ชื่ออื่น : มะม่วงบ้าน (ทั่วไป), แป (ละว้า-เชียงใหม่), หมักโม่ง (เงี้ยว-ภาคเหนือ), ส่าเคาะส่า, สะเคาะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), มะม่วงสวน (ภาคกลาง), โตรัก (ชาวบน-นครราชสีมา), เจาะช้อก, ช้อก (ชอง-จันทบุรี), ขุ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), โคกและ (ละว้า-กาญจนบุรี),เปา (มลายู-ภาคใต้), สะวาย (เขมร), มั่วก้วย (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera indica L.
ชื่อวงศ์ : ANACARDIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • มะม่วง เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบต้นมากมายจนดูหนาทึบ เปลือกของลำต้นจะมีสีน้ำตาลอมดำ พื้นผิวเปลือกขรุขระ เป็นร่องไปตามแนวยาวของลำต้น
  • ใบมะม่วง ลักษณะของใบเป็นรูปหอก มีสีเขียวเข้ม เป็นไม้ใบเดี่ยวจะออกเรียงกันเป็นคู่ ๆ ไปตามก้านใบ ขอบใบเรียบไม่มีหยัก ปลายใบแหลม ส่วนโคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างจะหนา
  • ดอกมะม่วง ดอกออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีประมาณ 15-20 ดอก ลักษณะของดอกเป็นสีเหลืองอ่อน หรือสีนวล ๆ เป็นดอกที่มีขนาดเล็ก
  • ผลมะม่วง เมื่อดอกโรยก็จะติดผล มีลักษณะต่างกันแล้วแต่ละพรรณเช่น บางทีมีเป็นรูปมนรี ยาวรี หรือเป็นรูปกลมป้อม ผลอ่อนมีเป็นสีเขียว เมื่อแก่หรือสุกเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด ภายในผลมีเมล็ด ผลหนึ่งมีเมล็ดเดียว

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผล, เปลือกผล, ใบ, เปลือกต้น

สรรพคุณมะม่วง :

  • ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ
  • ผลสุก เป็นยาบำรุงกำลัง เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ
  • ใบ ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้
  • เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน
  • เปลือกผลดิบ คั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล แก้อาการปวดเมื่อยเมื่อมีประจำเดือน แก้ปวดประจำเดือน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย