ชื่อสมุนไพร : มะกล่ำตาหนู
ชื่ออื่น ๆ
: กล่ำตาไก่, มะกล่ำเครือ, กล่ำเครือ, มะแค้ก, มะกล่ำแดง (ภาคเหนือ-เชียงใหม่), ชะเอมเทศ, ตากล่ำ (ภาคกลาง), เกมกรอม (สุรินทร์), มะขามเถา, ไม้ไฟ (ตรัง), โทวกำเช่า, เซียงจือจี้ (จีน-แต้จิ๋ว)
ชื่อสามัญ : American Pea, Prayer Beads, Rosary. Pea, Crab is Eye Vine
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Abrus precatorius Linn.
ชื่อวงศ์ : PAPILIONACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นมะกล่ำตาหนู เป็นพรรณไม้เถา มีลำต้นเล็กยาว ลำต้นมีขนสั้น ๆ ขึ้นประปราย
  • ใบมะกล่ำตาหนู ใบออกเป็นใบรวม มีใบย่อยเรียงสลับกันคล้ายขนนก ยาวประมาณ 1.5-4 นิ้ว ใบย่อยออกเรียงกันประมาณ 8-20 คู่ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปกลมรี หรือกลมยาว ปลายใบแหลมมน โคนใบกลมมน ริมขอบใบเรียบ พื้นผิวใบเกลี้ยง ใบมีขนาดยาวประมาณ 5-20 มม. กว้างประมาณ 3-8 มม. ใต้ท้องใบมีขนขึ้นเล็กน้อย
  • ดอกมะกล่ำตาหนู ดอกออกเป็นช่อ หรือเป็นกระจุกแน่นติดกัน ซึ่งออกตามบริเวณง่ามใบ ลักษณะของดอกมีกลีบเลี้ยงเป็นสีเขียวเรียงซ้อนกันไปตามเข็มนาฬิกา กลีบมีรอยหยัก 4 รอย มีสีขาว ผิวข้างนอกมีขนนุ่มปกคลุม มีความยาวประมาณ 3 มม. กลีบดอกด้านล่างมีกลีบแหลมเล็กอยู่ 3 กลีบ กลีบด้านบนมีขนาดใหญ่กว่ากลีบด้านบน ดอกคล้ายดอกจำพวกตระกูลถั่ว
  • ผลมะกล่ำตาหนู ผลมีลักษณะเป็นฝัก ตัวฝักพองเป็นคลื่นเมล็ด ลักษณะของฝักเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนมะกล่ำตาหนูปลายฝักจะแหลมยื่นออกมา ฝักอ่อนมีสีเขียว เนื้อเปลือกฝักจะเหนียว เมื่อแก่ หรือแห้ง ฝักนั้นจะแตกอ้าออกจากกัน ข้างในฝักมีเมล็ดอยู่ 1-5 เม็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปกลมรี มีสีแดง บริเวณขั้วมีจุดสีดำ ผิวเรียบเกลี้ยง เมล็ดเหนียวและแข็ง

 

 

ส่วนที่เป็นพิษ  เมล็ด
สารพิษ : 
    เมล็ดมะกล่ำตาหนู ภายในเมล็ดมีส่วนประกอบของ N-methyltryptophan, abric acid, glycyrrhizin, lipolytic enzyme และ abrin ซึ่งสูตรโครงสร้างของ abrin คล้าย ricin เป็นส่วนที่มีพิษสูงมาก หากเคี้ยว หรือกินเข้าไป เนื่องจากสารพิษจะไปทำลายเม็ดเลือดแดง ระบบทางเดินอาหาร และไต อย่างไรก็ดีสาร abrin นี้เมื่อถูกความร้อนจะสลายตัวง่าย แต่คงทนอยู่ในทางเดินอาหาร ขนาดเพียง 0.01 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือกินเพียง 1 เมล็ด ก็ทำให้เสียชีวิตได้ หากสารพิษถูกผิวหนังอาจทำให้เกิดผื่นคัน หากถูกตาจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและอาจถึงกับตาบอดได้

การเกิดพิษ : 

หากรับประทานเมล็ดเข้าไป ระยะแรกจะมีอาการของระบบทางเดินอาหาร ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรับประทาน ได้แก่อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด และช็อกจากการเสียเลือด (hypovolemia) ได้ ระยะต่อมา ประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการทางระบบอื่น เช่น ซึม กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย หัวใจสั่น มือสั่น ผิวหนังแดง ชัก retinal haemorrhage ตับวาย ไตวาย เป็นต้น เคยมีรายงานผู้ได้รับพิษจากกินเมล็ดมะกล่ำตาหนู 1 รายเมื่อปี พ.ศ. 2541 ผู้ป่วยเป็นเด็กชาย อายุ 4 ปี จากจังหวัดบุรีรัมย์ โชคดีที่แพทย์รับรักษาไว้ได้ทัน จึงรอดชีวิต

การรักษา :

  • ให้เอาส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมออกโดยการล้างท้อง หรือทำให้อาเจียน ถ่ายท้อง รักษาการหมุนเวียนของโลหิตโดยให้ blood transfusion

  • ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างโดยให้ sodium bicarbonate 5-15 กรัมต่อวันเพื่อป้องกันการ ตกตะกอนของ hemoglobin or hemoglobin product ในไต ควบคุมการชัก โดยใช้ diazepam

  • อาจเกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ปัสสาวะขัด การสูญเสียน้ำ ให้แก้ไขตามอาการ

ข้อควรระวัง : เมล็ดมะกล่ำตาหนูเป็นพืชที่มีเมล็ด สีสัน งดงามสะดุดตา เมล็ดมีพิษที่รุนแรงมาก ถ้าเด็กกินเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจเสียชีวิตได้ จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง