กระทืบยอด

กระทืบยอด

กระทืบยอด เป็นสมุนไพรไม้ล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ Oxalidaceae มีลักษณะเด่นคือใบประกอบรวมกันเป็นกระจุกบริเวณปลายยอดและสามารถหุบใบเมื่อถูกสัมผัสหรือกระเทือน จึงเป็นพืชที่มีลักษณะเฉพาะตัวและพบชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น ในทางสมุนไพรไทยมีการใช้ ทั้งต้น เป็นยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะในตำรับและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับอาการไข้และระบบทางเดินปัสสาวะ ทั้งนี้ชื่อ “กระทืบยอด” อาจใช้เรียกพืชต่างชนิดกันในบางพื้นที่ จึงควรตรวจสอบลักษณะพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นยา

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : กระทืบยอด
  • ชื่อท้องถิ่น : กระทืบยอบ, ทืบยอด, นกเขาเง้า และชื่อพื้นบ้านอื่น ๆ ตามแต่ละภูมิภาค
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในเอกสารไทย : Biophytum petersianum Klotzsch
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสากลปัจจุบัน : Biophytum umbraculum Welw.
  • วงศ์ : Oxalidaceae
  • สกุล : Biophytum
  • ชื่อสามัญ : กระทืบยอด หรือชื่อภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพืชไวต่อการสัมผัส เช่น sensitive plant
  • ลักษณะเด่น : เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงไม่ค่อยแตกกิ่ง ใบประกอบรวมกันบริเวณปลายยอด และใบสามารถหุบเมื่อได้รับการสัมผัสหรือแรงสั่นสะเทือน

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชระบุ Biophytum petersianum เป็นชื่อพ้องของ Biophytum umbraculum ขณะที่ Flora of Thailand และเอกสารพฤกษศาสตร์ไทยจำนวนมากยังใช้ชื่อ B. petersianum ในการระบุพืชชนิดนี้

หมายเหตุ : ชื่อ “กระทืบยอด” ในประเทศไทยมีความกำกวมทางพฤกษศาสตร์ เพราะกรมอุทยานฯ ใช้ชื่อนี้กับ ไมยราบ (Mimosa pudica L.) ด้วย ดังนั้นการจัดทำวัตถุดิบสมุนไพรควรใช้ชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ประกอบการตรวจสอบทุกครั้ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุประมาณหนึ่งฤดู ลำต้นตั้งตรงและโดยทั่วไปไม่แตกกิ่ง ขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 10–30 เซนติเมตรตามชนิดและสภาพแวดล้อม เอกสารพฤกษศาสตร์ของไทยรายงาน B. petersianum สูงประมาณ 10–30 เซนติเมตร ขณะที่ข้อมูล e-Flora of Thailand ระบุลักษณะของพืชในกลุ่มนี้เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นเดี่ยวและตั้งตรง
  • ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยเรียงตรงข้ามกันหลายคู่ รวมกันเป็นกระจุกคล้ายร่มบริเวณปลายยอด ใบย่อยมีรูปร่างตั้งแต่รูปรี รูปไข่กลับ ไปจนถึงรูปขอบขนาน ขนาดแตกต่างกันตามตำแหน่งบนแกนใบ
  • การตอบสนองต่อการสัมผัส : ใบสามารถหุบหรือพับลงเมื่อถูกสัมผัสหรือได้รับแรงสั่นสะเทือน เป็นลักษณะสำคัญที่ช่วยแยกพืชสกุล Biophytum จากพืชหลายชนิด
  • ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอด ดอกมีขนาดเล็กและโดยทั่วไปมีสีเหลือง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีจำนวน 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน
  • ผล : เป็นผลแห้งแตก เมื่อแก่จะแตกออกเพื่อปล่อยเมล็ด
  • เมล็ด : มีขนาดเล็ก อยู่ภายในผลแบบแห้งแตก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจาก Flora of Thailand และสารานุกรมพืชของกรมอุทยานฯ ซึ่งจัดพืชกลุ่ม Biophytum ไว้ในวงศ์ Oxalidaceae และระบุว่ามีหลายชนิดในประเทศไทย

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิดและเขตกระจายพันธุ์ : พืชที่ใช้ชื่อ Biophytum petersianum ในเอกสารเดิมมีการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนของแอฟริกา มาดากัสการ์ เอเชียเขตร้อนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงนิวกินี
  • ประเทศไทย : พบในหลายพื้นที่ โดยมักขึ้นตามพื้นที่ที่ได้รับแสงและมีช่วงฤดูแล้ง รวมถึงบริเวณป่าและพื้นที่ธรรมชาติที่มีความชื้นเหมาะสม
  • ระดับความสูง : มีรายงานพบได้ตั้งแต่พื้นที่ราบไปจนถึงบริเวณภูเขา โดย e-Flora of Thailand ระบุว่าพบได้ถึงประมาณ 1,150 เมตรจากระดับน้ำทะเล

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับพืชชนิดนี้ เนื่องจากเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กและสามารถสร้างเมล็ดได้
  • การเตรียมดิน : ใช้ดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุพอเหมาะ
  • แสง : ควรได้รับแสงเพียงพอ แต่ในพื้นที่อากาศร้อนจัดควรมีการพรางแสงบางส่วน
  • น้ำ : รักษาความชื้นของดินให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงน้ำขังเป็นเวลานาน
  • การเก็บเมล็ด : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และผลแก่เต็มที่ แล้วทำให้แห้งก่อนเก็บไว้สำหรับเพาะ

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ทั้งต้น : เป็นส่วนที่มีการกล่าวถึงในตำรับและภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร
  • ราก : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่

ข้อมูลการใช้ในประเทศไทยมีการกล่าวถึง ทั้งต้น สำหรับการเตรียมเป็นยาต้ม และมีข้อมูลการใช้รากในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางแห่ง

สรรพคุณทางสมุนไพร

  • ตามภูมิปัญญาไทย : มีการใช้ ทั้งต้นกระทืบยอด ในตำรับพื้นบ้าน โดยต้มกับน้ำแล้วใช้เป็นยาในกลุ่มอาการ ไข้ ปัสสาวะผิดปกติ และอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อนภายในร่างกาย
  • ตามตำรายาไทย : มีข้อมูลการใช้ทั้งต้นเป็นยาต้มเพื่อ แก้ไข้ ขับปัสสาวะ และใช้ในอาการปัสสาวะเป็นเลือดหรือปวดปัสสาวะ ในเอกสารภูมิปัญญาสมุนไพรบางแหล่ง
  • ภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีการนำทั้งต้นไปต้มและใช้เฉพาะน้ำในบางตำรับพื้นบ้าน เช่น การใช้ร่วมกับพืชสมุนไพรชนิดอื่นในภูมิปัญญาของชุมชนเพื่อดูแลอาการริดสีดวงทวาร
  • ภูมิปัญญาต่างประเทศ : ในแอฟริกาตะวันตก B. petersianum มีประวัติการใช้เป็นพืชสมุนไพรสำหรับบาดแผล ไข้ อาการปวด การอักเสบ และโรคมาลาเรีย โดยการเตรียมที่พบมาก ได้แก่ ผงพืชและยาต้ม และมักใช้ทั้งต้น

หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจาก ภูมิปัญญาและการแพทย์พื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองในมนุษย์

สาระสำคัญ

สาระสำคัญที่ได้รับความสนใจในการศึกษาวิจัยของกระทืบยอด ได้แก่ สารกลุ่มพอลิแซ็กคาไรด์ชนิดเพกติก สารฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ แทนนิน ซาโปนิน อัลคาลอยด์ และสารกลุ่มเทอร์พีนอยด์/สเตียรอยด์ โดยองค์ประกอบที่ศึกษามากเป็นพิเศษคือพอลิแซ็กคาไรด์จากส่วนเหนือดิน ซึ่งพบว่าสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันในระดับห้องปฏิบัติการ

องค์ประกอบทางเคมี

  • พอลิแซ็กคาไรด์ : พบพอลิแซ็กคาไรด์ประเภทเพกติกที่มีโครงสร้างเกี่ยวข้องกับ rhamnogalacturonan และ arabinogalactan จากสารสกัดน้ำร้อนของส่วนเหนือดิน
  • ฟลาโวนอยด์และสารฟีนอลิก : มีรายงานการตรวจพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารประกอบฟีนอลิก
  • แทนนิน : พบจากการตรวจคัดกรองทางพฤกษเคมี
  • ซาโปนิน : พบจากการตรวจคัดกรองสารพฤกษเคมี
  • อัลคาลอยด์ : มีรายงานการตรวจพบในสารสกัดของพืช
  • สเตียรอยด์และไตรเทอร์พีนอยด์ : มีรายงานจากการศึกษาพฤกษเคมี
  • แคโรทีนอยด์ : มีรายงานการตรวจพบ carotene และ xanthophylls ในงานศึกษาพฤกษเคมีบางฉบับ

งานวิจัยเกี่ยวกับพอลิแซ็กคาไรด์พบว่าโครงสร้างมีส่วนของ galacturonic acid, rhamnose และ arabinogalactan และมีความสัมพันธ์กับฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในแบบจำลองทดลอง

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • มีการศึกษาสารพอลิแซ็กคาไรด์จากสารสกัดน้ำร้อนของส่วนเหนือดิน พบว่าบางส่วนของพอลิแซ็กคาไรด์สามารถแสดง ฤทธิ์กระตุ้นระบบ complement ในการทดลอง
  • มีการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับพอลิแซ็กคาไรด์จาก B. petersianum พบว่าสารบางส่วนสามารถกระตุ้น macrophages และ dendritic cells ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
  • งานวิจัยทางเภสัชวิทยาบางส่วนรายงาน ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ของสารสกัดจากพืช รวมถึงผลต่อเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับ COX และการอักเสบ
  • มีการศึกษาฤทธิ์ ต้านพยาธิ ของสารสกัดน้ำต่อพยาธิ Haemonchus contortus ในหลอดทดลอง โดยผลดังกล่าวยังเป็นหลักฐานระดับห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาพยาธิในมนุษย์
  • มีงานวิจัยด้านการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตในหนูทดลอง พบว่าสารสกัดของ B. petersianum สามารถเพิ่มการหลั่ง corticosterone และ aldosterone ตามขนาดในระบบทดลอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อประเมินความปลอดภัย

ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ระดับภูมิปัญญาและชาติพันธุ์เภสัชวิทยา : มีข้อมูลการใช้เป็นสมุนไพรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแอฟริกาและเอเชีย
  • ระดับห้องปฏิบัติการ : มีหลักฐานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ การปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และฤทธิ์ต้านพยาธิ
  • ระดับสัตว์ทดลอง : มีงานศึกษาทางเภสัชวิทยาบางด้าน แต่ข้อมูลยังไม่เพียงพอสำหรับสรุปประสิทธิผลทางคลินิก
  • ระดับการทดลองในมนุษย์ : ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกคุณภาพสูงเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและขนาดการใช้เป็นยาอย่างเป็นมาตรฐาน

ดังนั้น กระทืบยอดยังควรจัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่มีหลักฐานส่วนใหญ่ระดับก่อนคลินิกและระดับชาติพันธุ์เภสัชวิทยา มากกว่าการเป็นสมุนไพรที่มีหลักฐานทางคลินิกชัดเจน

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัดบางชนิดมีผลต่อกระบวนการอักเสบและการแสดงออกของ COX ในการทดลอง
  • ฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกัน : พอลิแซ็กคาไรด์ประเภทเพกติกมีความสามารถในการกระตุ้นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน เช่น macrophages และ dendritic cells ในแบบจำลองทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านพยาธิ : สารสกัดน้ำแสดงฤทธิ์ต่อพยาธิ H. contortus ในหลอดทดลอง โดยต้องมีการศึกษาต่อในสัตว์และมนุษย์ก่อนพิจารณาการใช้จริง
  • ฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน : มีข้อมูลว่าสารสกัดบางชนิดอาจมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตในแบบจำลองเซลล์/เนื้อเยื่อสัตว์ทดลอง

ความปลอดภัย

ข้อมูลด้านความปลอดภัยของ กระทืบยอด (Biophytum petersianum / B. umbraculum) ในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงไม่ควรนำข้อมูลจากการทดลองในสัตว์หรือหลอดทดลองมาใช้กำหนดขนาดรับประทานในคนโดยตรง

มีการศึกษาความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังของสารสกัด B. petersianum ชนิดหนึ่งในหนูเป็นเวลา 28 วัน และประเมินน้ำหนักตัว น้ำหนักเพิ่มต่อวัน และน้ำหนักอวัยวะสำคัญ อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานในสัตว์ทดลอง ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยในมนุษย์ได้ทั้งหมด

หมายเหตุ : ผู้ที่ต้องการใช้กระทืบยอดเป็นยาควรใช้วัตถุดิบที่ผ่านการตรวจสอบชนิดพืชและควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์แผนไทย แพทย์ หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน

ข้อห้ามใช้

  • ไม่ควรนำ กระทืบยอดที่ยังไม่ได้ตรวจสอบชนิดทางพฤกษศาสตร์ มารับประทาน เพราะชื่อพื้นบ้านอาจหมายถึงพืชคนละชนิด
  • ไม่ควรใช้ในขนาดสูงหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ
  • หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะระบุปฏิกิริยาระหว่าง กระทืบยอดกับยาแผนปัจจุบัน ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีข้อมูลการทดลองที่แสดงผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและการหลั่งฮอร์โมนบางชนิด จึงควรใช้ความระมัดระวังในผู้ที่รับประทานยาหลายชนิดเป็นประจำ

  • ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือยาปรับภูมิคุ้มกัน : ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สารสกัดกระทืบยอดในขนาดเข้มข้น
  • ผู้ใช้ยาที่มีผลต่อระบบฮอร์โมน : ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดเข้มข้นโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรว่ากำลังใช้สมุนไพรชนิดนี้

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ควรเก็บเกี่ยวจากต้นที่เจริญสมบูรณ์และ ระบุชนิดทางพฤกษศาสตร์ได้ถูกต้อง
  • หากใช้ทั้งต้น ควรเก็บในช่วงที่ต้นสมบูรณ์และมีสารสำคัญเหมาะสม
  • ล้างทำความสะอาดสิ่งปนเปื้อนและทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาพที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการตากบนพื้นโดยตรงและหลีกเลี่ยงความชื้นสูง
  • เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันแสงและความชื้น
  • ควรติดฉลากชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ แหล่งเก็บเกี่ยว และวันที่เก็บ เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชชื่อพื้นบ้านเดียวกัน

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กระทืบยอดมีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้ ทั้งต้น ในรูปแบบยาต้ม ในประเทศไทยมีการบันทึกการใช้เพื่อดูแลอาการไข้และความผิดปกติของระบบปัสสาวะ ขณะที่ในกลุ่มชาติพันธุ์บางพื้นที่มีการใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นในตำรับเฉพาะถิ่น

ในประเทศมาลีและพื้นที่แอฟริกาตะวันตก มีการสำรวจภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านพบการใช้ B. petersianum สำหรับอาการเจ็บป่วยหลายประเภท โดยรูปแบบการเตรียมที่พบมากคือ ยาต้มและผงพืช และส่วนที่ใช้บ่อยคือทั้งต้น

ประวัติและวัฒนธรรม

ชื่อพื้นบ้านของพืชกลุ่ม Biophytum มีความสัมพันธ์กับลักษณะเด่นของใบที่สามารถหุบเมื่อถูกสัมผัสหรือเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง จึงเกิดชื่อเรียกที่แตกต่างกันในแต่ละชุมชน

ในบางวัฒนธรรมของแอฟริกาตะวันตก ลักษณะใบที่ตอบสนองต่อการสัมผัสยังมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อและการใช้ในพิธีกรรมพื้นบ้าน นอกเหนือจากการใช้เป็นสมุนไพร

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • หมวด (Phylum/Division) : Tracheophyta
  • ชั้น (Class) : Magnoliopsida
  • อันดับ (Order) : Oxalidales
  • วงศ์ (Family) : Oxalidaceae
  • สกุล (Genus) : Biophytum DC.
  • ชนิด (Species) : Biophytum umbraculum Welw.
  • ชื่อพ้องสำคัญ : Biophytum petersianum Klotzsch

ตามฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ปัจจุบัน Biophytum umbraculum เป็นชื่อที่ยอมรับ และ Biophytum petersianum เป็นชื่อพ้อง

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบ เอกลักษณ์กระทืบยอด ควรดำเนินการโดยพิจารณาร่วมกันหลายลักษณะ ได้แก่

  • ลักษณะภายนอก : ตรวจสอบต้น ลำต้น ใบ ดอก และผล
  • ใบ : ต้องเป็นใบประกอบที่มีใบย่อยหลายคู่เรียงตามแกนใบ และใบรวมกันบริเวณปลายยอด
  • การตอบสนองต่อการสัมผัส : ใบมีการหุบหรือพับเมื่อได้รับการกระตุ้น
  • ดอก : ตรวจสอบสี รูปร่าง จำนวนกลีบ และโครงสร้างของช่อดอก
  • ตัวอย่างอ้างอิง : ควรมีตัวอย่างพรรณไม้แห้ง (voucher specimen) ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : ควรระบุทั้งชื่อที่ปรากฏในเอกสารไทยเดิม (Biophytum petersianum) และชื่อที่ยอมรับตามฐานข้อมูลอนุกรมวิธานปัจจุบัน (Biophytum umbraculum) เพื่อป้องกันความสับสน

การตรวจสอบมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจาก “กระทืบยอด” ยังเป็นชื่อท้องถิ่นที่ใช้กับ ไมยราบ (Mimosa pudica) ในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นพืชคนละวงศ์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แตกต่างกัน

คำเตือนทางการแพทย์

กระทืบยอดเป็นข้อมูลสมุนไพรตามภูมิปัญญาและงานวิจัยก่อนคลินิก ไม่ควรใช้แทนการรักษามาตรฐานทางการแพทย์ โดยเฉพาะการนำไปใช้รักษาไข้ ปัสสาวะเป็นเลือด โรคติดเชื้อ มาลาเรีย หรือโรคร้ายแรงอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้อง

หากมีอาการ ไข้สูง ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะแสบขัด ปวดบริเวณเอวหรือท้องน้อย หรืออาการผิดปกติที่เป็นต่อเนื่อง ควรพบแพทย์ ไม่ควรใช้สมุนไพรเพื่อชะลอการวินิจฉัยหรือการรักษา

หมายเหตุ : ข้อมูลสรรพคุณทางสมุนไพรควรแยกออกจากหลักฐานทางคลินิกอย่างชัดเจน งานวิจัยของกระทืบยอดในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการศึกษาทางพฤกษเคมี การทดลองในหลอดทดลอง และสัตว์ทดลอง จึงยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2560). สารานุกรมพืช: กระทืบยอด และกระทืบยอบ. สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช.
  2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2560). สารานุกรมพืช: สกุล Biophytum. สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช.
  3. Veldkamp, J. F. (1970). Oxalidaceae. In Flora of Thailand (Vol. 2, Part 1, pp. 16–23). Forest Herbarium, Royal Forest Department.
  4. Inngjerdingen, K. T., Coulibaly, A., Diallo, D., Michaelsen, T. E., & Paulsen, B. S. (2006). A complement fixing polysaccharide from Biophytum petersianum Klotzsch, a medicinal plant from Mali, West Africa. Biomacromolecules, 7(1), 48–53. https://doi.org/10.1021/bm050330h
  5. Inngjerdingen, M., Inngjerdingen, K. T., Patel, T. R., Allen, S., Chen, X., Rolstad, B., Morris, G. A., Harding, S. E., Diallo, D., & Paulsen, B. S. (2008). Pectic polysaccharides from Biophytum petersianum Klotzsch, and their activation of macrophages and dendritic cells. Glycobiology, 18(12), 1074–1084. https://doi.org/10.1093/glycob/cwn090
  6. Grønhaug, T. E., Kiyohara, H., Sveaass, A., Diallo, D., Yamada, H., & Paulsen, B. S. (2011). Beta-D-(1→4)-galactan-containing side chains in RG-I regions of pectic polysaccharides from Biophytum petersianum Klotzsch contribute to expression of immunomodulating activity against intestinal Peyer’s patch cells and macrophages. Phytochemistry, 72(15), 1774–1784. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2011.08.011
  7. Grønhaug, T. E., et al. (2008). Ethnopharmacological survey of six medicinal plants from Mali, West Africa. Journal of Ethnobiology and Ethnomedicine, 4, 26. https://doi.org/10.1186/1746-4269-4-26
  8. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Biophytum umbraculum Welw. Plants of the World Online.
  9. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Biophytum petersianum Klotzsch. Plants of the World Online.
  10. World Flora Online. (2025). Biophytum petersianum Klotzsch.
Scroll to top