ชื่ออื่น ๆ : ฟักทอง, มะฟักแก้ว(เหนือ), มะน้ำแก้ว(เลย), น้ำเต้า(ใต้), หมักอื้อ(เลย-ปราจีนบุรี), หมากฟักเหลือง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน), เหลืองเคล่า, หมักคี้ส่า
ชื่อสามัญ : Pumpkin
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cucurbita maxima Duchesne.
ชื่อวงศ์ : CUCURBITACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ฟักทอง เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นเป็นเถาเลื้อยไปตามพื้นดินและต้องการหลักยึด ตามลำเถาจะมีมือเอาไว้เกาะ เถามีขนาดยาว ใหญ่ และมีขนสาก ๆ ปกคลุมอยู่ มีสีเขียว
  • ใบฟักทอง ออกใบเดี่ยว ตามลำเถา ใบของฟักทองเป็นแผ่นใหญ่สีเขียว แยกออกเป็น 5 หยักและมีขนสาก ๆ มือ ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งใบ
  • ดอกฟักทอง ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ และส่วนที่ยอดของเถา ลักษณะของดอกเป็นรูปกระดิ่งสีเหลือง ในดอกตัวเมียเมื่อบานเต็มที่แล้ว จะมองเห็นผลเล็ก ๆ ติดอยู่ที่ใต้ดอก
  • ผลฟักทอง มีขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นพูกลมจะมีทั้งทรงแบน และทรงสูง เปลือกของผลจะแข็ง มีทั้งสีเขียวหรือสีน้ำตาลแดงก็แล้วแต่ชนิดของฟักทองนั้น ๆ เนื้อในผลสีเหลืองรับประทานได้ เมื่อทานเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผล, เมล็ด, ราก, ขั้ว

สรรพคุณ ฟักทอง :

  • ผลฟักทอง เนื้อในของผลฟักทองนั้นจะมีสารพวก carotenes อยู่ ซึ่งสารนี้เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคาวหรือของหวาน เป็นอาหารเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี
  • เมล็ดฟักทอง รสมัน ภายในเมล็ดจะมีน้ำมันชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นยาที่ใช้ถ่ายพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย โดยการใช้เมล็ดแห้ง 60 กรัมนำมาบดให้เป็นผง แล้วผสมกับน้ำตาลและนม ให้คนไข้ทานโดยทิ้งช่วงห่างประมาณ 2 ชั่วโมง พอครั้งสุดท้ายให้ดื่มน้ำมันละหุ่งตามเพื่อให้ถ่าย
  • รากฟักทอง รสเย็น ต้มดื่ม บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง แก้ไอ ถอนพิษฝิ่น บำรุงความกำหนัด
  • ขั้วฟักทอง รสเย็น ฝนน้ำมะนาว ผสมยอยฝ้ายเผาไฟ รับประทาน แก้พิษกิ้งกือ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย