ข่า

92

ชื่ออื่น ๆ : ข่า, ข่าใหญ่, ข่าหลวง, ข่าหยวก (เหนือ), เสะเออเคย, สะเชย(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ : Glalangal, Greater Galangal,Chinese Ginger
ชื่อวิทยาศาสตร์ Languas galanga Sw.,Alpinia galanga Stunz.
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นข่า เป็นพรรณไม้ลงหัวจำพวก กะวาน เร่ว กะลา จะลงหัวใหญ่ ขาวอวบอ้วน เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นตามที่ลุ่ม
  • ใบข่า จะมีลักษณะรูปไข่ยาว จะออกสลับกันรอบ ๆ ลำต้นบนดิน ซึ่งจะเป็นกาบของใบหุ้มลำต้น ใบคล้ายพาย
  • ดอกข่า ดอกเป็นช่อสีขาว แต้มด้วยสีแดงเล็กน้อย?จะออกเป็นช่อตรงปลายยอด และตรงช่อนั้นก็จะจัดอยู่ด้วยกันอยู่อย่างหลวมๆ ช่อที่อ่อนจะมีกาบสีเขียวอมเหลืองหุ้มมิด (spathe) ส่วนดอกสีขาวอมสีม่วงแดงนั้นจะบานจากข้างล่างขึ้นข้างบน
  • ผลข่า จะมีลักษณะกลมโต และมีขนาดเท่าเม็ดบัว เมื่อแก่จะมีสีดำมีเม็ดเล็ก ๆ อยู่ภายใน จะมีรสขม เผ็ดร้อน

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าอ่อนและเหง้าแก่

สรรพคุณข่า :

  • เหง้าแก่ นำมาตำให้ละเอียด ใช้ทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง กลากเกลื้อนใช้เป็นยารักษาภายนอก หรือจะตำใช้ทำกระสายเป็นเหล้าโรง ทารักษาอาการคันในโรคลมพิษ ทาบ่อย ๆ จนกว่าลมพิษนั้นจะหาย
  • เหง้าแก่สดหรือแห้ง ใช้รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด ให้ใช้ประมาณเท่าหัวแม่มือ ใช้สดประมาณ 5 กรัม และแห้งประมาณ 2 กรัม นำมาทุบให้แตกแล้วต้มเอาน้ำดื่ม
  • เหง้าสด ใช้รักษาเกลื้อน นำเหง้าสดมาฝนผสมกับเหล้าโรง หรือน้ำส้มสายชู หรือตำแล้วนำมาแช่แอลกอฮอล์ ใช้ทาที่เป็น และในเหง้ายังมี galangol ซึ่งเป็นน้ำมันและเป็น carid resin มีน้ำมันระเหยประมาณ 0.5-5% ประกอบก้วย cadinene,cineol,pinene,eugenol,methyl cinnamate,มี sesquiterpene และ dioxyflavonol