พญาไร้ใบ

แก้ปวดท้อง แก้กระเพาะอาหารอักเสบ ตำพอกแก้กระดูกเดาะ

พญาไร้ใบ

ชื่อสมุนไพร : พญาไร้ใบ
ชื่ออื่นๆ
: พญาร้อยใบ, เกี๊ยะเจียน, เคียะจีน (เชียงใหม่), เคียะเทียน (เหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์  : Euphorbia tirucalli Linn.
ชื่อวงศ์  : EUPHORBIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • พญาไร้ใบ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 4-7 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขามากดูคล้ายกับปะการัง เปลือกลำต้นแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ไม่มีหนาม ส่วนกิ่งอ่อนเป็นรูปทรงกระบอกเป็นสีเขียวเรียบเกลี้ยง อวบน้ำ เมื่อหักหรือกรีดดูจะมีน้ำยางสีขาวข้นออกมาจำนวนมาก

 

 

  • ใบพญาไร้ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ใบมีขนาดมาก ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบมน โดยมีขนาดกว้างประมาณ 0.2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร หลุดร่วงได้ง่าย

 

 

  • ดอกพญาไร้ใบ ออกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็กสีเขียว ดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ไม่มีกลีบดอก และอยู่ในช่อเดียวกัน มีแต่กลีบรองดอกสีขาว กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ
  • ผลพญาไร้ใบ ผลเป็นผลแห้งจะแตกและอ้าออก

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ, ราก, ต้น, ยาง

สรรพคุณ พญาไร้ใบ :

  • ใบและราก รสเฝื่อน ตำพอกแก้ริดสีดวงทวาร
  • ต้น รสเฝื่อน ต้มดื่มแก้ปวดท้อง แก้กระเพาะอาหารอักเสบ ตำพอกแก้กระดูกเดาะ แก้ปวดบวม
  • ราก รสเฝื่อน ต้มดื่มแก้ธาตุพิการ ระบายท้อง ต้มกับน้ำมะพร้าวทาแก้ปวดท้อง
  • ยาง รสเมาเบื่อร้อน มีพิษกัดมาก ใช้กัดหูด ทาแก้ปวดข้อ เข้าตาอาจบอดได้

 

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรพญาไร้ใบ

  • ยางจากต้นพญาไร้ใบมีพิษ เมื่อสัมผัสกับน้ำยางสีขาวจากต้นจะทำให้ผิวหนังอักเสบ บวมเป็นผื่นแดง ทำให้เกิดอาการคัน และเป็นอันตรายเมื่อเข้าตา อาจทำให้ตาบอดได้
  • ในน้ำยางมีสาร 4-deoxyphorbol และอนุพันธ์ ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองอย่างแรงและยังเป็นสารร่วมก่อมะเร็ง จึงควรระมัดระวังในการนำมาใช้

ใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ดังนี้ : หนอนกระทู้ผัก, มอดแป้ง, เพลี้ยอ่อน, แมลงวันทอง, และ ป้องกันแมลงในโรงเก็บ การนำไปใช้ทางการเกษตร น้ำยางสีขาวมีพิษใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้ และสามารถยับยั้งการฟักไข่ของด้วงถั่วเขียวได้

Exit mobile version