ทำมัง

ชื่ออื่น : ชะมัง, แมงดาต้น, ไม้แมงดา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Litsea Petiolata Hook.f.
ชื่อวงศ์ : LAURACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ทำมัง เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-15 ม. ขนาดทรงพุ่ม 4-6 ม. ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปกรวยกว้างหรือรูปไข่ เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างเรียบ หรือแตก เป็นสะเก็ดเล็กบางๆ และมีรอยด่างสีขาวกระจายทั่วไป
  • ใบทำมัง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 6-10 ซม. ยาว 8-12 ซม. ปลายใบ เรียวแหลมเป็นติ่ง โคนใบสอบเรียบ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียวและย่นเป็นลอน สีเขียวสดเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวนวล ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ใบอ่อนสีน้ำตาล อมชมพู มีขนสีเทาละเอียดปกคลุมทั้งสองด้าน
  • ดอกทำมัง สีเหลืองอมเขียว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ที่กิ่งแก่ขนาดเล็ก กระจุกละ 6-8 ดอก ดอกตูมทรงกลม กลีบรวมเรียง 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบสีเขียวรูปช้อนสั้นๆ เกสรเพศผู้12 อัน เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 0.5-0.8 ซม. ก้านดอกยาว 0.8-1 ซม. ออกดอกเดือน ก.พ.-มี.ค.
  • ผลทำมัง ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมรีหรือรูปไข่ กว้าง 0.5-0.8 ซม. ยาว 1-1.5 ซม. สีเขียวเข้ม เมื่อสุกสีน้ำเงินเข้ม มีคราบสีขาวฐานรองรับผลเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 6 แฉก เมล็ดรูปไข่ สีน้ำตาล ติดผลเดือน เม.ย.-มิ.ย. ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือกต้น

สรรพคุณทำมัง :

  • เปลือกต้น รสร้อนหอมฉุน ขับผายลม ขับลมในลำไส้ แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ จุกเสียดแน่น