ชื่ออื่น : กูดคึ, กูดกิน, ผักกูด, กูดขาว, ผักกูดขาว, กูดน้ำ, หัสดำ, ไก้กวิลุ, ปู่แปลเด๊าะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diplazium esculentum (Retz.) Sw.
ชื่อวงศ์ : ATHYRIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ผักกูด เหง้าตั้งตรง อาจสูงได้มากกว่า 1 ม. มีเกล็ดสีน้ำตาลเข้ม ขอบดำ ขอบเกล็ดหยักซี่ฟัน เกล็ดกว้างประมาณ 1 มม. ยาวประมาณ 1 ซม.
  • ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น แผ่นใบมีขนาดต่างๆ กัน มักยาวมากกว่า 1 ม. ก้านใบยาวประมาณ 70 ซม. กลุ่มใบย่อยคู่ล่างๆ มักลดขนาด กว้างประมาณ 25 ซม. ยาวประมาณ 40 ซม. ปลายเรียวแหลม ใบย่อยกว้างประมาณ 2.5 ซม. ยาวประมาณ 13 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนรูปกึ่งหัวใจหรือรูปติ่งหู ขอบหยักเว้าลึกเป็นแฉกเกือบถึงเส้นกลางใบย่อย แฉกปลายมน ขอบหยักซี่ฟัน แผ่นใบบาง เส้นใบแยกสาขาแบบขนนกยื่นเข้าไปในแต่ละแฉก เส้นใบย่อยมีประมาณ 10 คู่ สานกับเส้นใบที่อยู่ในแฉกติดกันเป็นร่างแห ก้านใบย่อยสั้นหรือไม่มี กลุ่มอับสปอร์อยู่ตามความยาวของเส้นใบย่อย มักเชื่อมกับกลุ่มอับสปอร์ที่อยู่ในแฉกติดกันซึ่งมีเส้นใบมาสานกัน

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ

สรรพคุณผักกูด :

  • ใบ รสเย็น แก้ไข้ตัวร้อน แก้พิษอักเสบ บำรุงสายตา บำรุงโลหิต แก้โลหิตจาง
    ป้องกันเลือดออกตามไรฟันและขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย