ชื่ออื่น : กล้วยไม้, โกฐพุงปลา, พุงปลาช่อน, เถาพุงปลา, นมตำไร, บวบลม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dischidia major (Vahl) Merr. (Dischidia rafflesiana Wall.)
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • จุกโรหินี เป็นไม้เถาเลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่น มีรากตามลำต้นส่วนต่างๆ ของเถามีนํ้ายางสีขาวเหมือนน้ำนม
  • ใบจุกโรหินี ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน แผ่นใบหนาอวบน้ำ รูปค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 -2 ซม. ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เนื่องจากถูกมดเจาะ เข้าอาศัยทำให้มีลักษณะโป่งเป็นถุง ยาว 5-10 ซม. กว้าง 3-5 ซม.
    ก้านใบสั้น
  • ดอกจุกโรหินี ดอกเล็กรูปโคม สีเขียวแกมเหลือง ออกเป็นกระจุกหรือเป็น ช่อสั้นๆ ตามง่ามใบ
  • ผลจุกโรหินี เป็นฝัก เรียวยาว 5-7.5 ซม. กว้าง 3-5 มม. เมล็ด เล็ก แบน มีขนเป็นพุ่มที่ปลาย

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ทั้งต้น, ใบ, ราก

สรรพคุณจุกโรหินี :

  • ทั้งต้น รสฝาดสุขุม ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง เนื่องจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
  • ใบ รสฝาดสุขม ใช้เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง แก้ท้องเดิน แก้บิด แก้อาเจียน แก้ปวดเบ่ง มูกเลือด เสมหะผิดปกติ ใช้ภายนอกเป็นยาสมานแผล
  • ราก รสฝาดสุขุม แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน แก้บิด แก้ปวดเบ่ง แก้เสมหะพิการ สมานแผล แก้ไข้เพื่อโลหิต แก้ลมปลายไข้ รากนำมาเคี้ยวกับพลู เป็นยาแก้ไอ ใช้ภายนอกเป็นยาสมานแผล
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย