ชื่อสมุนไพร : ข้าวเย็นใต้
ชื่ออื่นๆ :
ยาหัว(เลย,นครพนม), หัวยาข้าวเย็น(เพชรบูรณ์), ยาหัวข้อ(ภาคเหนือ), หัวยาจีนปักษ์ใต้(ภาคใต้), ข้าวเย็นโคกขาว, เสียนฝูหลิง, ควางเถียวป๋าเชี่ย(จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Smilax glabra Wall.ex Roxb.
ชื่อวงศ์ : SMILACACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ข้าวเย็นใต้ เป็นเถาไม้เลื้อยที่ลำต้นมีสีน้ำตาลเข้มโดยมีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดินลักษณะกลมหรือแบนหรือเป็นก้อนและรูปร่างไม่แน่นอน ผิวไม่เรียบพบก้อนแข็งนูนขึ้นแยกเป็นแขนงสั้นๆ ความกว้างประมาณ 2-5 ซม. และความยาว 5-22 ซม. ผิวมีสีน้ำตาลเหลืองหรือสีเทาน้ำตาล ตามบริเวณผิวจะพบส่วนที่เป็นหลุมลึกและนูนขึ้นมีรากฝอยขึ้นบริเวณที่เป็นหลุม มักพบปมของรากฝอยที่งอกจากผิวเหง้า และมีรอยแยกแตกเป็นร่องๆ เนื้อมีสีขาวอมเหลือง
    ข้าวเย็นใต้
  • ใบข้าวเย็นใต้ เป็นใบเดี่ยวสีเขียวออกเรียงสลับ ปลายใบบางแหลม โคนใบโค้งมน ขนาดกว้าง 2.5-5 ซม. และยาว 5-14 ซม. ผิวใบมันและมีเส้นมองเห็นได้ชัดเจนตามยาว 3 เส้น ส่วนหลังใบมีผงเหมือนแป้ง ก้านใบสั้น
  • ดอกข้าวเย็นใต้ มีสีเหลืองอมเขียวออกเป็นช่อตามง่ามใบโดยในแต่ละช่อจะมีดอก 10-20 ดอกและมีขนาดเล็ก กลีบดอกมี 6 กลีบ กลีบดอกยาวประมาณ 2.5-3 มม. ก้านดอกยาวประมาณ 4-15 มม.
  • ผลข้าวเย็นใต้ ลักษณะเป็นรูปทรงกลมที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 6-7 มม. ผลอ่อนจะมีสีเขียวและเมื่อแก่จะกลายเป็นสีแดงดำ

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ราก, หัว, ใบ, ดอก และ ผล

สรรพคุณ ข้าวเย็นใต้ :

  • หัว  ใช้แก้มะเร็ง แก้เส้นพิการ แก้ไอ แก้ประดง แก้ไข้ตัวร้อน แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เบาหวาน ฆ่าเชื้อหนอง แก้กามโรค ดับพิษในกระดูก แก้ปัสสาวะพิการ แก้อักเสบในร่างกาย ฝีแผลเน่าเปื่อยพุพอง ทำให้แผลฝียุบแห้ง แก้เม็ดผื่นคัน แก้เคล็ดขับยอก แก้อัมพาต แก้คุดทะราด แก้ดับพิษในกระดูก
  • ราก แก้พุพอง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ปัสสาวะพิการ แก้พยาธิในท้อง
  • ใบ แก้ปากบวมอักเสบ
  • ดอก แก้โรคผิวหนัง แก้คุดทะราด
  • ผล แก้ลมริดสีดวง
ตำรายาพื้นบ้าน ใช้แก้มะเร็ง บำรุงเลือด ลดปวด ในหญิงหลังคลอดบุตร ส่วนในตำรายาจีนระบุว่า ข้าวเย็นใต้มีรสหวาน ชุ่มชื่นสมดุล แสดงฤทธิ์ผ่านตับและกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณขับไล่ความเย็น ระงับพิษช่วยให้ข้อเข่าทำงานเป็นปกติ ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการไข้ เนื่องจากความเย็นชื้น ปวดข้อเข่า มีน้ำมูกไหล อาการปวดบวม เป็นฝีหนองบวมอาการบวมของต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณลำคอ อาการเป็นหิดคัน โรคซิฟิลิส อาการพิษจากปรอท อาการหดเกร็งของแขนและขา ปวดข้อและเอ็น
บทความก่อนหน้านี้ข้าวเย็นใต้ (หัวฆ้อนกระแต)
บทความถัดไปข้าวเม่านก