ยาลูกแปลกแม่
ยาลูกแปลกแม่ เป็นตำรับยาไทยโบราณที่มีเรื่องเล่าสืบทอดเกี่ยวกับ “ตำนานมะตูมนิ่ม” และได้รับการกล่าวถึงในตำรายาพิเศษของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ตำรับยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาอายุวัฒนะตามองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ มะตูมนิ่ม กล้วยน้ำไท และพริกไทย โดยในรูปแบบการปรุงบางตำรับมีการใช้น้ำผึ้งเป็นตัวประสานด้วย
ตำรับยาลูกแปลกแม่มีความโดดเด่นทั้งในด้านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม จึงเป็นตำรับยาที่มีชื่อเสียงในกลุ่มตำรับยาอายุวัฒนะของไทย อย่างไรก็ตาม ควรแยก ข้อมูลตามตำรับยาแผนไทย ออกจากคำกล่าวอ้างด้านการชะลอวัยหรือความงามที่เผยแพร่ทั่วไป และไม่ควรตีความตำนานว่าเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลทางการแพทย์สมัยใหม่
ชื่ออื่นของยาลูกแปลกแม่
ยาลูกแปลกแม่มีชื่อเรียกหรือถูกกล่าวถึงในบริบทต่าง ๆ เช่น
- ยาลูกแปลกแม่
- ยามะตูมนิ่ม
- ยาอายุวัฒนะ
- ยาสาวสองพันปี
- ตำรับมะตูมนิ่ม
ชื่อ “ลูกแปลกแม่” มาจากเรื่องเล่าที่ว่า เมื่อบุตรซึ่งเป็นผู้ปรุงยากลับจากเดินทางเป็นเวลานาน มารดาที่รับประทานยาตำรับนี้ไปแล้วมีรูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงจนบุตรจำไม่ได้ จึงเกิดเป็นที่มาของชื่อ “ลูกแปลกแม่”
ประวัติและที่มาของตำรับ
ข้อมูลของยาลูกแปลกแม่มีรากฐานจาก ตำนานมะตูมนิ่ม ซึ่งปรากฏในตำรายาพิเศษของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ โดยมีการเล่าเรื่องเป็นร้อยกรองเกี่ยวกับชายผู้ได้มะตูมนิ่มมาปรุงเป็นยา แล้วเดินทางออกจากบ้านไปเป็นเวลานาน
ในตำนานระบุถึงการนำมะตูมนิ่ม กล้วยน้ำไท และพริกไทยมาปรุงรวมกัน จากนั้นทำให้แห้งและบดละเอียด ก่อนนำไปผสมกับน้ำผึ้งและเก็บไว้ เมื่อมารดาของชายผู้นั้นพบยาและนำมารับประทานเป็นเวลาต่อเนื่อง จึงเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้รูปลักษณ์ของนางเปลี่ยนแปลงจนบุตรจำไม่ได้ เรื่องเล่านี้จึงเป็นที่มาของชื่อ “ยาลูกแปลกแม่”
สิ่งสำคัญคือ เรื่องดังกล่าวเป็น ตำนานและองค์ความรู้ในตำราแพทย์แผนไทย ไม่ใช่หลักฐานทางคลินิกที่ยืนยันว่าการรับประทานยาจะทำให้คนกลับเป็นหนุ่มสาวหรือมีอายุยืนตามเนื้อเรื่อง
ตำรับยาลูกแปลกแม่ตามรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
“ยาอายุวัฒนะ สูตร 2” ใน รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 มีที่มาจากตำรายาพิเศษของกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ และข้อมูลจากอายุรเวทศึกษา โดยระบุส่วนประกอบหลัก 3 ชนิด ได้แก่
- กล้วยน้ำไท 1 หวี
- มะตูมนิ่ม 1 ลูก
- พริกไทย ปริมาณเท่ากับตัวยารวมตามตำรับ
ตำรับนี้มีรูปแบบเป็น ยาลูกกลอน และระบุสรรพคุณตามตำรับว่า เจริญอาหารและบำรุงร่างกาย
นอกจากนี้ แหล่งข้อมูลด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครกล่าวถึง “ลูกแปลกแม่” ว่าเป็นยาอายุวัฒนะ มีรสร้อน ช่วยการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น โดยระบุตัวยาสำคัญ ได้แก่ มะตูมนิ่ม กล้วยน้ำไทย พริกไทยดำ และน้ำผึ้ง
ส่วนประกอบสำคัญ
มะตูมนิ่ม
มะตูมเป็นตัวยาสำคัญที่ปรากฏในชื่อและตำนานของตำรับ โดยในตำรับโบราณใช้ มะตูมนิ่ม 1 ลูก
มะตูมนิ่มในบริบทของตำรับยาไทยไม่ได้หมายถึงเพียงผลมะตูมสุกทั่วไป แต่เป็นลักษณะของผลมะตูมที่มีความนิ่มตามวิธีการเตรียมตัวยาในภูมิปัญญาไทย ดังนั้นการนำมะตูมสดทั่วไปมาใช้แทนจึงอาจทำให้คุณสมบัติของวัตถุดิบและตำรับแตกต่างจากตำรับดั้งเดิม
กล้วยน้ำไท
กล้วยน้ำไทเป็นกล้วยพื้นถิ่นชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ปัจจุบันพบได้ค่อนข้างยาก จึงมีแหล่งข้อมูลบางแห่งกล่าวถึงการใช้กล้วยชนิดอื่น เช่น กล้วยน้ำว้าแทนในสูตรที่ทำรับประทานเอง แต่การใช้วัตถุดิบทดแทนดังกล่าว ไม่ควรถือว่าเป็นสูตรเดียวกับตำรับดั้งเดิมโดยอัตโนมัติ
ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติระบุ กล้วยน้ำไท 1 หวี เป็นหนึ่งในตัวยาหลักของตำรับ

พริกไทย
พริกไทยเป็นองค์ประกอบสำคัญของตำรับและทำให้ยามีลักษณะ รสร้อน ตามแนวคิดเภสัชกรรมแผนไทย
ในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติระบุให้ใช้พริกไทยในปริมาณที่เทียบกับปริมาณของมะตูมนิ่ม 1 ผลและกล้วยน้ำไท 1 หวี ซึ่งทำให้เห็นว่าพริกไทยเป็นองค์ประกอบในสัดส่วนค่อนข้างสูงของตำรับ

น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งปรากฏในวิธีปรุงตำรับโบราณ โดยใช้ผสมกับผงยาหลังจากตัวยาถูกทำให้แห้งและบดละเอียดแล้ว ตำราอธิบายว่าให้นำผงยาผสมกับน้ำผึ้งแล้วเก็บไว้
น้ำผึ้งจึงมีบทบาทในตำรับทั้งในด้านการช่วยประสานเนื้อยาและทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น แต่สูตรยาที่ผลิตในรูปแบบสมัยใหม่อาจมีวิธีขึ้นรูปและสารช่วยแตกต่างจากการปรุงแบบดั้งเดิม
ตำนานยาลูกแปลกแม่
ตำนานเล่าว่า ชายผู้หนึ่งได้มะตูมนิ่มมาซึ่งถือว่าเป็นของวิเศษ จึงนำมาปรุงเป็นตำรับยา โดยใช้มะตูมนิ่ม กล้วยน้ำไท และพริกไทย นำไปนึ่งร่วมกัน จากนั้นหั่นและบด ทำเป็นแผ่น ตากให้แห้ง แล้วนำกลับมาบดเป็นผง ก่อนนำไปผสมกับน้ำผึ้งและเก็บไว้
ต่อมาชายผู้นั้นเดินทางออกจากบ้านไปเป็นเวลานาน มารดาซึ่งอยู่บ้านพบโถยาของบุตรจึงนำมารับประทาน เมื่อรับประทานต่อเนื่อง ร่างกายของนางตามตำนานมีความผ่องใสและดูอ่อนวัยขึ้น
เมื่อบุตรเดินทางกลับมาในภายหลัง ทั้งสองกลับจำกันไม่ได้ในตอนแรก จึงเป็นที่มาของคำว่า “มารดาแปลกบุตร บุตรแปลกมารดา” และชื่อ “ยาลูกแปลกแม่”
เรื่องดังกล่าวมีคุณค่าในฐานะ วรรณกรรมและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย แต่ไม่ควรนำรายละเอียดเรื่องอายุขัยหรือการคืนความหนุ่มสาวในตำนานมาใช้เป็นข้อสรุปทางการแพทย์
วิธีทำยาลูกแปลกแม่ตามตำรับโบราณ
วิธีปรุงที่ปรากฏในตำรายาแผนไทยสามารถสรุปได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมกล้วยน้ำไท
นำกล้วยน้ำไทตามปริมาณในตำรับมาปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นเพื่อเตรียมบด
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมมะตูมนิ่ม
นำมะตูมนิ่ม 1 ลูกมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการบด
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมพริกไทย
เตรียมพริกไทยตามปริมาณของตำรับ แล้วบดหรือตำให้ละเอียด
ขั้นตอนที่ 4 นึ่งตัวยา
ตามคำบรรยายในตำรับโบราณ ให้นำมะตูม กล้วยน้ำไท และพริกไทยมานึ่งร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 5 บดและทำเป็นแผ่น
นำตัวยาที่เตรียมไว้คลุกเคล้าและบดให้ละเอียด จากนั้นทำเป็นแผ่นบาง ๆ
ขั้นตอนที่ 6 ตากให้แห้ง
นำแผ่นยาที่ได้ไปตากจนแห้ง
ขั้นตอนที่ 7 บดเป็นผง
เมื่อแห้งแล้วจึงนำลงครกบดให้ละเอียดเป็นผง
ขั้นตอนที่ 8 ผสมกับน้ำผึ้ง
นำผงยาที่ได้ผสมกับน้ำผึ้งจนมีลักษณะที่สามารถปั้นหรือขึ้นรูปได้
ขั้นตอนที่ 9 เก็บรักษา
เก็บยาไว้ในภาชนะที่สะอาด แห้ง และมีฝาปิดมิดชิด
วิธีดังกล่าวเป็นการถ่ายทอด วิธีปรุงตามตำรับโบราณ ไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับกระบวนการผลิตยาแผนไทยในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งต้องมีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ความสะอาด ปริมาณสารสำคัญ และการปนเปื้อนตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
วิธีทำแบบที่พบในการเผยแพร่ทั่วไป
ปัจจุบันพบการเผยแพร่สูตรยาลูกแปลกแม่สำหรับทำรับประทานเองหลายรูปแบบ เช่น การนำกล้วยมาบด มะตูมมาบด และพริกไทยมาบด แล้วนำส่วนผสมไปกวนด้วยไฟอ่อนจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นปล่อยให้เย็น ปั้นเป็นลูกกลอน และทำให้แห้ง
อย่างไรก็ตาม สูตรที่เผยแพร่ทั่วไปบางแหล่งใช้ พริกไทย 1 กิโลกรัม หรือใช้ปริมาณพริกไทยเป็น “1 กำมือ” ซึ่งแตกต่างกันอย่างมากจากข้อความในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ดังนั้นไม่ควรนำสูตรจากแหล่งเผยแพร่ทั่วไปมาอ้างว่าเป็น “สูตรมาตรฐานของตำรับโบราณ”
สำหรับเนื้อหาเว็บไซต์ ควรระบุว่า “เป็นสูตรที่มีการเผยแพร่ทั่วไป” หากนำเสนอสูตรดังกล่าว เพื่อป้องกันความสับสนกับตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
รูปแบบยา
ตามรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ยาอายุวัฒนะ สูตร 2 มีรูปแบบเป็น ยาลูกกลอน
ส่วนผลิตภัณฑ์สมัยใหม่อาจพัฒนาเป็นรูปแบบอื่น เช่น ลูกกลอนหรือแคปซูล ทั้งนี้สูตร ส่วนประกอบ ปริมาณสารสำคัญ และขนาดรับประทานอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต
สรรพคุณตามตำรับยาแผนไทย
สำหรับ ยาอายุวัฒนะ สูตร 2 ในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ระบุสรรพคุณว่า
- เจริญอาหาร
- บำรุงร่างกาย
และมีการจัดตำรับอยู่ในกลุ่ม ยาบำรุงอายุวัฒนะ
แหล่งข้อมูลด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครระบุเพิ่มเติมสำหรับตำรับลูกแปลกแม่ว่าเป็นยาบำรุงร่างกาย มีรสร้อน ช่วยการไหลเวียนโลหิต และช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น
คำว่า “ยาอายุวัฒนะ” ในบริบทนี้ควรเข้าใจว่าเป็น การจัดกลุ่มตามองค์ความรู้และตำราแพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานทางการแพทย์สมัยใหม่ยืนยันว่าจะยืดอายุหรือทำให้ย้อนวัยได้
ขนาดและวิธีใช้ตามตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 ระบุสำหรับยาอายุวัฒนะ สูตร 2 ว่า
ครั้งละ 1–1.5 กรัม วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้าและเย็น
ทั้งนี้ ขนาดการใช้ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแต่ละยี่ห้ออาจแตกต่างกัน จึงควรยึด ฉลากและเอกสารกำกับยาของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เป็นหลัก ไม่ควรนำขนาดจากตำรับหนึ่งไปใช้กับผลิตภัณฑ์อีกตำรับหนึ่งโดยตรง
ข้อห้ามใช้
ตามรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 มีข้อห้ามใช้ ได้แก่
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
- ห้ามใช้ในผู้ที่มีไข้
- ห้ามใช้ในเด็ก
ข้อควรระวัง
รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติระบุว่าควรระมัดระวังการใช้ในผู้สูงอายุ และควรระวังการใช้ร่วมกับยาบางกลุ่ม เนื่องจากตำรับมีพริกไทยในปริมาณสูง ได้แก่
- ยากลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม
- ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
- เฟนิโทอิน (phenytoin)
- โพรพาโนลอล (propranolol)
- ทีโอฟิลลีน (theophylline)
- ไรแฟมพิซิน (rifampicin)
เหตุผลที่ระบุในตำรับคือพริกไทยมีอยู่ในปริมาณสูง จึงควรระวังการใช้ร่วมกับยาดังกล่าว
ดังนั้นผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก่อนใช้
ยาลูกแปลกแม่เหมาะกับใคร
ตามข้อมูลของตำรับยาแผนไทย ยานี้อยู่ในกลุ่มยาอายุวัฒนะและมีสรรพคุณเจริญอาหารและบำรุงร่างกาย จึงมีการนำเสนอในฐานะตำรับสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการดูแลสุขภาพตามแนวทางการแพทย์แผนไทย
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีไข้ ตามข้อห้ามใช้ของตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
ยาลูกแปลกแม่ช่วยให้กลับเป็นสาวหรือไม่
ชื่อ “ยาสาวสองพันปี” และเรื่องราวการกลับดูอ่อนวัยเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและตำนานที่เกี่ยวข้องกับตำรับ แต่ไม่ควรนำมาเขียนในเว็บไซต์ในลักษณะว่าเป็นข้อเท็จจริงทางการแพทย์
การใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม เช่น
“ตามตำนานและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตำรับนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาอายุวัฒนะและมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทำให้ผู้รับประทานดูอ่อนวัยลง แต่ยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันการย้อนวัยหรือการยืดอายุในทางการแพทย์สมัยใหม่”
จะมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือกว่าการใช้คำว่า “กินแล้วหน้าเด็ก” หรือ “ทำให้กลับเป็นสาว” เป็นข้อเท็จจริง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับตำรับยาลูกแปลกแม่และสารสกัดจากสมุนไพรในตำรับ โดยงานวิจัยบางส่วนให้ความสนใจต่อฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของสารสกัดจากพริกไทยดำ มะตูมนิ่ม และตำรับยาลูกแปลกแม่
อย่างไรก็ตาม การพบฤทธิ์ทางชีวภาพจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ ไม่เท่ากับการพิสูจน์ประสิทธิผลในการรักษาโรคหรือการย้อนวัยในมนุษย์ การเขียนข้อมูลบนเว็บไซต์จึงควรแยก “ผลการทดลองเบื้องต้น” ออกจาก “สรรพคุณตามตำรับแพทย์แผนไทย”
เหตุใดจึงเรียกว่า “ยาอายุวัฒนะ”
คำว่า “อายุวัฒนะ” เป็นคำที่ใช้ในระบบองค์ความรู้แพทย์แผนไทยสำหรับกลุ่มตำรับที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการบำรุงร่างกายและการดูแลสุขภาพในระยะยาว
ในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ตำรับยาลูกแปลกแม่อยู่ในกลุ่ม ยาบำรุงอายุวัฒนะ และระบุสรรพคุณของตำรับว่าเจริญอาหารและบำรุงร่างกาย
ดังนั้นคำว่า “อายุวัฒนะ” ควรนำเสนอในบริบทของ ศาสตร์การแพทย์แผนไทย มากกว่าการสื่อว่าตำรับนี้สามารถทำให้อายุยืนอย่างแน่นอน
ความแตกต่างระหว่างตำรับโบราณกับสูตรทำรับประทานทั่วไป
ข้อมูลเรื่องยาลูกแปลกแม่ที่เผยแพร่ในปัจจุบันมีหลายสูตร เช่น
| รายละเอียด | ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ | สูตรเผยแพร่ทั่วไปบางแหล่ง |
|---|---|---|
| มะตูม | มะตูมนิ่ม 1 ลูก | มะตูมสุกหรือมะตูมที่เตรียมให้นิ่ม |
| กล้วย | กล้วยน้ำไท 1 หวี | บางสูตรใช้กล้วยน้ำว้าแทน |
| พริกไทย | ปริมาณเท่าตามสัดส่วนตำรับ | บางสูตรระบุเป็นกำมือหรือ 1 กิโลกรัม |
| น้ำผึ้ง | ใช้ในวิธีปรุงโบราณ | ปริมาณแตกต่างกันตามสูตร |
| รูปแบบ | ยาลูกกลอน | ลูกกลอนหรือรูปแบบทำเอง |
| วิธีปรุง | ทำเป็นแผ่น ตากแห้ง บด แล้วผสมน้ำผึ้ง | หลายสูตรนำมาบดแล้วกวนรวมกัน |
| ขนาดใช้ | 1–1.5 กรัม วันละ 2 ครั้งก่อนอาหาร | แตกต่างกันมากตามแหล่ง |
ความแตกต่างดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่เว็บไซต์ควรระบุ แหล่งที่มาของสูตรทุกครั้ง ไม่ควรนำสูตรจากเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์มาเรียกว่าเป็น “สูตรมาตรฐาน” โดยไม่มีหลักฐานรองรับ
การเก็บรักษา
ยาลูกกลอนที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากธรรมชาติและน้ำผึ้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง และปิดสนิท หลีกเลี่ยงความชื้น ความร้อน และแสงแดดโดยตรง
หากพบยาเปลี่ยนสีผิดปกติ มีกลิ่นผิดปกติ มีเชื้อรา หรือมีความชื้นจนเนื้อยาเปลี่ยนแปลง ควรหยุดใช้และไม่ควรนำกลับมารับประทาน
สำหรับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ควรปฏิบัติตามวิธีเก็บรักษาที่ระบุบนฉลากเป็นหลัก
คุณค่าทางภูมิปัญญาไทย
ยาลูกแปลกแม่มีคุณค่าในหลายด้าน ได้แก่
ด้านการแพทย์แผนไทย
เป็นตัวอย่างของตำรับยากลุ่มอายุวัฒนะที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตัวยา การกำหนดสัดส่วน และวิธีการปรุงยา
ด้านพืชสมุนไพรไทย
สะท้อนการนำมะตูม กล้วยน้ำไท และพริกไทย ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในตำรับยา
ด้านวรรณกรรมและตำนาน
เรื่อง “ตำนานมะตูมนิ่ม” เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตำรับนี้มีเอกลักษณ์และได้รับการจดจำ
ด้านวัฒนธรรม
ตำรับนี้เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรของสังคมไทย
สรุป
ยาลูกแปลกแม่ เป็นตำรับยาไทยโบราณที่มีชื่อเสียงจากตำนานมะตูมนิ่มและเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับยาอายุวัฒนะ ตำรับที่ปรากฏในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติประกอบด้วย กล้วยน้ำไท 1 หวี มะตูมนิ่ม 1 ลูก และพริกไทยในปริมาณตามตำรับ มีรูปแบบเป็นยาลูกกลอน และมีสรรพคุณตามตำรับคือ เจริญอาหารและบำรุงร่างกาย
ตำรับโบราณมีวิธีเตรียมโดยนำตัวยามานึ่ง บด ทำเป็นแผ่น ตากให้แห้ง บดเป็นผง แล้วผสมกับน้ำผึ้ง ขณะที่สูตรที่เผยแพร่ในปัจจุบันอาจมีการดัดแปลงวัตถุดิบ สัดส่วน และวิธีปรุง ดังนั้นควรระบุแหล่งที่มาของสูตรให้ชัดเจน
แม้ตำรับจะได้รับการเรียกว่า “ยาอายุวัฒนะ” หรือ “ยาสาวสองพันปี” แต่คำเหล่านี้ควรนำเสนอในบริบทของ ตำราและความเชื่อทางการแพทย์แผนไทย ไม่ควรใช้เป็นคำยืนยันว่าตำรับสามารถย้อนวัยหรือยืดอายุได้จริง
ผู้ที่ต้องการใช้ยาตำรับนี้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่รับประทานยาชนิดอื่นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก่อนใช้ เนื่องจากรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติระบุข้อห้ามใช้และข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้ร่วมกับยาบางชนิดไว้โดยเฉพาะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 (National Thai Traditional Medicine Formulary 2021 Edition). กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมศิลปากร. (2569). ตำราสรรพคุณยาฉบับของกรมหลวงวงศาธิราชสนิท และตำรายาพิเศษของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์. กรมศิลปากร.
- ฐิติมา ธรรมบำรุง. (2562, 15 ตุลาคม). ยาลูกแปลกแม่. คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด.
- กรุงเทพมหานคร. (ม.ป.ป.). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร: ลูกแปลกแม่. ส่วนวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร.
- บ้านหมอหวาน. (2562). ยาลูกแปลกแม่. บำรุงชาติสาสนายาไทย.
- สมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย. (2556, 9 มิถุนายน). ลูกแปลกแม่.

