ชื่อสมุนไพร : ถั่วเหลือง
ชื่ออื่น ๆ
: มะถั่วเน่า, ถั่วหนัง, ถั่วเน่า(ภาคเหนือ), ถั่วแระ, ถั่วพระเหลือง(ไทยภาคกลาง), เฮ็กตั่วเต่า, อึ่งตั่วเต่า(จีน-แต้จิ๋ว)
ชื่อสามัญ : Soy Bean
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Glycine max Merr.
ชื่อวงศ์ : FABACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นถั่วเหลือง เป็นพรรณไม้ล้มลุกมีอายุนานไม่เกิน 1 ปี ลำต้นมีความสูงประมาณ 50-80 ซม. และจะมีขนสีเหลืองปกคลุมทั่วต้น
  • ใบถั่วเหลือง จะเป็นใบประกอบ และจะมีใบย่อยอยู่ประมาณ 3 ใบ ก้านใบนั้นยาวและปกคลุมไปด้วยขนสีเหลืองยาว ส่วนตัวใบจะมีความยาว ประมาณ 6-13 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 4-8.5 เซนติเมตร ตรงปลายใบจะแหลมสั้น ขอบใบจะเรียบหรือเป็นหยักเล็กน้อย ฐานใบจะกลม และตัวใบทั้ง 2 ด้านจะมีขนสีเหลืองแข็ง
    ใบถั่วเหลือง
  • ดอกถั่วเหลือง จะออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามง่ามใบ ดอกนั้นเล็กจะเป็นสีขาวหรือสีม่วง กลีบเลี้ยงจะเป็น สีเขียว ส่วนกลีบดอกมีลักษณะคล้ายผีเสื้อ และดอกย่อยจะมีประมาณ 2-10 ดอก กลีบดอกจะปกคลุมไปด้วยขนสีเหลืองแข็ง เกสรตัวผู้จะมีประมาณ 10 อัน ส่วนก้านเกสรตัวเมียจะสั้นตรงปลายจะเป็นตุ้ม และรังไข่นั้นจะมีลักษณะกลมยาวปกคลุมไปด้วยขนสีเหลือง
    ดอกถั่วเหลือง
  • ผลถั่วเหลือง ผลนั้นจะออกเป็นฝักยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ฝักจะปกคลุมไป ด้วยขนสีเหลือง ส่วนเมล็ดนั้นจะมีลักษณะเป็นรูปกลมรี เปลือกนอกเมล็ดจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองออกเขียว หรือเป็นสีดำก็ได้
    ผลถั่วเหลือง

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอก, ใบ, เมล็ด, เปลือกเมล็ด, กากเมล็ด

สรรพคุณ ถั่วเหลือง :

  • ดอก ใช้สดเป็นยารักษาต้อกระจก
  • ใบ ใช้สดนำมาต้มกิน ใช้เป็นยารักษาภายนอก โดยการตำพอก เป็นยารักษาคนที่ถูกงูกัด และมีอาการเลือดออกบ่อย ๆ
  • เมล็ด ใช้แห้งประมาณ 30-90 กรัม นำมาต้มกิน เป็นยาบำรุงม้าม หล่อลื่นลำไส้เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ รักษาโรคตานขโมย บิด ซูบผอม สตรีที่มีครรภ์โดนพิษเฉียบพลัน แผลที่มีหนองเรื้อรัง บาดแผลภายนอก มีเลือดออก ให้นำเอาเมล็ดมาตำพอก หรือจะคั่วให้เกรียม บดเป็นผงผสมทา ส่วนเมล็ดถั่วดำนั้นใช้แห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกิน หรือทำเป็นยาเม็ดหรือยาผงกิน ถ้าใช้ภายนอกให้บดเป็นผงทา หรือจะต้มเอาแต่น้ำทาก็ได้ ใช้รักษาอาการพิษต่าง ๆ ขาบวม บวมน้ำ ตัวเหลืองบวมน้ำ ชักกระตุก ลมพิษ ลมชักหลังคลอด ขับลม ขับปัสสาวะ ทำให้โลหิตหมุนเวียนดี และเป็นแผลฝีเรื้อรัง
  • เปลือกเมล็ด ใช้แห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกินเป็นยาบำรุงโลหิต ขับ ปัสสาวะ บรรเทาอาการเหงื่อออกมากปวดศีรษะ และเป็นแผลเน่าเปื่อยเนื่องจากการนอนแช่ปัสสาวะ
  • กากเมล็ด ที่เหลือจากการบีบน้ำมันจะมีปริมาณโปรตีนสูงใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ และยังใช้กินแทนเนื้อสัตว์ป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดได้
บทความก่อนหน้านี้เถาคันขาว
บทความถัดไปถั่วลิสง