ชื่ออื่น ๆ : ตำลึง, ผักแคบ(ภาคเหนือ), แคเด๊าะ(กระเหรี่ยงและแม่ฮองสอน), ตำลึง,สี่บาท(ภาคกลาง), ผักตำนิน(ภาคอีสาน)
ชื่อสามัญ : Ivy Gourd
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Coccinia grandis (L.) Voigt)
ชื่อวงศ์ : CUCURBITACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นตำลึง เป็นพรรณไม้เถาเลื้อยที่มีมือจับ เพื่อเอาไว้เกาะยึดหลักหรือต้นไม้อื่น ๆ ลำเถาสีเขียว
  • ใบตำลึง เป็นใบเดี่ยว มีลักษณะเป็น 3 แฉก หรือ 5 แฉก กว้างและยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร โคนใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ มีมือเกาะยื่นออกมาจากที่ข้อ ใบตำลึงตัวผู้หยักเว้าลึก 3-5 หยัก ต่างจากใบของตำลึงตัวเมียที่เป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่แยกต้นออกจากกัน
  • ดอกตำลึง ดอกสีขาวปลายกลีบห้าแฉก ข้างในมีเกสรสีเหลืองอ่อน มองคล้ายรูประฆัง เป็นไม้ที่ไม่สมบูรณ์เพศ คือ ดอกเพศผู้และเมียจะอยู่คนละต้นกัน ซึ่งสังเกตได้จากใบ ถ้าใบจักมากก็เป็นเพศผู้ แต่ดอกสีขาวทรงกระบอกหัวแฉกเหมือนกัน
  • ผลตำลึง มีรูปร่างคล้ายแตงกวา แต่มีขนาดเล็กกว่า ผลที่อ่อนมีสีเขียว และมีลายสีขาว พอสุกจะกลายเป็นสีแดงสด เนื้อก็สีแดงรับประทานได้

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ ราก และเถา

สรรพคุณ ตำลึง :

  • ใบตำลึง ถ้านำใบสดมาจะถอนพิษหมามุ้ย แก้เจ็บตา ตาฝ้า ตาแดง ตาแฉะ ใช้เป็นยาเย็นดับพิษร้อนก็ได้
  • รากตำลึง ของตำลึงนี้มีรสเย็น ทำเป็นยารักษาแก้ดวงตาที่ขึ้นเป็นฝ้า และดับพิษต่าง ๆ
  • เถาตำลึง น้ำที่คั้นได้จากเถาเรานำมาเป็นยารักษาโรคตาเจ็บได้ หรือตาแดงก็ได้
  • ตำลึงทั้งต้น (เถา ราก ใบ) นำมาเป็นยาใช้รักษาแก้โรคผิวหนัง โรคเบาหวาน แก้หลอดลมอักเสบ และลดระดับน้ำตาลในเลือด
ภายในใบตำลึง เมื่อนำมาคั้นน้ำจะประกอบด้วยน้ำย่อยอะมีเลส (Amylase) ซึ่งมีคุณสมบัติในการย่อยแป้งได้The Description
บทความก่อนหน้านี้ติ้วเกลี้ยง
บทความถัดไปตำแยแมว(ตำแยตัวผู้)