ชื่อท้องถิ่น : มะยม, หมากยม(ภาคอีสาน), ยม(ภาคใต้)
ชื่อวิทยาศาสตร์
 : Phyllanthus acidus (L.) Skeels
ชื่อสามัญ : Star Gooseberry
ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • มะยม เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3 – 10 เมตร ลำต้น ตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอด กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล
  • ใบมะยม เป็นใบรวม มีใบย่อยออกเรียงแบบสลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20 – 30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ
  • ดอกมะยม ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ
  • ผลมะยม เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบตัวผู้ ผลตัวเมีย รากตัวผู้

สรรพคุณ มะยม :

  • ใบมะยมตัวผู้ แก้พิษคัน แก้พิษไข้หัว เหือด หัด สุกใส ดำแดง ปรุงในยาเขียว และใช้เป็นอาหารได้
  • ผลมะยมตัวเมีย ใช้เป็นอาหารรับประทาน ช่วยให้ชุ่มคอ ขับเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต ขับปัสสาวะ และเป็นยาระบายอ่อน ๆ
  • รากมะยมตัวผู้ แก้ไข้ แก้โรคผิวหนัง แก้ประดง แก้เม็ดผื่นคัน ขับน้ำเหลืองให้แห้ง

สำหรับการใช้ประโยชน์ทางยา แพทย์แผนโบราณมักนิยมใช้รากของมะยมตัวผู้ (มะยมที่ออกดอกเต็มต้นและร่วงหล่นไปไม่ติดลูก) ในการปรุงยากล่าวกันว่ามีคุณภาพดีกว่ามะยมตัวเมีย

อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย