ชื่ออื่น : เตยหอมใหญ่(ภาคกลาง) เตยหอมเล็ก ปาแนะวองิง(มลายู) หวานข้าวไหม้ (เหนือ) ปาแนะออริง (ใต้) ปาแนก๊อจี (ไทยมุสลิม) ปานหนัน (นราธิวาส-ปัตตานี) พั้งลั้ง (จีน)
ชื่อสามัญ : Pandanus Palm , Fragrant Pandan , Pandan Wangi
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pandanus amaryllifolius  Roxb.
ชื่อวงศ์ : PANDANACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 

  • เตยหอม เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก เจริญเติบโตลักษณะเป็นกอ มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ผิวดิน ลำต้นติดดิน ออกรากตามข้อของลำต้นได้เมื่อลำต้นยาวมากขึ้นใช้เป็นรากค้ำยัน
  • ใบเตยหอม เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ลักษณะใบยาวเรียวคล้ายใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง ถ้าดูด้านท้องใบจะเห็นเป็นรูปคล้ายกระดูกงูเรือยอด ลักษณะใบยาวเรียวคล้ายใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง ถ้าดูด้านท้องใบจะเห็นเป็นรูปคล้ายกระดูกงูเรือ ใบมีกลิ่นหอม
  • ดอกเตยหอม เป็นดอกช่อแบบ สแปดิก(spadix) ดอกย่อยแยกเพศและแยกต้น ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก
  • ฝัก/ผลเตยหอม ผลขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ไม่เกิดดอกและผล เป็นเตยเพศผู้

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ต้น, ราก, ใบสด

สรรพคุณเตยหอม :

  • ราก และต้น รสหวานเย็นหอม แก้กษัย ไตพิการ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ พิษร้อน แก้ตานซาง แก้ร้อนในกระหายน้ำ นำรากและต้นมาต้มกับเนื้อไม้หรือใบไม้สัก กินน้ำช่วยแก้โรคเบาหวาน
  • ใบ รสหวานเย็นหอม บำรุงหัวใจ ดับพิษไข้ ชูกำลัง เนื่องจากใบไม้มีกลิ่นหอมใช้ผสมอาหารหรือขนมให้มีสีเขียวและะมีกลิ่นหอม