ชื่อสมุนไพร : รำเพย
ชื่ออื่นๆ :
กะทอก, บานบุรี(กทม.), แซน่าวา, แซะศาลา, รำพน(เหนือ), ยี่โถฝรั่ง(กทม.,กลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thevetia peruviana (Pers.) Schum.
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นรำเพย เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-3 ม. ไม่ผลัดใบ บางครั้งมีลักษณะเป็นพุ่ม เรือนยอดทรงกลม เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาล ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาวเป็นพิษ
    รำเพย
  • ใบรำเพย ใบเดี่ยว เรียงสลับถี่ รูปขอบขนานแคบ กว้าง 0.6-0.8 เซนติเมตร ยาว 8-10 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ก้านใบสั้น แผ่นใบหนา เป็นมัน
  • ดอกรำเพย ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง สีขาวหรือสีส้ม ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย 3-4 ดอก เส้นผ่าศูนย์กลางดอก 3-4 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียวมี 5 กลีบ เป็นแฉกคล้ายรูปดาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก เรียงเกยกัน ปลายแหลม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
  • ผลรำเพย รูปทรงค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 เซนติเมตร เป็นสันหนา มีรอยผ่ากลางเป็นแนวยาว ผิวเรียบ สีเขียว สุกเป็นสีดำ ซึ่งเป็นพิษทั้งผล เมล็ด มี 1-2 เมล็ด

ส่วนที่เป็นพิษ  น้ำยาง เมล็ด
สารพิษ : 
    เป็นพวก glycosides thevetin, thevetoxic อกฤทธิ์คล้าย digitalis ต่ออกฤทธิ์ช้ากว่า

การเกิดพิษ รำเพย : 

น้ำยางถูกผิวหนัง จะมีอาการแพ้เป็นผื่นคัน แดง แสบ ถ้าเคี้ยวเมล็ดจะรู้สึกชาที่ลิ้นและปาก มีอาการปวดแสบปวดร้อน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ อาจท้องเสีย ง่วงนอน ม่านตาขยาย ความดันลดลง หัวใจเต้นผิดปกติ ชีพจรเต้นช้าลง ถ้ามีอาการมากและรักษาไม่ทันท่วงทีอาจตายได้ (เด็กรับประทาน 1-3 เมล็ด ผู้ใหญ่รับประทาน 8-12 เมล็ด อาจตายได้)

การรักษา :

  • ส่งโรงพยาบาลด่วน
  • ทำให้อาเจียนโดยให้ยาพวก ipecac เพื่อเอาเศษพิษที่ยังไม่ถูกดูดซึมออก
  • ให้ activated charcoal (ถ่าน) รับประทานเพื่อเอาเศษพิษที่ยังไม่ถูกดูดซึมออก
  • ต้องตรวจวัดปริมาณ potassium และ magnesium ใน serum ทุกชั่วโมง
  • ตรวจคลื่นหัวใจ ควบคุมอัตราความเร็วของการบีบตัวของหัวใจ
  • รักษาตามอาการ
บทความก่อนหน้านี้ละหุ่ง
บทความถัดไปราตรี