ชื่ออื่น ๆ : ปอทะเล, ปอฝ้าย(ไทย), โพทะเล(นนทบุรี), ปอนาน(ใต้)
ชื่อสามัญ : Coast Cotton Tree, Yellow Mallow Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus tiliaceus Linn.
ชื่อวงศ์ : MALVACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • โพธิ์ทะเล เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง ๔ – ๑๐ เมตร
  • ใบโพธิ์ทะเล ใบเดี่ยว รูปไข่กว้างหรือเกือบกลม ยาว ๘ – ๑๕  เซนติเมตร ปลายใบแหลมสั้น โคนใบรูปหัวใจ แผ่นใบมีขนค่อนข้างสาก เส้นโคนใบ ๗ หรือ ๙ เส้น ขอบส่วนมากเรียบ
  • ดอกโพธิ์ทะเล ออกเป็นช่อกระจุกสั้น ตามปลายกิ่งหรือซอกใบ มี ๑ ดอกหรือหลายดอก ใบประดับคล้ายหูใบ ๑ คู่ ติดที่โคนก้านดอก ริ้วประดับ มี ๗ – ๑๐ กลีบ เชื่อมติดกันประมาณกึ่งหนึ่งของความยาว ปลายแยกเป็นแฉกรูปสามเหลี่ยม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวนอย่างละ ๕ กลีบ กลีบเลี้ยงติดทน รูปใบหอก กลีบดอกสีเหลืองมีปื้นสีม่วงเข้มที่โคนด้านใน กลีบรูปไข่กลับ
  • ผลโพธิ์ทะเล  รูปรีหรือเกือบกลม แข็ง ยาวประมาณ ๒ ซม. แตกเป็น ๕ ซีก มีขนหยาบแข็งยาวหนาแน่น เมล็ดรูปไต เกลี้ยง

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใยจากเปลือก, ใบ, ดอก, เปลือก, ราก

สรรพคุณโพธิ์ทะเล :

  • ใยจากเปลือก จะมีความเหนียว และคงทนกว่าปอ นำมาทำเชือก และทำกระดาษห่อของ เส้นใยสั้น เมื่อทำแล้วจะได้กระดาษที่มีคุณภาพต่ำ
  • ใบ ใช้ทำยาผงใส่แผลสด และแผลเรื้อรัง และใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ
  • ดอก ใช้ต้มกับน้ำนมใช้หยอดหูรักษาอาการเจ็บในหู
  • เปลือก เป็นยาทำให้อาเจียน ส่วนเมือกที่ได้จากการนำเอาเปลือกสดมาแช่น้ำ ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร
  • ราก ใช้รักษาอาการไข้ เป็นยาระบาย และขับปัสสาวะ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย