, โสมคน (ภาคกลาง), ว่านผักปัง (เชียงใหม่), โทวหนิ่งเซียม (จีน), ถู่เหยินเซิน (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Talinum paniculatum Gaertn.
ชื่อวงศ์ : Portulacaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • โสมไทย เป็นพืชล้มลุก ขนาดเล็ก มีอายุหลายปี สูงได้ถึง 1 เมตร มีเหง้าใต้ดินเมื่อรากโตเต็มที่จะมีรูปร่างเหมือนโสมจีน ต้นเป็นเหลี่ยม ลำต้นฉ่ำน้ำ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ
  • ใบโสมไทย รูปไข่กลับปลายโตแหลม ยาว 6-13 เซนติเมตร โคนสอบแหลม ปลายใบมนหรือแหลมสั้น ขอบใบเรียบ แผ่อยู่เหนือดิน ใบมีสีเขียวเรียบเป็นมัน เนื้อใบหนา ก้านใบชูตั้ง
  • ดอกโสมไทย มีขนาดเล็ก เป็นช่อที่ส่วนยอดหรือปลายกิ่ง ดอกสีชมพู มี 5 กลีบ กลีบเลี้ยงมี 2 กลีบ ร่วงง่าย เกสรตัวผู้มี 10 อัน มีสีเหลืองยื่นออกมาจากกลีบดอก ก้านช่อตั้งสูง
  • ผลโสมไทย สีแดง กลมรี มีขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเทา
  • เมล็ดโสมไทย จำนวนมากอยู่ภายใน สีดำ ใบและต้นนำมาผัด เป็นผักที่มีรสดี ใช้แทนผักโขมสวนได้ เป็นพืชที่อุดมด้วยวิตามิน เป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ, ราก, เหง้า

สรรพคุณโสมไทย :

  • ใบ แก้บวมอักเสบมีหนอง ขับน้ำนม
  • ราก บำรุงปอด แก้อาการอ่อนเพลีย หรือหลังฟื้นไข้ ปัสสาวะขัด เหงื่อออกมาก ศีรษะมีไข้ ไอเป็นเลือด แก้ไอ บำรุงปอด ประจำเดือนผิดปกติ ท้องเสีย
  • เหง้า รสหวานร้อน บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้อ่อนเพลีย หรือทาภายนอกแก้อักเสบ ลดอาการบวม
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย