บานบุรีเหลือง

960

ชื่ออื่น ๆ : บานบุรี, บานบุรีเหลือง (ภาคกลาง)
ชื่อสามัญ : Golden trumpet, Allamanda
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Allamanda cathartica Linn.
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • บานบุรีเหลือง เป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นนั้นไม่มีขน และมีความสูงประมาณ 2-4.5 เมตร
  • ใบบานบุรีเหลือง จะเป็นใบเดี่ยว และจะติดเป็นคู่อยู่ตรงข้ามกัน หรืออาจจะติดอยู่รอบ ๆ ข้อ ๆ ละประมาณ 3-6 ใบ ลักษณะใบจะเป็นรูปขอบขนาน หรือขอบขนานแกมรูปหอก แผ่นใบจะเป็นรูปไข่กลับ ตรงปลายของมันจะแหลม ส่วนโคนใบนั้นจะเป็นมุมยื่นลงไปที่ก้านใบ ริมขอบใบเรียบ ด้านบนเป็นมัน 2-6 ซม. ก้านใบมีความยาว 2-9 ซม. ด้านบนเป็นร่อง
  • ดอกบานบุรีเหลือง ดอกนั้นโต และจะออกเป็น กลีบรองกลีบดอกมี 5 กลีบ ลักษณะกลีบดอกจะเป็นรูปขอบขนาน หรือรูปหอกมีความกว้างประมาณ 3 มม. และยาวประมาณ 16 มม. กลีบดอกจะเป็นสีเหลือง ส่วนโคนจะเชื่อมติดกันเป็นท่อสั้นดอกตูมนั้น กลีบดอกจะบิดไปในทางเดียวกัน เกสรตัวผู้จะมีอยู่ประมาณ 5 อัน ติดอยู่ด้านในใกล้โคนท่อดอก ส่วนเกสรตัวเมียนั้นจะมีช่องเดียว ภายในจะมีรังไข่อ่อนเป็นจำนวนมาก ก้านเกสรสั้น และมีขน ส่วนอับเรณูจะมีลักษณะเป็นรูปหัวลูกศร
  • ผลบานบุรีเหลือง ผลกลมมีหนาม เมื่อแก่ แตกได้เมล็ดจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือก,ยาง, ใบ

สรรพคุณบานบุรีเหลือง :

  • เปลือกและยาง ใช้น้อย ๆ เป็นยาถ่ายขับน้ำดี ถ้าใช้มาก ๆ จะเป็นพิษ ทำให้เกิดอาการ ท้องเสีย ทุก ๆ ส่วนของต้นบานบุรีเหลือง ถ้านำมาใช้มาก ๆจะเป็นยาถ่ายอย่างแรง และทำให้อาเจียนได้
  • ใบ ใช้เป็นยาถ่าย รักษาอาการจุกเสียด และทำให้อาเจียน