ชื่ออื่น : ไผ่ป่า, ไผ่หนาม, (ภาคกลาง), ซางหนาม, ชาน (ภาคเหนือ), ชารอง (นครพนม), ทะงาน, ชอง (ตราด), ไผ่รวก (กาญจนบุรี), วาคะยู (กะเหรี่ยง), ระไซ (เขมร สุรินทร์)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bambusa bambos (L.) Voss
ชื่อวงศ์ : POACEAE (GRAMINEAE)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ไผ่ป่า ไผ่ขนาดใหญ่ กอแน่น มีหนาม และมีแขนงรกแน่น โดยเฉพาะตรงบริเวณโคน สูงประมาณ 10-24 ม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15-18 ซม. ปล้องยาวประมาณ 20-40 ซม. เนื้อหนา 1-5 ซม. ลำอ่อนมีสีเขียว ลำแก่จะมีสีเขียวเหลือง ข้อมีลักษณะบวมเล็กน้อย รูกระบอกเล็ก กาบหุ้มลำลักษณะแข็งเหมือนหนัง ร่วงหลุดได้ง่าย ยาว 30-40 ซม. กว้าง 20-30 ซม. ตอนปลายกลม ขอบเรียบและมีขนสีทอง ลำใหญ่กว้าง กระจับกาบหุ้มลำแคบ
  • ใบไผ่ป่า ยอดกาบเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบป้านหรือเกือบกลม ท้องใบมีขน เส้นกลางใบข้างบนแบน ก้านใบสั้น 0.5 ซม. ครีบใบเล็ก ขอบใบมีหนามเล็กๆ กาบใบแคบไม่มีขนนอกจากตามขอบอาจจะมีขนอ่อน ออกดอกเป็นกลุ่ม

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ราก

สรรพคุณ ไผ่ป่า :

  • รากไผ่ป่า รสเค็มกร่อย แก้ไข้กาฬ บำรุงเสมหะและโลหิต ขับปัสสาวะ แก้มุตกิดระดูขาว
  • ใบไผ่ป่า ขับและฟอกโลหิต ขับระดูขาว แก้มดลูกอักเสบ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย