แก้ว

80

ชื่ออื่น : กะมูนิง(มลายู-ปัตตานี), แก้วขาว(ภาคกลาง), แก้วขี้ไก่(ยะลา), แก้วพริก, ตะไหลแก้ว(ภาคเหนือ), แก้วลาย(สระบุรี), จ๊าพริก(ลำปาง)
ชื่อสามัญ :   Andaman satin wood, Chinese box tree, Orange jasmine
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Murraya paniculata  (L.) Jack.
ชื่อวงศ์ : RUTACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นแก้ว เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 ม. เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ สีเขียวเข้ม เปลือกต้น สีขาว
    เทา แตกเป็นร่องตามยาว
  • ใบแก้ว ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ มีใบย่อย 5-9 ใบ เรียงสลับกันจากเล็กไปหาใหญ่ สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบย่อยที่ปลายก้านใบรูปไข่ รูปรี หรือรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนแหลมหรือสอบ ขอบเป็นคลื่นหรือหยักมนตื้นๆ โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ใบมีต่อมน้ำมัน
  • ดอกแก้ว ช่อดอกสั้น ออกตามง่ามใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบเลี้ยง ขนาดเล็ก ปลายมน กลีบดอกรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาวประมาณ1.2 ซม. เรียงซ้อนเหลื่อม ฐานรองดอกรูปวงแหวน เกสรเพศผู้ 10 อัน ยาวไม่เท่ากัน ยาวประมาณกึ่งหนึ่งของกลีบดอก ก้านเกสรเพศผู้แบน รังไข่ติดเหนือวงกลีบ ก้านเกสรเพศเมียหนา ยาวประมาณ 0.7 ซม. ยอดเกสรรูปโล่ห์ ร่วงง่าย ดอกบานเต็มที่กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร
  • ผลแก้ว รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 5-8 มม. ยาวประมาณ 1 ซม. ผลแก่สีแดงอมส้ม ต่อมน้ำมันเห็นได้ชัด เมล็ด รูปไข่ มีขนหนาและเหนียวหุ้มโดยรอบเมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : รากสด, รากและต้นแห้ง, ก้านและใบสด, กิ่งและใบ

สรรพคุณแก้ว :

  • รากสด มีรสเผ็ดสุขุม ต้มกับน้ำกินแก้แผลฟกช้ำ ใช้เป็นยาพอกตรงที่เป็นแผล รากแห้งหั่นเป็นฝอยตุ๋นกับหางหมูเจือสุรากินแก้ปวดเมื่อยเอว
  • รากแห้งและต้นแห้ง หั่นต้มเคี่ยวเเล้วกรองน้ำมาใช้ช่วยเร่งการคลอดบุตร โดยใช้ผ้าพันแผลจุ่มน้ำยาสอดเข้าไปที่ปากมดลูก เป็นยาขับประจำเดือน
  • ก้านและใบสด มีรสเผ็ดร้อนขม บดแช่แอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ใช้ทาหรือเป็นยาฉีดเพื่อระงับปวด ต้มอมป้วนปากแก้ปวดฟัน ก้านใช้ทำความสะอาดฟัน
  • กิ่งและใบ ใช้รักษาโรคเอดส์