ชื่ออื่น : จิต๊อก, ฉะนอง, ดู่, ดู่ป่า, ตะเลอ, เตอะเลอ, ประดู่, ประดู่เสน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pterocarpus macrocarpus Kurz.
ชื่อวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAEPAPILIONOIDEAE)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ประดู่ป่า เป็นไม้ต้นสูง 15-30 เมตร
  • ใบประดู่ป่า เป็นใบประกอบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยมี3-13 คู่เรียงสลับ แนใบรูปไข่ หรือขอบขนาน โคนใบรูปลิ่มถึงกลม ปลายใบแหลม หรือเป็นติ่งแหลม
  • ดอกประดู่ป่า ช่อดอกแบบช่อกระจะแยกแขนง ออกตามชอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงรูประฆังปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกรูปถั่ว เกสรเพศผู้ 10 อัน
  • ผลประดู่ป่า เป็นฝักแบนคล้ายโล่ มีปีกเป็ฯแผ่นกลม เมล็ด 1-2 เมล็ด รูปทรงรี

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือกต้น, แก่น, ใบ, ปุ่มประดู่

สรรพคุณประดู่ป่า :

  • เปลือกต้น รสฝาดจัด สมานแผล ต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย
  • แก่น รสฝาดร้อน แก้เสมหะ โลหิตและกำเดา แก้โลหิตจาง แก้ไข้ แก้พิษเบื่อเมา แก้ผื่นคัน แก้เลือดลมดีซ่าน ขับปัสสาวะ บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง
  • ใบ รสฝาด ใช้พอกฝีให้สุกเร็ว พอกบาดแผล แก้ผดผื่นคัน
  • ปุ่มประดู่ รสขมฝาดร้อนเมา เผาแล้วใช้ควันรมหัวริดสีดวงให้ฝ่อแห้ง ต้มน้ำดื่มบำรุงโลหิต