ชื่ออื่น ๆ : กุ๊ก , กุ๊ก(ภาคเหนือ) , หวีด(เชียงใหม่) , กอกกั่น(อุบลราชธานี) , แม่หยูว้าย(กะเหรี่ยงกาญจนบุรี) , เส่งสู่ไค้(กะเหรี่ยงเชียงใหม่), ตะคร้ำ(ราชบุรี) , อ้อยช้าง(ไทยราชบุรี, – ภาคกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lannea coromandelica (Houtt.) Merr.
วงศ์ : ANACARDIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • อ้อยช้าง เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นมีความสูงประมาณ 12 เมตร จะสลัดใบเมื่อออกดอก เป็นไม้ที่ไม่ใคร่จะแตกกิ่งก้านสาขามากนัก ส่วนที่ยังอ่อนอยู่นั้นจะมีขนปกคลุมอยู่
  • ใบอ้อยช้าง จะเป็นแบบใบประกอบ ใบนั้นจะออกเป็นช่อตรงปลายกิ่งก้านช่อใบยาว ใบจะมีลักษณะเป็นรูปไข่ค่อนข้างยาว ตรงโคนบจะเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ
  • ดอกอ้อยช้าง จะออกเป็นช่อสีเหลือง ดอกจะมีขนาดเล็ก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะแยกกันอยู่คนละต้น ส่วนกลีบรองกลีบดอกและกลีบดอกจะมีอยู่ประมาณ 4-5 กลีบ และมีเกสรตัวผู้จะเป็น 2 เท่าของกลีบดอก เกสรตัวเมียตรงปลายจะแยกเป็น 4 แฉก
  • ผลอ้อยช้าง ผลสดจะมีเนื้อ ผลนั้นจะมีลักษณะเป็นรูปค่อนข้างเบี้ยวเป็นสีเขียวแต้มด้วยสีม่วงแดง ภายในจะมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา: เปลือก, แก่น

สรรพคุณอ้อยช้าง :

  • เปลือก ใช้ใส่แผล รักษาอาการปวดฟัน ใช้เป็นยาต้มรักษาธาตุพิการและอ่อนเพลีย ใช้ต้มอาบเมื่อเป็นฝี รักษาโรคเรื้อน และรักษาโรคผิวหนัง หรือใช้เปลือกบดเป็นผงใช้ใส่แผลโรคผิวหนัง น้ำที่ได้จากเปลือกสด ๆ ใช้หยอดตารักษาอาการตาเจ็บ
  • แก่น ใช้ปรุงเป็นยาแต่งรส เพราะมีรสหวาน บรรเทาอาการกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มชื่นในลำคอ เกิดความชุ่มชื่นในอก
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย